ถูกใจนักเขียนรักเสียงดนตรี งานวิจัยชี้ เปิดเพลงฟังช่วยให้เขียนนิยายเสร็จเร็วขึ้น! []

วิว


 

ถูกใจนักเขียนรักเสียงดนตรี งานวิจัยชี้
เปิดเพลงฟังช่วยให้เขียนนิยายเสร็จเร็วขึ้น!

สวัสดีค่ะชาวนักเขียนเด็กดีทุกคน บ่อยครั้งที่เวลาเรามุ่งมั่นตั้งใจเขียนนิยายให้จบ เรามักถูกเบี่ยงเบนความสนใจจากสิ่งรอบตัวได้ง่าย โดยเฉพาะบรรดาโซเชี่ยลมีเดียทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นการส่อง facebook เพื่อนหรืออัป ig story บ้างอะไรบ้าง สิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนดึงความสนใจจากเรา ทำให้เราไม่สามารถจดจ่ออยู่กับสิ่งตรงหน้าได้

แต่โชคดี มีสิ่งหนึ่งที่สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเราชนิดเลเวลอัปรัวๆ บอกเลยว่าเจ้าสิ่งนี้เป็นประโยชน์ต่อนักเขียนอย่างเรามาก มันช่วยให้เราสามารถโฟกัสอยู่กับการเขียนนิยายได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ให้ทายว่าสิ่งนั้นคืออะไร… ติ๊กต็อก ยังนึกไม่ออกใช่มั้ย มาๆ พี่น้ำผึ้งจะเฉลยให้ฟัง สิ่งนั้นคือ “เสียงดนตรี” เองจ้า 

งานวิจัย Music — an aid to productivity ของมหาวิทยาลัยเบอร์มิงเเฮม ประเทศอังกฤษ ชี้ให้เห็นว่าดนตรีมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานซ้ำๆ และช่วยให้เรามีสมาธิในการทำงาน (Fox and Embrey, 1972) เพราะงั้น หากน้องๆ รู้สึกเบื่อกับการทำอะไรซ้ำๆ ซากๆ เช่นการเช็กอีเมล หรือตอบคอมเมนท์ ลองเพิ่มเสียงดนตรีเข้าไปสิ รับรองว่าเราจะทำมันเสร็จเร็วกว่าที่คิดอีก!

แต่ถ้างานที่เราทำอยู่มันเป็นสิ่งที่ใช้สมองมาก โดยเฉพาะการเขียนนิยายที่ต้องใช้สมองสองข้างพร้อมๆ กัน การหาดนตรีหรือเพลงที่เหมาะสมคงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก และก็โชคดีอีกเช่นกันเมื่อวิทยาศาสตร์สามารถช่วยเราได้! เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้นพี่น้ำผึ้งว่าเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เรามาดู “การใช้ดนตรีเพื่อให้การทำงานและการเขียนนิยายของเรามีประสิทธิภาพ” กันเถอะค่ะ ตามมาดูเลยจ้า

 

ถูกใจนักเขียนรักเสียงดนตรี งานวิจัยชี้ เปิดเพลงฟังช่วยให้เขียนนิยายเสร็จเร็วขึ้น!
(via: pexels.com)
 

ฟังดนตรีที่มีเสียงธรรมชาติ

นักวิจัยจากสถาบันโพลิเทคนิคเรนส์ซเลียร์ (Rensselaer Polytechnic Institute) ประเทศสหรัฐอเมริกาพบว่า การฟังเสียงธรรมชาติขณะทำงานจะช่วยเพิ่มอารมณ์ของเรา ทำให้เรามีสมาธิและช่วยให้เราโฟกัสอยู่ที่การทำงานของเราได้มากขึ้น

ทีมนักวิจัยกล่าวในงานวิจัย Tuning the cognitive environment: Sound masking with “natural” sounds in open-plan offices ว่า เสียงธรรมชาติเป็น White Noise (เสียงรบกวนที่ไพเราะและน่าฟัง) อย่างหนึ่งที่มีคุณสมบัติในการช่วยเสริมสร้างความเข้าใจ เพิ่มประสิทธิภาพความสามารถในการจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งและเพิ่มสมาธิ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความพึงพอใจให้กับผู้ที่ทำงานด้วย ซึ่งเสียงที่นักวิจัยขอแนะนำแรงๆ เลยก็คือ “เสียงน้ำไหลของลำธารบนภูเขา” เพราะมันเป็นเสียงที่ไม่รบกวนสมาธิของกลุ่มตัวอย่าง

ทีนี้ถ้าน้องๆ อยากได้สมาธิและมู้ดดีๆ ในการเขียนนิยายฉากยากๆ ที่ทำให้เรากุมขมับ ทำไมไม่ลองฟังเสียงดนตรีจากธรรมชาติดูล่ะ พี่น้ำผึ้งการันตีเลยว่าเวิร์ก เพราะตอนพี่กำลังเขียนบทความนี้ก็เปิดฟังอยู่จ้า ส่วนดนตรีด้านล่างที่พี่นำมาฝากคือดนตรีที่เขาว่ากันว่า “ช่วยผ่อนคลายมากที่สุด” ใส่หูฟังแล้วเปิดได้เลย

Clip

3 HOURS Relaxing Music with Water Sounds Meditation

ฟังเพลงที่เราชื่นชอบ

หากน้องๆ ไม่ชอบฟังเสียงดนตรีจากธรรมชาติ ไม่เป็นไรค่ะ การฟังเพลงที่เราชื่นชอบเองก็สามารถช่วยให้เรารู้สึกดีขึ้นได้เช่นกัน Teresa Lesiuk ผู้ช่วยศาสตราจารย์สาขาวิชาดนตรีบำบัดจากมหาวิทยาลัยไมอามี่ ประเทศสหรัฐอเมริกาพบว่า ความชื่นชอบในการฟังเพลงส่วนบุคคลเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีทักษะในสาขาการทำงานของตน

ซึ่ง Teresa Lesiuk เล่าให้ฟังว่าเธอให้ผู้เข้าร่วมงานวิจัยของเธอฟังเพลงที่พวกเขาชื่นชอบขณะที่ทำงาน ผลเป็นยังไงรู้มั้ย? บอกเลยว่าพวกเขาสนุกกับการทำงานมาก เรียกได้ว่าทำงานลืมโลกเลยทีเดียว เเถมงานของพวกเขายังเสร็จอย่างรวดเร็วอีกต่างหาก นอกจากนี้พวกเขายังเปี่ยมไปด้วยไอเดียเจ๋งๆ ด้วย เมื่อเทียบกับคนที่ไม่ได้ฟังเพลงเพื่อปรับอารมณ์

“เมื่อคุณเครียด คุณอาจตัดสินใจได้เร็วกว่าปกติ เนื่องจากคุณไม่มีสมาธิจดจ่ออยู่กับสิ่งนั้นๆ” Teresa Lesiuk บอกกับ The New York Times “เมื่อคุณอารมณ์ดี คุณจะมองเห็นทางเลือกได้มากกว่า” นั่นจึงเป็นเหตุให้ว่าทำไมเราจึงควรฟังเพลงที่ชอบ เพราะมันช่วยทำให้เราอารมณ์ดีขึ้น ทีนี้ไม่ว่าเราจะอยู่ในสถานการณ์ที่เครียดขนาดไหน เราก็ผ่อนคลายได้ตลอด

แต่พอมาเป็นการเขียนนิยายล่ะ? หลายคนอาจสงสัย ถ้าเราฟังเพลงที่ชอบตอนเขียนนิยายจะเป็นยังไง จะเวิร์กมั้ย? ถ้างั้นเรามาคลายข้อสงสัยที่หัวข้อถัดไปดีกว่าค่ะ
 

แต่อย่าเพลิดเพลินกับมันมากเกินไป

ใช่แล้ว แม้การฟังเพลงที่เราชื่นชอบจะทำให้เราเพลิดเพลิน อย่างไรก็ตาม งานวิจัยจาก Fu Jen University ในไต้หวันกลับแย้งว่า “ดนตรีที่เราไม่ได้ชื่นชอบต่างหากให้ผลดีที่สุด!” งานนี้นักวิจัยจากเมืองชานมไข่มุกพบว่า เราจะเสียสมาธิได้เมื่อเปิดเพลงที่ชอบหรือเกลียดมากๆ ขณะทำงาน เพราะงั้นถ้าหากน้องๆ คิดจะเปิดเพลงที่ชอบขณะเขียนนิยาย พี่น้ำผึ้งขอแนะนำให้เริ่มจากการทดลองที่ตัวเราเองก่อน ถ้าเรามีสมาธิ ไอเดียแล่น ไม่มีตัน ก็ลุยโลด เปิดเพลงนี้วนไปซ้ำๆ แต่ถ้าไม่ล่ะก็...ล้มเลิกการฟังเพลงที่ชอบซะแล้วหันไปฟังดนตรีอย่างอื่นแทน ก่อนที่นิยายของเราจะไปไม่ถึงไหนจ้า

 

ถูกใจนักเขียนรักเสียงดนตรี งานวิจัยชี้ เปิดเพลงฟังช่วยให้เขียนนิยายเสร็จเร็วขึ้น!
(via: pexels.com)
 

ฟังดนตรีที่ไม่มีเนื้อร้อง

ว่ากันว่าถ้อยคำทำให้เราไขว้เขว! สงสัยจะจริง อ้างอิงจากงานวิจัยของ Cambridge Sound Management พบว่าเสียงไม่ได้รบกวนการทำงานของเรา แต่การฟังเพลงที่มีเนื้อร้องต่างหากที่รบกวนสมาธิของเรา กล่าวคือเวลาเราฟังเพลงที่มีเนื้อร้อง สมาธิทั้งหมดของเราทั้งหมดจะไปตกอยู่ที่เนื้อเพลงแทนที่จะตกอยู่กับงาน เหมือนกับเวลาเราแอบฟังคนคุยกันนั่นแหละ หูเราจะผึ่งและสติกระเจิดกระเจิงทันที 

ในปี 2008 งานวิจัยของแคมบริดจ์ชี้ให้เห็นว่า 48% ของคนเราถูกเบี่ยงเบนความสนใจจากงานได้ง่ายเมื่อได้ยินใครบางคนพูดคุยกัน! ดังนั้นถ้าน้องๆ อยากเขียนนิยายได้อย่างมีสมาธิ คำแนะนำที่ดีที่สุดคือเลี่ยงการฟังเพลงที่มีเนื้อร้อง แต่ให้ไปฟังดนตรีของเพลงนั้นแทน ไม่อย่างนั้นนั่งเขียนนิยายอยู่ดีๆ อาจกลายเป็นเขียนเนื้อเพลงแทนได้จ้า ส่วนใครไม่รู้จะฟังอะไร ลองเสิร์จดนตรี music box ฟังดูก็ผ่อนคลายไปอีกแบบ ยกตัวอย่างเช่น music box ด้านล่างนี้จ้า
 

Clip

Music Box Hit Collection

ฟังดนตรีที่มีจังหวะเหมาะกับเรา

รู้หรือไม่ จังหวะดนตรีเป็นตัวกระตุ้นอารมณ์ของเราได้ดีมาก! หนึ่งในงานวิจัยของชาวแคนาดาพบว่า ขณะที่กลุ่มอาสาสมัครฟังเพลงที่มีจังหวะเร็ว พวกเขาทำแบบทดสอบไอคิวได้ดีกว่า ดังนั้นถ้างานของเราต้องอาศัยความกระตือรือร้น หรือน้องๆ กำลังเขียนนิยายฉากตื่นเต้น ลุ้นระทึก ลองฟังเพลงที่มีจังหวะเร็วๆ สิ มันจะช่วยให้เราทำงานให้เสร็จได้อย่างรวดเร็ว ยกตัวอย่างเช่น ดนตรีบาโรกเองก็เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการทำงานให้เสร็จ 

อันที่จริงงานวิจัยเล็กๆ ของรังสีแพทย์ โรงพยาบาลฮาร์บอร์ มหาวิทยาลัยแมริแลนด์ และ University of Pennsylvania Health System เองก็สนับสนุนเเนวคิดการฟังดนตรียาโรก พวกเขากล่าวว่าการฟังดนตรีบาโรกขณะทำงานจะช่วยให้การทำงานของเราง่ายขึ้น อีกทั้งช่วยให้อารมณ์ของเราดีโดยไม่รู้ตัว

Clip

The Best of Baroque Music

อีกหนึ่งงานวิจัยจาก BMS College of Engineering ประเทศมาเลเซียเองก็ระบุเหมือนกันว่า การฟังดนตรีที่มีจังหวะประมาณ 60 บีตต่อนาทีจะช่วยลดความเครียดและเพิ่มความผ่อนคลายให้แก่ร่างกายของผู้ฟัง ในทางดนตรีคลาสสิก เราเรียกจังหวะนี้ว่า “larghetto” หมายถึงเพลงที่มีทำนองไม่ช้าหรือเร็วเกินไป ลองฟังตัวอย่าง larghetto ได้ด้านล่างนี้

Clip

Ambient Music for Study • Work • Focus • Concentration • 1 Hour

อีกทริคหนึ่งที่น่าสนใจคือ น้องๆ สามารถเลือกจังหวะดนตรีให้ตรงกับฉากที่เรากำลังเขียนนิยายอยู่ เช่น ถ้าหากเขียนฉากโรแมนติก ลองฟังดนตรีแนวหวานๆ ผ่อนคลาย ถ้ากำลังเขียนฉากลุ้นระทึก ตามหาตัวฆาตกร ลองฟังดนตรีที่มีจังหวะเร็ว หรือถ้าหากเขียนฉากสู้รบปรบมือ ลองฟังดนตรีที่เป็นอีปิกสไตล์ Final Fantasy ดูได้ ทั้งหมดสามารถช่วยให้จินตนาการของเราบรรเจิดค่ะ ลองดูนะคะ

 

ฟังเพลงที่มีระดับความดังพอดี

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ มหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบีย และมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนียพบว่า เสียงที่มีระดับความดังพอดีช่วยให้เรามีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น แม้ว่าทั้งเสียงดังและเสียงระดับปกติจะช่วยให้เรามีความคิดเชิงนามธรรม (Abstract thinking) แต่เสียงที่ดังมากเกินไปสามารถลดการทำงานของสมองได้ 

แล้วเพลงระดับพอดีคืออะไรล่ะ? ยกตัวอย่างง่ายๆ ก็เช่น ถ้าเราเปิดเพลงฟังจนไม่ได้ยินเสียงคนรอบข้าง แปลว่าเพลงของเราดังเกินไป ดังนั้นลดๆ ลงมาหน่อย แต่เสียงคนรอบข้างกลบเสียงเพลงของเรา แปลว่าเพลงที่เปิดมันเบาไปแล้ว สุดท้ายก็ต้องปรับให้อยู่ในระดับพอดี เพราะการเปิดเพลงดังเกินไปไม่เพียงแต่รบกวนสมาธิของเรา หรือทำให้เราเขียนนิยายผิดๆ ถูกๆ แต่ยังทำให้เรามีโอกาสเป็นโรคหูตึงหรือหูเสื่อมด้วยค่ะ

 

เป็นอย่างไรบ้างคะกับเรื่องราวดีๆ ที่นำมาฝากในวันนี้ ทีนี้ครั้งถัดไปหากน้องๆ เจอปัญหาตัน เขียนนิยายไม่ออก ไอเดียไม่แล่น หรือไม่มีสมาธิเขียนนิยาย ลองใส่หูฟังแล้วเปิดเพลงตอนทำงานสิ รับรองเวิร์กแน่นอน สมาธิมาแน่ ไอเดียจัดเต็มพร้อมลุย ยิ่งถ้าเปิดเพลงหรือดนตรีให้ตรงกับฉากที่เขียนอยู่ บอกเลยว่าดีไม่ดีรู้ตัวอีกทีเขียนนิยายจบเรื่องแล้วจ้า หมดปัญหาการดองเลยทีเดียว ดีงามแบบนี้ไม่ลองไม่ได้แล้วจ้ะ

พี่น้ำผึ้ง :)

 

ขอบคุณข้อมูลจาก

Fox, J. and Embrey, E. (1972). Music — an aid to productivity. Applied Ergonomics, 3(4), pp.202-205.

DeLoach, A., Carter, J. and Braasch, J. (2015). Tuning the cognitive environment: Sound masking with “natural” sounds in open-plan offices. The Journal of the Acoustical Society of America, 137(4), pp.2291-2291.

Mehta, R., Zhu, R. and Cheema, A. (2012). Is Noise Always Bad? Exploring the Effects of Ambient Noise on Creative Cognition. Journal of Consumer Research, 39(4), pp.784-799.

https://www.nytimes.com/2012/08/12/jobs/how-music-can-improve-worker-productivity-workstation.html
https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/21508527
https://cambridgesound.com/sound-masking-references/
https://ieeexplore.ieee.org/document/5556761?tp=&arnumber=5556761&url=http:%2F%2Fieeexplore.ieee.org%2Fxpls%2Fabs_all.jsp%3Farnumber%3D5556761


 

Deep Sound แสดงความรู้สึก

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nampueng

พี่น้ำผึ้ง - ผู้เขียน

คอลัมนิสต์ประจำคอลัมน์นักเขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #การเขียนนิยาย #การทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ #productive #ฟังเพลง #ดนตรี

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?