คุยกับ 'ครูมอลลี่' ตอนที่ 5 : 'กว่าจะมีเรื่องราว ต้องผ่านการเล่าเรื่อง' []

วิว


คุยกับ 'ครูมอลลี่' ตอนที่ 5 :  'กว่าจะมีเรื่องราว ต้องผ่านการเล่าเรื่อง'



สวัสดีค่ะน้องๆ เด็กดีทุกคน ^___^ บทความนี้ขออนุญาตมาช้านิดหน่อยนะคะเพราะพี่หวานติดภารกิจ แต่ก็ไม่ได้หายไปไหน ในสัปดาห์นี้พี่หวานและครูมอลลี่ก็ยังคงอยู่กับเหล่านักเขียนที่ให้ความสนใจในเรื่องการเขียนเช่นเคยค่ะ สำหรับใครที่รออ่านอยู่ละก็วันนี้ไม่ผิดหวังเเน่นอน เพราะครูมอลลี่จะมาคุยถึงเรื่อง 'กลวิธีการเล่าเรื่อง' ค่ะ ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญเลยนะคะสำหรับการเขียน เพราะเเต่ละเรื่องราวที่กลั่นออกมาเป็นตัวหนังสือนั้นต้องใช้การเล่าเรื่องนี่แหละค่ะช่วยเดินเรื่อง
 
 

คุยกับ 'ครูมอลลี่'


คุยกับ 'ครูมอลลี่' ตอนที่ 5 : 'กว่าจะมีเรื่องราว ต้องผ่านการเล่าเรื่อง'

สวัสดีค่ะครูมอลลี่ ได้กลับมาพบกันอีกครั้งเป็นสัปดาห์ที่ 5 เเล้วดีใจมากเลยค่ะ วันนี้รู้สึกอยากรู้เป็นพิเศษเลยว่าครูจะมาพูดเรื่องอะไรคะ
ครูมอลลี่ : ครูจะมาคุยต่อถึงเรื่องกลวิธีการเล่าเรื่องค่ะ เรื่องสั้นนั้นเป็นเรื่องเล่าสมัยใหม่ที่แตกต่างกับนิยายหรือนิทานซึ่งเป็นเรื่องเล่าในอดีต  กลวิธีการเล่าเรื่องถือว่าเป็นศิลปะอย่างหนึ่งในการสร้างสรรค์งานประเภทเรื่องสั้น นักเขียนที่สามารถคิดค้นหาวิธีการเล่าเรื่องที่แปลกใหม่ จะทำให้งานเขียนเรื่องนั้นมีคุณค่าในเชิงของศิลปะ  อย่างไรก็ตามการสรรหากลวิธีการเล่าเรื่องในเรื่องสั้นนั้นก็มิใช่เรื่องง่ายนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องสั้นสมัยใหม่ที่นักเขียนพิถีพิถันในการแสวงหาวิธีการเล่าเรื่องที่ผิดแผกแตกต่างกันออกไป 

เรื่องที่ครูมอลลี่จะพูดถึงเป็นอันดับแรก ก็คือการทำความเข้าใจความหมายของคำว่า การเล่าเรื่อง ให้ตรงกันเสียก่อน  ค่อย ๆ ทำความเข้าใจไปพร้อม ๆ กันนะคะ

อย่างแรกที่ต้องให้น้องๆ ทุกคนเข้าใจตรงกันก็คือความหมายของการเล่าเรื่องใช่มั้ยคะ
ครูมอลลี่ : ใช่แล้วค่ะ การเล่าเรื่องเป็นกลวิธีการถ่ายทอดเรื่องราวตลอดจนความเป็นไปในเรื่องเพื่อให้ผู้อ่านทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยจะมีผู้เล่าเรื่องทำหน้าที่ถ่ายทอดเรื่องราวดังกล่าว  ผู้เล่าเรื่องนั้นอาจเป็นผู้เขียน หรืออาจจะเป็นตัวละครตัวใดตัวหนึ่งของเรื่องก็ได้ การเล่าเรื่องในเรื่องสั้นเท่าที่ปรากฏนั้นมี 2 วิธี ได้แก่ การเล่าเรื่องโดยผู้เล่าเป็นตัวละครตัวใดตัวหนึ่งในเรื่อง และการเล่าเรื่องโดยผู้เล่ามิได้เป็นตัวละครในเรื่อง


1. การเล่าเรื่องโดยผู้เล่าเป็นตัวละครตัวใดตัวหนึ่งในเรื่อง 

การเล่าเรื่องแบบนี้ผู้เล่าอาจเป็นตัวละครเอก ตัวละครรอง หรืออาจเป็นผู้สังเกตการณ์ในเรื่องเป็นผู้เล่าเรื่อง
 
  • ตัวละครเอกเป็นผู้เล่าเรื่อง วิธีนี้จะเล่าเรื่องโดยผ่านมุมมองของตัวละครเอก โดยตัวเอกจะบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นและใช้สรรพนาม “ฉัน” “ข้าพเจ้า” “กู” เป็นต้น ในการเล่าเรื่อง ตัวละครเอกจึงเป็นศูนย์กลางของเรื่อง ด้วยเหตุนี้ผู้อ่านจึงจะสามารถทราบทรรศนะของตัวละครเอกได้โดยง่าย เพราะผู้เล่าจะเล่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้ยินได้ฟังมา ตลอดจนสามารถแสดงความรู้สึกของตัวเองให้ผู้อ่านรับรู้

อย่างไรก็ตามการเล่าเรื่องด้วยวิธีนี้ก็อาจจำกัดขอบเขตเฉพาะสิ่งที่ตัวละครเอกรับรู้ สิ่งที่อยู่นอกเหนือจากประสบการณ์ก็ไม่สามารถจะบอกเล่าให้ผู้อ่านทราบได้ การเล่าเรื่องด้วยมุมมองแบบนี้จึงค่อนข้างเป็นมุมมองที่ค่อนข้างจำกัดขอบเขต บางครั้งจึงเรียกการเล่าเรื่องแบบนี้ว่า “ทรรศนะจำกัดขอบเขต” การเล่าเรื่องด้วยวิธีนี้มีผลดีในแง่ที่ทำให้เรื่องดูสมจริงและน่าเชื่อถือ อีกทั้งยังทำให้ผู้อ่านเข้าใจเรื่องและดึงดูดอารมณ์ให้คล้อยตามได้โดยง่าย แต่ก็มีข้อเสียตรงที่ผู้อ่านมีโอกาสทราบทรรศนะของตัวละครหรือเรื่องราวในเรื่องได้เพียงแง่มุมเดียวคือแง่มุมที่ผ่านจากตัวละครเอกเท่านั้น นักเขียนรุ่นหลังได้พัฒนา กลวิธีดังกล่าวมาเป็นวิธีการเล่าเรื่องที่เรียกว่า “กระแสจิตประหวัด” (stream of consciousness) กล่าวคือ ปล่อยให้ตัวละครพรั่งพรูอารมณ์และความรู้สึกนึกคิดไปเรื่อยๆ ซึ่งอาจไม่ต่อเนื่องกันหรือไม่เรียงลำดับกัน หรืออาจจะให้ตัวละครรำพึงรำพันหรือพูดกับตัวเอง (monolouge) ก็ได้
 
  • ตัวละครรองเป็นผู้เล่าเรื่อง การเล่าเรื่องวิธีนี้ตัวละครตัวหนึ่งในเรื่องเป็นผู้เล่าเรื่อง ตัวละครดังกล่าวเป็นตัวละครรอง จะเล่าเรื่องในฐานะผู้รู้เห็นเหตุการณ์แต่จะเล่าเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับตัวละครตัวอื่นคือตัวละครเอกมากกว่าตัวเอง ผู้อ่านจะทราบความรู้สึกนึกคิด ตลอดจนทรรศนะต่าง ๆ ของตัวละครจากในเรื่องผ่านตัวละครรองตัวนี้ การเล่าเรื่องด้วยวิธีนี้อาจจะมีข้อดีตรงที่สามารถเปิดมุมมองในการรับรู้เรื่องราวในเรื่องได้มากกว่าการใช้มุมมองผ่านตัวละครเอกในเรื่องเพียงตัวเดียว
  • ผู้เล่าเรื่องเป็นผู้สังเกตการณ์ การเล่าเรื่องด้วยวิธีนี้คล้ายกับวิธีที่สองเพียงแต่ผู้เล่าเรื่องมิได้เป็นผู้ที่มีส่วนร่วมในเหตุการณ์ และมิได้มีผลได้ผลเสียใด ๆ ในเรื่องแม้แต่น้อย แต่จะเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นอย่างคนที่เฝ้ามองเหตุการณ์และความเป็นไปที่เกิดขึ้น


แสดงว่าการเล่าเรื่องโดยตัวละครในเรื่องก็มีผลเสียคือเราจะได้รับมุมมองที่ไม่กว้างมากอย่างนี้นี่เอง เเล้วการเล่าโดยไม่ใช่ตัวละครในเรื่องละคะ
ครูมอลลี่ :  การเล่าเรื่องโดยผู้เล่าไม่ได้เป็นตัวละครตัวใดตัวหนึ่งในเรื่อง มีได้หลายวิธี ได้แก่ ผู้แต่งในฐานะผู้เล่าเรื่องทั้งหมด ผู้แต่งในฐานะผู้เล่าเรื่องตัวละครเอก การเล่าเรื่องแบบรายงานข้อเท็จจริง
 

2. การเล่าเรื่องโดยผู้เล่าไม่ได้เป็นตัวละครตัวใดตัวหนึ่งในเรื่อง

  • ผู้แต่งในฐานะผู้เล่าเรื่อง การเล่าเรื่องด้วยวิธีนี้ผู้เล่าเรื่องจะทำหน้าที่เหมือนผู้รู้แจ้ง กล่าวคือสามารถล่วงรู้ความเป็นมาความเป็นไปของเรื่อง ตลอดจนสามารถทราบความรู้สึกนึกคิดและเข้าถึงจิตใจของตัวละครในเรื่องได้ทุกแง่มุม การเล่าเรื่องประเภทนี้จะใช้สรรพนามบุรุษที่ ๓ เพื่อเรียกขานตัวละครในเรื่อง และบางครั้งผู้เล่าเรื่องก็ยังทำหน้าที่วิพากษ์วิจารณ์เรื่องราวเหตุการณ์ ตลอดจนการประเมินค่าพฤติกรรมและบทบาทของตัวละครในเรื่อง
     
  • ผู้แต่งในฐานะผู้เล่าเรื่องของตัวละครเอก การเล่าเรื่องด้วยวิธีนี้เป็นการจำกัดมุมมองของผู้เล่าเรื่องให้แคบเข้ากว่าวิธีแรกกล่าวคือ แทนที่ผู้เล่าเรื่องจะรับรู้ทุกสิ่งทุกอย่างในเรื่อง แต่จะจำกัดขอบเขตเพียงการรับรู้เรื่องราวของตัวละครเอกเพียงตัวเดียว และสามารถเจาะลึกลงไปถึงความรู้สึกนึกคิดทุกแง่มุมของตัวละครเอก ขณะที่การกล่าวถึงตัวละครอื่น ๆ อาจเป็นไปอย่างผิวเผิน
     
  • การเล่าเรื่องแบบรายงานข้อเท็จจริง การเล่าเรื่องแบบนี้ผู้เล่าไม่ปรากฎในเรื่อง การเล่าเรื่องจะเป็นการบรรยายเหตุการณ์ เสนอภาพการกระทำ การพูดจา สีหน้าท่าทางของตัวละคร โดยไม่แสดงการวิพากษ์วิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นต่อการกระทำของตัวละคร เรื่องราวต่างๆที่บรรยายออกมาจำกัดเฉพาะสิ่งที่มองเห็นได้ด้วยตาหรือได้ยินด้วยหู แต่จะไม่สามารถล่วงรู้เหตุการณ์ในอนาคต ความในใจของตัวละคร ตลอดจนการตัดสินใจของตัวละครในเรื่องแต่ประการใด การเล่าเรื่องประเภทนี้จึงเสมือนเป็นการให้สิทธิตัวละครในการคิด การทำ การพูดโดยไม่มีผู้เล่าเรื่องบงการอยู่เบื้องหลัง

     
มีกลวิธีเล่าเรื่องหลากหลายขนาดนี้ ครูมอลลี่คิดว่าน้องๆ ควรเลือกใช้กลวิธีการเล่าเรื่องอย่างไรบ้างคะถึงจะเหมาะสม
ครูมอลลี่ : การเล่าเรื่องแต่ละวิธีนั้นล้วนมีข้อดีและข้อด้อยแตกต่างกันออกไป ผู้แต่งจะต้องเลือกใช้วิธีการเล่าเรื่องที่สามารถจะสื่อเรื่องราวหรือความคิดที่ต้องการเสนอแก่ผู้อ่านได้อย่างชัดเจนและประทับใจที่สุด

การเลือกใช้กลวิธีการเล่าเรื่องที่เหมาะสมกับเรื่องที่จะเสนอนั้นถือได้ว่าเป็นการเลือกสรรและคิดค้นทางศิลปะอย่างหนึ่งในวรรณกรรมประเภทเรื่องเล่า อย่างเช่นเรื่องสั้น การพิจารณากลวิธีการเล่าเรื่องในเรื่องสั้นจะเหมาะสมหรือไม่นั้น มีข้อสังเกตได้ดังต่อไปนี้

1. พิจารณาความเหมาะสมในการเลือกใช้กลวิธีการเล่าเรื่อง เนื่องจากกลวิธีการเล่าเรื่องนั้นมีหลายวิธีดังทึ่กล่าวมาแล้วข้างต้น ผู้แต่งจะต้องรู้จักเลือกใช้กลวิธีที่เหมาะสมกับแนวเรื่อง กล่าวคือหากเป็นเรื่องที่มุ่งแสดงพฤติกรรมของตัวละครและมุ่งเแสดงเนื้อหา มักนิยมเล่าเรื่องด้วยใช้ผู้แต่งเป็นผู้เล่าเรื่องแบบรู้แจ้งเห็นจริงโดยใช้สรรพนามบุรุษที่สาม หากเป็นเรื่องที่เน้นอารมณ์ความรู้สึกของตัวละคร มักจะใช้กลวิธีการเล่าเรื่องแบบตัวละครเอกเป็นผู้เล่าเรื่องโดยใช้สรรพนามบุรุษที่ 1 หรืออาจใช้วิธีการเล่าเรื่องแบบผู้แต่งเป็นผู้เล่าเรื่องโดยจำกัดการเล่าเรื่องให้อยู่ในขอบเขตที่แคบเข้า คือเฉพาะตัวละครเอกของเรื่อง

การเล่าเรื่องทั้งสองวิธีนี้จะให้ความสำคัญแก่ตัวละครเอกค่อนข้างมาก ทำให้เรื่องราวของตัวละครตัวนี้โดดขึ้นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ของอารมณ์ความรู้สึก หากต้องการเสนอเรื่องราวที่แสดงความรู้สึกสับสนวุ่นวายในใจของตัวละครนั้น กลวิธีที่เหมาะสมที่สุดคือกลวิธีแบบกระแสจิตประหวัด เพราะเป็นการเสนอเรื่องตามอารมณ์ที่หลั่งไหลออกมาซึ่งอาจจะต่อเนื่องกันไปอย่างมีระบบระบียบหรือไม่มีระบบระเบียบก็ได้ อย่างไรก็ตามข้อควรพิจารณาดังกล่าวนั้นอาจจะมิได้เป็นเครื่องชี้ขาดในการประเมินค่ากลวิธีการเล่าเรื่องทุกกรณีไป นักเขียนบางคนอาจใช้วิธีการนำเสนอเรื่องที่แหวกแนวออกไปและทำให้เรื่องน่าสนใจยิ่งขึ้น ก็อาจนับได้ว่าเป็นความสามารถของนักเขียนผู้นั้นที่มิอาจมองข้ามไปได้เลย

2. พิจารณาความคงที่ในการใช้กลวิธีการเล่าเรื่อง โดยปกติแล้วเรื่องสั้นมักจะใช้วิธีการเล่าเรื่องแบบเดียวกันตลอดทั้งเรื่องทั้งนี้เพราะเรื่องสั้นมุ่งแสดงความคิดใดความคิดหนึ่งอย่างชัดเจน เข้มข้นและมีเอกภาพ ในขณะที่นวนิยายอาจจะสามารถใช้กลวิธีการเล่าเรื่องได้หลายวิธีในเรื่องเดียวกัน ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของผู้เแต่ง กล่าวคือหากต้องการแสดงพฤติกรรมของตัวละครหรือเนื้อเรื่องก็อาจใช้วิธีการเล่าเรื่องแบบผู้รู้แจ้ง แต่เมื่อต้องการจะแสดงอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครให้เด่นชัดก็อาจจะเปลี่ยนแปลงวิธีการเล่าเรื่องเป็นผู้แต่งเป็นผู้เล่าเรื่องโดยจำกัดขอบเขตให้เป็นการเล่าเรื่องของตัวละครเอก และเมื่อต้องการทำให้เนื้อเรื่องกระจ่างชัด ก็อาจจะกลับไปเป็นการเล่าเรื่องแบบรู้แจ้งอีกก็ได้ การจะใช้กลวิธีการเล่าเรื่องประเภทใด วิธีเดียวหรือหลายวิธีอยู่ที่พลังความสามารถของผู้แต่งที่จะโน้มน้าวผู้อ่านให้ดูดซับสิ่งที่เขาต้องการเสนอได้ดีเพียงใด

3. พิจารณาน้ำเสียงและท่าทีของผู้เล่าเรื่องและผู้แต่ง ในขณะที่ผู้แต่งใช้กลวิธีการเล่าเรื่องแบบต่าง ๆ เพื่อทำให้เรื่องดำเนินไป ผู้เขียนอาจจะแสดงน้ำเสียง ท่าที ตลอดจนทรรศนะต่อเรื่องต่างๆ ผ่านตัวละครในเรื่อง ผู้แต่งที่มีความสามารถจะสามารถเสนอทรรศนะของตนออกมาได้ด้วยน้ำเสียงและท่าทีของตัวละครในเรื่องเอง จนยากที่จะแยกทรรศนะของผู้แต่งและตัวละครให้ออกจากกันได้ แต่บางครั้งผู้แต่งก็ไม่สามารถกำหนดตัวเองให้อยู่หลังฉากได้ตลอด หลุดรอดออกมาแสดงทรรศนะของตนให้ผู้อ่านรับรู้ สวมบทบาทเป็นผู้แทรกแซงเหตุการณ์ในเรื่อง ในกรณีนี้ทำให้งานเขียนนั้นถูกประเมินว่าด้อยคุณภาพได้


การจะเลือกวิธีเล่าเรื่องก็ต้องเลือกให้ดีให้เหมาะสมกับเรื่องที่เรากำลังเขียนด้วยนี่เอง นักเขียนนี่ต้องคิดหลายตลบจริงๆ นะคะ ก่อนจะจบบทความนี้ไปครูมอลลี่มีอะไรอยากฝากน้องๆ เพิ่มเติมมั้ยคะ
ครูมอลลี่ : ครูก็อยากฝากให้น้องๆ นักเขียนมือใหม่ ลองเลือกกลวิธีการเล่าเรื่องเหล่านี้ แล้วนำไปใช้ให้เหมาะสมกับเนื้อเรื่อง และการแสดงทรรศนะของเรา นะคะ เเละวันนี้ครูมอลลี่มีการบ้านที่จะฝากไว้สำหรับนักเขียนมือใหม่ที่อาจจะยังตีโจทย์ของการประกวดเรื่องสั้นพระยาอนุมานราชธนในปีที่ไม่แตก อาจเกิดข้อสงสัยว่าเราจะเขียนเรื่องสั้นที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมได้อย่างไร ครูมอลลี่จึงขอนำเรื่องสั้นสิงคโปร์เรื่อง “ฟันของทวด” มาให้อ่านพอเป็นแนวทาง เรื่องสั้นเรื่องนี้อาจกระตุ้นให้เกิดแรงบันดาลใจ ที่จะร่วมกันสร้างปรากฏการณ์ทางวรรณศิลป์ให้วงวรรณกรรมบ้านเรา ลองคลิกและอ่านนะคะ สัปดาห์หน้าเราจะคุยเรื่องนี้กันค่ะ

สำหรับน้องๆ ที่อ่านมาถึงตรงนี้ก็ลองเข้าไปอ่านเรื่องสั้นที่ครูมอลลี่เเนะนำได้ที่นี่เลยค่ะ >>คลิก<< เเล้วสัปดาห์หน้าก็จะได้มาพูดคุยกันต่อไป สำหรับพี่หวานเองหลังจากที่ได้พูดคุยกับครูมอลลี่มาตลอดก็รู้สึกได้ว่าศาสตร์และศิลป์ในการสร้างสรรค์งานเขียนสักเรื่องนี่มีรายละเอียดที่คนเป็นนักเขียนจะต้องใส่ใจให้มากหลายจุดเลยล่ะค่ะ ยังไงก็ตามพี่หาหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้น้องๆ สามารถปรับปรุงเพิ่มเติมในงานตัวเองได้ดีขึ้นนะคะ แล้วพบกันใหม่บทความหน้าค่ะ ^___^
 


 พี่หวาน
 
คุยกับ 'ครูมอลลี่' ตอนที่ 5 : 'กว่าจะมีเรื่องราว ต้องผ่านการเล่าเรื่อง'
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=whan

พี่หวาน - ผู้เขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #เรื่องสั้น #กลวิธีการเล่าเรื่อง

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป