หยุดแบนกันเถอะ! 4 เรื่องจริง "การถูกเพื่อนแบน" ที่เปลี่ยนชีวิตคนๆ หนึ่งไปอย่างไม่น่าเชื่อ []

วิว
หยุดแบนกันเถอะ! 4 เรื่องจริง "การถูกเพื่อนแบน" ที่เปลี่ยนชีวิตคนๆ หนึ่งไปอย่างไม่น่าเชื่อ


       ปัญหาหนึ่งในรั้วโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยที่มีทุกยุคทุกสมัย สิบปีก่อนมียังไง สิบปีผ่านมาก็ยังคงมีปัญหานี้อยู่ คงต้องยกให้ "การถูกเพื่อนแบน" บางคนไม่เคยประสบกับตัวเองโดยตรง แต่เชื่อว่าน่าจะเคยพบเห็น "การที่คนรอบตัวของเราถูกเพื่อนแบน" จนบางครั้งเราเองก็รู้สึกเห็นใจคนๆ นั้น ใจหนึ่งก็อยากเข้าไปยื่นมือช่วยเหลือ แต่อีกใจก็ไม่กล้าเข้าไปยุ่งเพราะกลัวจะถูกแบนตามไปด้วย

        และเมื่อไม่นานมานี้ เว็บเด็กดีก็ได้ทำคลิปวีดีโอหนึ่งชื่อว่า "เหตุผลของคนโดนแบน" เพื่อนำเสนอความรู้สึกและมุมมองทั้งของคนที่ถูกเพื่อนแบนและคนที่แบนเพื่อน ว่าต่างฝ่ายต่างคิดอะไรอยู่? ปรากฎว่า ใต้คลิปนั้น มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นหลายร้อยคอมเมนต์ ส่วนมากต่างพิมพ์เล่าประสบการณ์เรื่องการถูกแบนที่ตนเองเคยเจอว่ามันเลวร้ายแค่ไหน และนี่คือส่วนหนึ่งของคอมเมนต์ที่เราคัดเลือกมาไว้ในบทความนี้

หยุดแบนกันเถอะ! 4 เรื่องจริง "การถูกเพื่อนแบน" ที่เปลี่ยนชีวิตคนๆ หนึ่งไปอย่างไม่น่าเชื่อ 
 
หยุดแบนกันเถอะ! 4 เรื่องจริง "การถูกเพื่อนแบน" ที่เปลี่ยนชีวิตคนๆ หนึ่งไปอย่างไม่น่าเชื่อ
 
      "เราเคยโดนตั้งแต่ประถมยันมัธยม จนสุดท้ายต้องออกจากโรงเรียนเพราะกดดัน ทำไรก็ไม่มีความสุข ไม่มีกำลังใจที่จะไปโรงเรียน จนกลายเป็นโรคซึมเศร้า หลังจากออกจากโรงเรียนมาก็ไม่กล้าที่จะรู้จักใครอีกเลย กลัวการที่จะเริ่มต้นใหม่ กลัวที่จะต้องเจอเพื่อนแบบเดิมๆ อีก มันยังคงเป็นฝันร้ายที่ตามมาหลอกหลอนทุกวัน  เราไม่ได้ออกเพราะถูกแบน แต่เราออกเพราะช่วงมัธยมเราถูกกลั่นแกล้งทั้งเพื่อนและครู ครูชอบล้อนามสกุล ปกติคนอื่นครูจะเรียกด้วยชื่อ แต่ของเราเรียกนามสกุล และชอบพูดประชดเราบ่อยๆ ว่า ไปเปลี่ยนนามสกุลซะ!"  เรื่องราวจากคุณ AnnieXXXX

       เรื่องนี้เป็นเรื่องน่าเศร้าตรงที่ว่า แม้แต่ครูเองก็ไม่ให้ความช่วยเหลือ แถมยังล้อเลียนนามสกุลนักเรียนของตัวเองด้วยซ้ำ จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า คุณ AnnieXXXX จะทนไม่ไหวและตัดสินใจลาออกจากโรงเรียนนั้นมา .... จริงๆ แล้ว การที่ครูพยายามหยอกเล่นกับนักเรียน เพื่อหวังให้เกิดเสียงหัวเราะ เพิ่มบรรยากาศความสนุกสนานในห้องเรียนนั้น ถือเป็นเรื่องดี แต่อย่าลืมว่า มีหลายวิธีที่สามารถนำมาใช้ได้โดยไม่จำเป็นต้องกระทบต่อความรู้สึกของใคร เพราะหากนักเรียนรู้สึกว่า แม้แต่ครูที่เขาคาดหวังว่าน่าจะเป็นที่พึ่งได้กลับมาทำร้ายความรู้สึกของเขาเสียเอง เขาจะยิ่งรู้สึกเสื่อมศรัทธาทั้งในตัวเองและในตัวครูคนนั้นด้วย
 

หยุดแบนกันเถอะ! 4 เรื่องจริง "การถูกเพื่อนแบน" ที่เปลี่ยนชีวิตคนๆ หนึ่งไปอย่างไม่น่าเชื่อ

หยุดแบนกันเถอะ! 4 เรื่องจริง "การถูกเพื่อนแบน" ที่เปลี่ยนชีวิตคนๆ หนึ่งไปอย่างไม่น่าเชื่อ

      "เราโดนมา 6 ปีเต็มๆ พอพูดถึง 6 ปีนั้น มันคือเวลาที่เลวร้ายมากๆ ที่สุดในชีวิต จนกลายเป็นความกลัวไปเลย กลัวเเม้กระทั่งไม่กล้าที่จะเปิดปากพูดกับใครว่าเรากำลังโดนเเบบนี้ เเล้วยิ่งปีที่ 6 เป็นปีสุดท้ายนี่คิดฆ่าตัวตายไปเลย มันเลยเถิดมาไกลมาก หยุดเรียนขาดสอบเป็นอาทิตย์ หนีออกจากบ้านไปเลยตอนนั้น  จนทุกวันนี้พอนึกถึงก็รู้สึกว่าไม่อยากให้ทุกคนใน 6 ปีนั้นตามมาหลอกหลอนความคิดในหัวอีก จนบางทีก็มีฝันถึง พอตื่นมามันก็หวาดกลัวไปทุกๆ ครั้ง 
 
      เเต่ในอีกเเบบนึงคือเรากลายเป็นคนที่มีความอดทนสูงมากๆ จนใช้ชีวิตในแบบที่คิดว่า ใครจะคิดยังไงก็ช่างหัวมัน เราขอเป็นกำลังใจให้คนที่โดนเเบนนะ ไม่มีใครเข้าใจหรอกว่าคุณใช้ความอดทนอดกลั้นเเค่ไหนถึงจะผ่านจุดนั้นมาได้" เรื่องราวจากคุณ Sai  

      มีหลายคนที่เคยเจอปัญหานี้ออกมาเปิดใจว่า พอเวลาผ่านไป มันจะทำให้เราแกร่งขึ้น ไม่กลัวกับการอยู่คนเดียว หัดพึ่งตัวเอง และที่สำคัญคือ กลายเป็นคนที่มีความอดทนมากๆ ดังนั้นใครที่เจอปัญหานี้อยู่ อดทนเอาไว้นะคะ! ที่สำคัญคืออย่าคิดทำร้ายตัวเองเด็ดขาด เมื่อเวลาผ่านไปแล้วย้อนมองกลับมา เราจะพบว่า เรื่องนี้มันเป็นบทเรียนที่ช่วยลับสกิลความเข้มแข็งให้เราได้เป็นอย่างดีมากๆ แต่ยังไงก็ตาม เชื่อว่าเราคงอยากฝึกความอดทนด้วยวิธีอื่นมากกว่าการที่ถูกเพื่อนแบนแน่ๆ T^T
 

หยุดแบนกันเถอะ! 4 เรื่องจริง "การถูกเพื่อนแบน" ที่เปลี่ยนชีวิตคนๆ หนึ่งไปอย่างไม่น่าเชื่อ 

หยุดแบนกันเถอะ! 4 เรื่องจริง "การถูกเพื่อนแบน" ที่เปลี่ยนชีวิตคนๆ หนึ่งไปอย่างไม่น่าเชื่อ
 
     "ผมไม่มีไลฟ์สไตล์เหมือนกับเพื่อนในห้องเลย ชอบอยู่คนเดียวในช่วงพัก อ่านหนังสือในห้องสมุด เล่นเน็ตในห้องคอม ฯลฯ  คือตอนนั้นเราไม่รู้ตัวหรอกว่าเราไม่มีสังคม จะมารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนทำงานครับ เพราะมีเพื่อนร่วมงานบางคนแซวว่าเราไม่มีเพื่อนคบ เหมือนถูกแบนเบาๆ ตอนนั้นก็ทุกข์ใจมาก จนระแวงไปหมดว่าใครจะมาทำร้ายเราด้วยคำพูดหรือเปล่า อาการคล้ายจิตตกเลย แต่เราก็ไม่ตอบโต้ เพราะเราอยากทำงานอยู่นานๆ

       แต่สุดท้ายยิ่งไม่ตอบโต้เขายิ่งแกล้งหนักขึ้นเรื่อยๆ จนเราต้องเปลี่ยนงานบ่อยๆ ตอนนี้เลยเลือกทำงานอยู่ที่บ้านดีกว่า รู้สึกสุขภาพจิตดีขึ้นเยอะ จะมีใครไม่ชอบเราอีกก็ช่างมัน เพราะตัวเราก็คือตัวเรา เปลี่ยนแปลงไม่ได้แล้ว คิดซะว่าเกลียดในสิ่งที่เราเป็นก็ดีแล้ว เพราะนี่แหละคือเรา อย่างน้อยเราก็ไม่ได้ทำผิดอะไรร้ายแรง และยังมีประโยชน์ต่อสังคมอยู่ แค่นี้ก็ดีแล้วครับ สุดท้ายคือเราเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อให้ทุกคนพอใจไม่ได้ แต่เราเลือกอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมกับเราได้ แค่นี้ก็มีความสุขแล้วครับ"  เรื่องราวจากคุณ Panchaphat
 
      ปัญหาการถูกแบนจากเพื่อนนั้น เอาจริงๆ ดูเหมือนจะเกิดในหมู่ผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เด็กผู้ชายบางคนบอกว่า เขาไม่อินหรือไม่เข้าใจกับเรื่องพวกนี้เพราะไม่เคยเจอ มีอะไรก็ใส่กันตรงๆ ต่อยเป็นต่อยไปเลย .... แต่ไม่น่าเชื่อค่ะว่า มีผู้ชายหลายคนออกมาเล่าว่าตัวเองเคยเจอแบบนี้! (ผิดคาดมากๆ) อย่างเรื่องของคุณ Panchaphat นี่คือลากยาวตั้งแต่วัยเรียนจนถึงวัยทำงานเลย แสดงให้เห็นว่า การถูกแบนไม่ได้มีแค่ตอนเป็นวัยรุ่นเท่านั้น คนวัยทำงานก็ยังมีเจอบ้าง และอาจกระทบต่อชีวิตได้รุนแรงกว่าตอนเรียน เพราะหากลาออกจากงานบ่อยๆ อาจเสียประวัติการทำงานหรือกระทบต่อรายได้ก็เป็นได้

      แต่โชคดีที่คุณ Panchaphat ยังมองในแง่บวกที่ว่า หากสิ่งที่เราเป็นไม่ใช่เรื่องผิด แต่ยังมีคนไม่ชอบเราอยู่ ก็คงจะเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ สู้ถอยออกมาอยู่ในจุดที่เหมาะกับเราก็น่าจะดีกว่าฝืนอยู่ในที่ที่ไม่ใช่เรา


หยุดแบนกันเถอะ! 4 เรื่องจริง "การถูกเพื่อนแบน" ที่เปลี่ยนชีวิตคนๆ หนึ่งไปอย่างไม่น่าเชื่อ

หยุดแบนกันเถอะ! 4 เรื่องจริง "การถูกเพื่อนแบน" ที่เปลี่ยนชีวิตคนๆ หนึ่งไปอย่างไม่น่าเชื่อ

      "เคยโดนแบนเต็มๆ ตอน ป.4-ป.5 เพราะเพื่อนนึกว่าเราเป็นเด็กปัญญาอ่อน ตอนนั้นไม่มีเพื่อนแม้แต่คนเดียว ครอบครัวคือที่พึ่งเดียวจริงๆ ยิ่งโดนเพื่อนแกล้ง ก็ยิ่งโต้ตอบรุนแรง ก็ยิ่งถูกเกลียด กระจายวงกว้างไปเรื่อยๆ สถานการณ์มีแต่แย่ลง จนต้องย้ายโรงเรียน มาที่ใหม่ก็มีปัญหากับเพื่อนไปทั่วเหมือนเดิม เหมือนย้ายที่โดนแบนเท่านั้น กว่าจะเริ่มเข้าสังคมได้  ก็ปาเข้าไปตอน ม.3 แล้ว โชคดีที่ครอบครัวอบอุ่น ตอนนี้เข้ากับเพื่อนได้แล้ว ทั้งที่พื้นฐานเป็นคนเข้ากับคนยาก เพราะชอบอะไรไม่เหมือนคนอื่นเลย แต่อาศัยความฮา ความจริงใจเข้าว่า ถ้าใครไม่ชอบเรา เพราะเข้าใจผิด ก็ต้องปล่อยวาง แต่เราก็ยังมีมุมที่แย่ที่ไม่คิดจะแก้เหมือนกัน"  เรื่องราวจากคุณ Ekawat
 
      เรื่องนี้ขอแบ่งเป็น 3 ประเด็น ประเด็นแรกคือการถูกเพื่อนคิดว่าเป็นเด็กปัญญาอ่อน เชื่อว่าหลายๆ คนคงน่าจะเคยรู้จักหรือพบเห็นเพื่อนบางคนที่อาจจะมีบุคลิกแปลกไป เช่น พูดจาวกวน พูดจาลนๆ หรือพูดภาษาชาวบ้านคือดูเอ๋อๆ แต่ไม่ได้มีพิษมีภัยกับใคร สุดท้ายแล้ว ไม่มีใครอยากคุยกับเค้า ไม่รับเข้ากลุ่ม จนเค้าต้องไปไหนมาไหนคนเดียว แต่อย่าลืมนะคะว่า แม้ภายนอกของเค้าอาจจะไม่ได้เหมือนเราๆ แต่ในใจของเค้าก็น่าจะมีความรู้สึกเหมือนกับคนทั่วไปนี่แหละ คือมีเสียใจน้อยใจที่ถูกเพื่อนเมินเหมือนกัน

      ประเด็นที่ 2 คุณ Ekawat บอกว่า "โชคดีที่มีครอบครัวที่อบอุ่น" บอกเลยว่าครอบครัวที่อบอุ่นเหมือนเป็นเกราะที่ช่วยป้องกันเรื่องร้ายได้จริงๆ ไม่ว่าจะเจออะไรแย่แค่ไหนจากนอกบ้าน แต่ถ้ากลับบ้านมาแล้วมีคุณพ่อคุณแม่ที่พร้อมจะรับฟังและให้กำลังใจ ยิ่งกว่ายาขนานเอกที่ช่วยปัดเป่าความรู้สึกแย่ๆ ให้หายไปได้ไม่น้อยเลยล่ะ ดังนั้นถ้าในอนาคต น้องๆ คนไหนได้เป็นพ่อคนแม่คน อย่าลืมให้ความอบอุ่นแก่ลูกๆ ให้มากๆ นะคะ เพราะมันจะช่วยสร้างพลังใจให้เค้าได้มากจริงๆ^^

      และประเด็นสุดท้ายที่ คุณ Ekawat ยอมรับว่า "ตัวเองก็มีข้อเสียที่ไม่คิดจะแก้เหมือนกัน" จริงๆ นี่แหละอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เพื่อนไม่ชอบ ดังนั้นหากเราไม่แก้ไข เราก็อาจจะต้องทำใจยอมรับนะคะว่า คงเป็นการยากที่จะทำให้เพื่อนหันมาดีกับเราเหมือนเดิม เหมือนรู้ว่ามีฟันผุ ไม่ยอมไปอุดฟัน ก็ต้องทำใจเลยว่าคงจะต้องเสียวฟันอยู่แบบนั้น ดังนั้นหากถูกเพื่อนแบน เราเองต้องพิจารณาตัวเองด้วยว่าเราทำผิดอะไรหรือเปล่า 

 
      

      นั่นคือ 4 เรื่องจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งสร้างความเจ็บปวดให้แก่บุคคลในเรื่องไม่น้อย หลายคนยอมรับเลยว่า นิสัยและตัวตนที่เป็นในวันนี้ ถูกหล่อหลอมมาจากเรื่องราวในอดีตนั่นเอง .... และขอปิดท้ายด้วยคลิป "เหตุผลของคนโดนแบน" ที่เกริ่นไว้ตอนต้นเรื่อง เชื่อว่านี่อาจจะเป็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้นกับน้องๆ บางคนมาก่อน .... 

 

 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nugirl

สาวนูเกิร์ล - ผู้เขียน

คอลัมนิสต์ประจำคอลัมน์ NUGIRL

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#เพื่อนแบน #ถูกแบน #bully #ปัญหาในวัยเรียน

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #3
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    เเราเคยถูกเพื่อนแบนตอนม.4. แบนแบบไม่คุย ไม่รับเข้ากลุ่มทำงาน จากเด็กพูดมากเพื่อนรักตอนม.ต้น กลายเป็นคยไม่กล้าพูด เงียบๆ บางวันไม่ได้พูดซักคำ ยิ้มฝืนๆ น้ำตาคลอทุกวัน ตอนนั้นก็สงสัยว่าทำผิดวะ คือเราก็ค่อนข้างเรียนดีเลยอ่ะในห้อง เวลามีงานกลุ่มเราก็ทำเต็มที่ ถูกครูชมกลุ่มตลอด แต่อาจจะเป็นคนมั่นหน้าไปบ้าง แต่แค่นี้จริงๆหรอที่รวมกันแบน จากสองเป็นสามเป็นสิบเป็นทั้งห้อง ทนสภาพตัวเองที่ร้องไห้ทุกวันไม่ไหว จะปรับเปลี่ยนนิสัยให้ดีขนาดไหน คนจะคุยกับเราก็แค่ตอนจะใช้ประโยชน์ พอย้ายรร.กลายเป็นว่าเราก็ทำนิสัยเหมือนตอนอยู่รร.เดิมนี่แหละ กลายเป็นว่ามีแต่เพื่อนรัก... อุปทานหมู่ไม่ชอบกันใช่มั้ย? ทำไมทำอะไรกับเราไม่คิดถึงใจเราบ้างวะ ปัจจุบันเรากลายเป็นคนที่ร้องไห้ง่ายมากๆอะไรที่เกี่ยวกับเพื่อน แค่เพื่อนที่นั่งข้างกันวันนี้ย้ายไปนั่งกับคนอื่นแค่วันเดียว ก็รู้สึกแย่ น้ำตาคลอแล้ว เอาแต่คิดว่าตัวเองมันไม่สำคัญ ไม่ได้อยากเป็นแบบนี้ แต่มันกลายเป็นปมใหญ่มากๆไปแล้ว

    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #2
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    เอาจริงป่ะ คือเราอ่ะโดนเพื่อนเเบนตั้งเเต่อนุบาลยันมัธยม คืิอเรา ย้ายหลายรร.มาก ตอนนี้อยู่ม.4ย้ายมา11รร.เเล้ว เเต่ชีวิตตอนนี้ของเราดีมากเลยน่ะ เพื่อนดีสังคมดี คือ ชีวิตเราอ่ะถูกเพื่อนสนิทหักหลังตลอด เเล้ว ถ้าถามว่าไม่เจ้บอ้อ เเล้วกลับมาเป้นตัวเอง ที่มีความสุขร่าเริงเหมือนเดิมได้ไงนะหรอ คือเราอ่ะ ยอมรับเลยว่าเป้นคนมองโลกในเเง่ดีน่ะ เเละ เราก้ออย่าคิดมาก เเน่นอนโดนเพื่อนเเบนอ่ะ มันทำให้เรานิสัยเปลี่ยน เราก้อเหมือนกัน เราโดนเพื่อนเเบนทุกปี นิสัยเราก็เปลี่ยนไปทุกครั้งที่เเบน คือส่วนใหญ่เราจะโดนเเบนประมาณจะจบปีการศึกษา พอปีการศึกษาหน้า เราจะคิดตลอดว่าเริ่มใหม่ๆ บวกกับ เราย้ายรร.บ่อย เเต่ด้วยเหุผลทางบ้านน่ะ ทำให้เราได้เจอเพื่อนหลายรุปเเบบ ได้ปรับตัวในสังคม ตั้งเเต่รร.คอนเเวนต์ ยัน รร.ต่างจังหวัดธรรมดาๆ เลย เราคิดในเเง่ดีมาตลอด เราเปลี่ยนนิสัยตัวเองเพื่อให้ คนอื่นยอมรับเรามาตลอด เเต่สุดท้ายเราท้อเเละเหนื่อยมาก เพราะการเป้นคนอื่นมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย สุดท้ายเราก้อยังโดนเเบนอยู่ดีเเต่ เราเลยกลับมาเป้นตัวเอง มองดูตัวเองใหม่ ปรับตรงไหนได้ปรับ ไม่ต้องพยามให้เป้เหมือนใคร ไม่จำเป้นต้องเอานิสัยใครมา ผลสรุปทุกคนจะเป้นเเบบเรา ตอนนี้เรา สนิทได้กับทุกคน จะถือว่าเป้นคนสำคัญในรร.เลยก็ได้ เพราะ เรารุ้จักรุ่นพี่เยอะ รุ่นน้องก็รุ้จักเรา เราทำกิจกรรม สร้างชื่อเสียงให้กับรร. คือ อยากให้ทุกคนอย่าท้อที่จะปรับตัว อย่าบอกว่าตัวเราก้อเป้นนิสัยเเบบนี้ สันดานเป้นเเบบนี้เเก้ไม่ได้ เราไม่เชื่อ น่ะ ยอมรับความจริง ฟัง คนรอบข้าง เป้นตัวเรา เเละ ปรับทัศนคติให้ดี เห้นกระทู้นี้เเล้วมันอดเเชร์ประสบการณ์ไม่ได้เนอะ สู้ๆหล่ะกันน่ะเพื่อนๆ

    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #4
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    ไม่มีใครอยากถูกแบน โดยเฉพาะเรื่องที่ตัวเองไม่ได้เป็น หรือเรื่องที่ตัวเองไม่ได้ตั้งใจทำ เราก็มีประสบการณ์แบบนั้น บางครั้งชอบพูดจาขวานผ่าซาก พูดอะไรไม่คิด ปากไม่ตรงใจกับ ไม่ชอบตามคนอื่น ตอนเด็กก็โดนแกล้งจนไม่กล้าเข้าสังคม พอโตมาก็เหมือนจะมีเพื่อนแต่ก็แค่ช่วงม.ต้น ม.ปลายกลายเป็นสันโดษ ไม่อยากเข้าสังคม แล้วก็ไม่มีใครเห็นหัว เคยทำเรื่องแย่ๆ ไว้ แม้จะเป็นแค่เรื่องไร้สาระทว่ามันก็ติดเป็นปมในใจจนแก้ไม่ออก อยู่กับความหวาดกลัว อยู่กับความละอายใจ อยู่กับความเจ็บปวดที่ไร้เสียง ตอนนี้ชินแล้ว ทำได้แค่อยู่ในโลกของตัวเองแล้วพยายามเริ่มต้นใหม่เพื่อลืมอดีตที่เลวร้ายสุดจะหาคำมาบรรยายเปรียบเทียบ แล้วมีชีวิตในโลกแห่งความเป็นจริงให้ได้

    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #5
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    คือก้อเคยโดนน่ะ โดนเวลาที่เราทำไรไม่เป็น หรือแบบโดนว่สเป็นเอ๋อ(เราก้อไม่ได้เปนอย่างที่เขาว่าหรอก)เราก้อไม่อยากเถียงเท่าไหร่หรอกมันคือความสบายจัยของเพื่อนอ่ะ (แบบถ้ามันล้อเราแล้วมีความสุขก้อหั้ยมันล้อไปเหอะ)เปนความรุ้สึกที่แบบต้องเกบไว้ ผลที่ได้คือเปนคนคิดมาก กดดันตลอดเวลา บางครั้งก้อฝืนเปนไปตามที่เขาว่าที่เขาล้อ

    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    นักล่าแค้น
    Guest IP
    #19
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    อยากบอกคนที่กำลังแบนคนอื่นว่า


    "คนทำ ไม่เคยจำ คนถูกทำ ไม่เคยลืม"


    แล้วเราก็อยากบอกคนที่ถูกกระทำว่า


    "วิธีการล้างแค้นที่ดีที่สุด คือ พยายามสร้างอนาคตที่ดี เรียนให้สูง สร้างอาชีพ แล้วเหยียบหัวมันลงไป ให้มันคลานมาขอร้องแทบเท้าเรา ให้มันมาอ้อนวอนมาขอโทษเรา"


    จาก คนที่ถูกกระทำจนฆ่าตัวตายแล้วชีวิตก็พังย่อยยับคนหนึ่ง^_^

    ตอบกลับ
  • ความคิดเห็นที่ 1 - 20
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      River
      Guest IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ตอนนี้เราก็คงคล้ายๆ ละมั้ง เพราะเราพึ่งขึ้นมหาลัยใหม่อาจจะยังไม่ชินกับเพื่อนเท่าไหร่แต่นี่ก็ผ่านเป็นเดือนแล้วรู้สึกเหมือนไม่ค่อยมีใครอยากคุยกับเราเลย อาจมีบ้างแต่มักเป็นเรื่องสำคัญ ส่วนใหญ่เพื่อนๆมักคุยเรื่องเกาหลีกับฝรั่งกันแล้วเราไม่รู้เรื่องหรือเปล่าเลยไม่มีใครอยากคุยกับเรา เเล้วเราเป็นคนดูเป๋อๆ ซุ่มซ่ามบ้างเลยโดนบอกว่าแรงไปหน่อยถึงจะเป็นคำพูดปกติแต่มันเจ็บสำหรับเรา คือก็ไม่ได้อยากจะซุ่มซ่ามนะแต่ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องพูดแบบนั้นเลยนี่ ก็เลยคิดว่าเพื่อนคนนี้อาจเป็นคนพูดตรงๆหรือเปล่า เราก็ไม่แน่ใจเท่าใหร่ รู้สึกท้อค่ะเวลาเล่นมุกเพื่อนก็ไม่ค่อยขำทั้งๆที่พยายามทำตัวเฟรนลี่สุดๆผิดกับบุคคลิกเดิมที่เป็นคนนิ่งๆมาก ตอนนี้ไม่รู้ว่าเพื่อนชอบเราจริงหรือเปล่าหรือแค่ให้เข้ากลุ่มเฉยๆ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เอาจริงป่ะ คือเราอ่ะโดนเพื่อนเเบนตั้งเเต่อนุบาลยันมัธยม คืิอเรา ย้ายหลายรร.มาก ตอนนี้อยู่ม.4ย้ายมา11รร.เเล้ว เเต่ชีวิตตอนนี้ของเราดีมากเลยน่ะ เพื่อนดีสังคมดี คือ ชีวิตเราอ่ะถูกเพื่อนสนิทหักหลังตลอด เเล้ว ถ้าถามว่าไม่เจ้บอ้อ เเล้วกลับมาเป้นตัวเอง ที่มีความสุขร่าเริงเหมือนเดิมได้ไงนะหรอ คือเราอ่ะ ยอมรับเลยว่าเป้นคนมองโลกในเเง่ดีน่ะ เเละ เราก้ออย่าคิดมาก เเน่นอนโดนเพื่อนเเบนอ่ะ มันทำให้เรานิสัยเปลี่ยน เราก้อเหมือนกัน เราโดนเพื่อนเเบนทุกปี นิสัยเราก็เปลี่ยนไปทุกครั้งที่เเบน คือส่วนใหญ่เราจะโดนเเบนประมาณจะจบปีการศึกษา พอปีการศึกษาหน้า เราจะคิดตลอดว่าเริ่มใหม่ๆ บวกกับ เราย้ายรร.บ่อย เเต่ด้วยเหุผลทางบ้านน่ะ ทำให้เราได้เจอเพื่อนหลายรุปเเบบ ได้ปรับตัวในสังคม ตั้งเเต่รร.คอนเเวนต์ ยัน รร.ต่างจังหวัดธรรมดาๆ เลย เราคิดในเเง่ดีมาตลอด เราเปลี่ยนนิสัยตัวเองเพื่อให้ คนอื่นยอมรับเรามาตลอด เเต่สุดท้ายเราท้อเเละเหนื่อยมาก เพราะการเป้นคนอื่นมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย สุดท้ายเราก้อยังโดนเเบนอยู่ดีเเต่ เราเลยกลับมาเป้นตัวเอง มองดูตัวเองใหม่ ปรับตรงไหนได้ปรับ ไม่ต้องพยามให้เป้เหมือนใคร ไม่จำเป้นต้องเอานิสัยใครมา ผลสรุปทุกคนจะเป้นเเบบเรา ตอนนี้เรา สนิทได้กับทุกคน จะถือว่าเป้นคนสำคัญในรร.เลยก็ได้ เพราะ เรารุ้จักรุ่นพี่เยอะ รุ่นน้องก็รุ้จักเรา เราทำกิจกรรม สร้างชื่อเสียงให้กับรร. คือ อยากให้ทุกคนอย่าท้อที่จะปรับตัว อย่าบอกว่าตัวเราก้อเป้นนิสัยเเบบนี้ สันดานเป้นเเบบนี้เเก้ไม่ได้ เราไม่เชื่อ น่ะ ยอมรับความจริง ฟัง คนรอบข้าง เป้นตัวเรา เเละ ปรับทัศนคติให้ดี เห้นกระทู้นี้เเล้วมันอดเเชร์ประสบการณ์ไม่ได้เนอะ สู้ๆหล่ะกันน่ะเพื่อนๆ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เเราเคยถูกเพื่อนแบนตอนม.4. แบนแบบไม่คุย ไม่รับเข้ากลุ่มทำงาน จากเด็กพูดมากเพื่อนรักตอนม.ต้น กลายเป็นคยไม่กล้าพูด เงียบๆ บางวันไม่ได้พูดซักคำ ยิ้มฝืนๆ น้ำตาคลอทุกวัน ตอนนั้นก็สงสัยว่าทำผิดวะ คือเราก็ค่อนข้างเรียนดีเลยอ่ะในห้อง เวลามีงานกลุ่มเราก็ทำเต็มที่ ถูกครูชมกลุ่มตลอด แต่อาจจะเป็นคนมั่นหน้าไปบ้าง แต่แค่นี้จริงๆหรอที่รวมกันแบน จากสองเป็นสามเป็นสิบเป็นทั้งห้อง ทนสภาพตัวเองที่ร้องไห้ทุกวันไม่ไหว จะปรับเปลี่ยนนิสัยให้ดีขนาดไหน คนจะคุยกับเราก็แค่ตอนจะใช้ประโยชน์ พอย้ายรร.กลายเป็นว่าเราก็ทำนิสัยเหมือนตอนอยู่รร.เดิมนี่แหละ กลายเป็นว่ามีแต่เพื่อนรัก... อุปทานหมู่ไม่ชอบกันใช่มั้ย? ทำไมทำอะไรกับเราไม่คิดถึงใจเราบ้างวะ ปัจจุบันเรากลายเป็นคนที่ร้องไห้ง่ายมากๆอะไรที่เกี่ยวกับเพื่อน แค่เพื่อนที่นั่งข้างกันวันนี้ย้ายไปนั่งกับคนอื่นแค่วันเดียว ก็รู้สึกแย่ น้ำตาคลอแล้ว เอาแต่คิดว่าตัวเองมันไม่สำคัญ ไม่ได้อยากเป็นแบบนี้ แต่มันกลายเป็นปมใหญ่มากๆไปแล้ว

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #4
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ไม่มีใครอยากถูกแบน โดยเฉพาะเรื่องที่ตัวเองไม่ได้เป็น หรือเรื่องที่ตัวเองไม่ได้ตั้งใจทำ เราก็มีประสบการณ์แบบนั้น บางครั้งชอบพูดจาขวานผ่าซาก พูดอะไรไม่คิด ปากไม่ตรงใจกับ ไม่ชอบตามคนอื่น ตอนเด็กก็โดนแกล้งจนไม่กล้าเข้าสังคม พอโตมาก็เหมือนจะมีเพื่อนแต่ก็แค่ช่วงม.ต้น ม.ปลายกลายเป็นสันโดษ ไม่อยากเข้าสังคม แล้วก็ไม่มีใครเห็นหัว เคยทำเรื่องแย่ๆ ไว้ แม้จะเป็นแค่เรื่องไร้สาระทว่ามันก็ติดเป็นปมในใจจนแก้ไม่ออก อยู่กับความหวาดกลัว อยู่กับความละอายใจ อยู่กับความเจ็บปวดที่ไร้เสียง ตอนนี้ชินแล้ว ทำได้แค่อยู่ในโลกของตัวเองแล้วพยายามเริ่มต้นใหม่เพื่อลืมอดีตที่เลวร้ายสุดจะหาคำมาบรรยายเปรียบเทียบ แล้วมีชีวิตในโลกแห่งความเป็นจริงให้ได้

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #5
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      คือก้อเคยโดนน่ะ โดนเวลาที่เราทำไรไม่เป็น หรือแบบโดนว่สเป็นเอ๋อ(เราก้อไม่ได้เปนอย่างที่เขาว่าหรอก)เราก้อไม่อยากเถียงเท่าไหร่หรอกมันคือความสบายจัยของเพื่อนอ่ะ (แบบถ้ามันล้อเราแล้วมีความสุขก้อหั้ยมันล้อไปเหอะ)เปนความรุ้สึกที่แบบต้องเกบไว้ ผลที่ได้คือเปนคนคิดมาก กดดันตลอดเวลา บางครั้งก้อฝืนเปนไปตามที่เขาว่าที่เขาล้อ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #6
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เราเคยโดนค่ะ บอกครูก็ไม่กล้าที่จะบอก ได้แต่นั่งคนเขานินทาปั่นข่าวไปเรื่อยๆ ทั้งที่รู้ทั้งรู้ว่าตัวเองไม่ผิดแต่ก็ไม่มีพลังพอที่จะสามารถทำอะไรได้เลยค่ะ ตอนนั้นเป็นความรู้สึกสิ้นหวังมากๆแต่เราก็ไม่ท้อนะคะเพราะเรายังมีพ่อ มีแม่มีโรงเรียนมันธยมที่สามารถเริ่มต้นใหม่ได้ แต่ปัญหามันไม่ได้จบค่ะตอนที่เราป่วยแล้วต้องหยุดเรียนไปเป็นเดือนเพราะผ่าตัด ก็มีเพื่อนคนนึงบอกว่าเราไม่อยู่ในห้องน่ะดีแล้ว(อันนี้เพื่อนอีกห้องเขาเล่าให้ฟังค่ะ) พอเห็นเราร้องไห้เขาก็มายิ้มเยาะ ทุกๆอย่างมันบ่งบอกเลยว่าเราทำตัวดีแค่ไหน(ตอนนั้นเราเป็นคนดีมากช่วยเหลือเพื่อนตลอด)ถ้าเขาจะเกลียดยังไงเขาก็เกลียดอยู่ดีแหละค่ะ แต่พอเรามาอยู่ม.1 เรารู้สึกว่าที่นี่เป็นที่เริ่มต้นใหม่แต่ก็ยังกลัวการมีเพื่อนเพราะเคยโดนตลบหลังมาก่อน แต่เพื่อนข้างห้องในวันนั้นก็ลากเราเข้ากลุ่มจนตอนนี้มีความสุขแล้วค่ะ!

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      คนเคยถูกแบน
      Guest IP
      #7
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เคยถูกแบนเหมือนกันค่ะ แต่ไม่นานเท่าไหร่

      คือโดนใส่ร้ายว่าไปนินทาเพื่อนที่สนิทกันปีที่แล้วเสียๆหายๆ (เรางงมาก ตอนนั้นเพิ่งขึ้นม.2) เปิดเทอมใหม่มาอยู่ๆก็โดนแบน ตอนนั้นไปโรงเรียนไม่มีความสุขเลย

      กลับบ้านมาโทรไปร้องไห้กับเพื่อนรร.เก่าทุกวัน ว่าไม่ไหวแล้ว อยากย้ายกลับไปเรียนที่เดิม(รร.ประถมที่มีมัธยมด้วย) เป็นแบบนั้นอยู่สักอาทิตย์กว่าๆ ถึงรู้สึกตัวว่าจะทำแบบนี้ต่อไปไม่ได้ เลยเริ่มเข้าหาคนอื่น

      เราเลือกเพื่อนที่เพิ่งย้ายเข้ามาก่อน เพื่อนคนนี้เรียบร้อยน่ารัก ใจดี ใจเย็น แต่พูดไม่ค่อยเก่ง จนพวกเราสนิทกัน พอเห็นแบบนั้นคนที่เชื่อข่าวลือแบบเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งก็เริ่มเข้าหา จากงานกลุ่มบ้าง กิจกรรมบ้าง พอทำงานด้วยกัน พอเพื่อนรู้นิสัยจริงๆของเราคำลือก็ค่อยๆหายไปเอง เหลือแค่บางกลุ่มที่ยังเชื่อแบบนั้นอยู่

      แต่สำหรับเรา นั่นก็ไม่พอ เราตัดสินใจ "แก้แค้น!!!" โดนการที่เราต้องดีกว่าคนทาใส่ร้ายเรา (แอบแก้แค้นคนเดียว อีกฝ่ายไม่รู้555) เราเรียนหนักขึ้นเพราะอยากเรียนดีกว่า เราทำกิจกรรมมากขึ้นให้ครูเชื่อใจเรามากกว่า เราดูแลตัวเองดีขึ้นให้สวยกว่าอีกฝ่าย

      จนทุกวันนี้เราอยู่มหาลัย เราดีกว่าคนที่ใส่ร้ายเราแทบทุกอย่าง(ยกเว้นความสวย เบ้าหน้าพี่ได้แค่นี้TT) มีเพื่อนกลุ่มใหญ่ ที่เชื่อใจได้จริงๆ สรุปคือชีวิตแฮปปี้ค่ะ5555

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #8
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ผมไม่เคยถูกเพื่อนแบน ถูกมองข้ามมากกว่า แต่ก็เจ็บปวดไม่แพ้กัน


      *ตัวอักษรอังกฤษแทนตัวเลข 1 2 3 นะครับ*


      ตอนม.4 เพื่อนในห้องส่วนใหญ่ย้ายมาจากห้อง C และ D มีแค่ผมที่ย้ายมาจากห้อง G นอกนั้นก็เด็กต่างรร.กันหมด และแน่นอนเพื่อนในห้องก็มีแต่คนเก่งๆ ส่วนผมก็ไม่ได้เก่งหรือมีจุดเด่นอะไรมาก ระดับธรรมดาซะด้วยซ้ำ ในห้องก็ไม่ได้สนิทกับใครเป็นพิเศษเพราะมีความชอบที่ต่างจากคนอื่นในห้อง (ผมชอบดูอนิเมะ แต่ในห้องไม่มีใครดูเลย) เพราะงั้นเวลามีงานอะไรหรือหัวข้อสนทนาในแชทกลุ่มห้องแทบจะไม่มีใครเอ่ยถึงผมเลยสักคน เวลามีจับทำงานกลุ่มผมกับเพื่อนอีกคนจะกลายเป็นเศษเหลือทันที


      แต่ที่เจ็บปวดกว่านั้นคือเหมือนถูกเพื่อนสนิทที่เรียนมาด้วยกันตอนประถมทิ้ง ไปมีเพื่อนกลุ่มใหม่ผมไม่ว่า แต่เวลาเขาไปไหนมาไหนกับเพื่อนใหม่ช่วงหลังเลิกเรียน เขาไม่เคยชวนหรือถามผมเลยสักนิดเลยว่า 'จะไปทีนี่นะ ไปด้วยกันมั้ย?' ไม่เลย ... เวลาที่ผมเลิกเรียนก่อน ผมจะมารอเขาที่หน้าอาคารที่เรียนก่อนไปกินข้าว (ม.4 เทอม 2 มีลงเรียนกันคนละวิชา) ผมรออยู่นานจนใกล้ครึ่งก็ไม่เห็นลงมาสักทีเลยขึ้นไปดูที่ห้องก็ไม่เห็น พอเดินไปโรงอาหารก็เห็นว่ากินข้าวกับกลุ่มเพื่อนใหม่จนหมดแล้ว เวลานั้นคือแบบ โกรธและเสียใจจนพูดไม่ออก ความอยากข้าวเที่ยงหายไปทันที


      มีหลายครั้งที่อยากจะร้องไห้ แต่ก็ร้องไม่ออก เคยมีอาการเครียดลงกระเพาะอยู่หลายวันจนเกือบอ้วก เพราะกดดันทั้งเรื่องเรียนและเรื่องเพื่อน (เราไม่เก่งพวกวิชาคำนวน แต่นอกนั้นก็พอไปวัดไปวาได้ เวลาสอบออกมาก็ตกตลอดในขณะที่เพื่อนคนอื่นผ่านกันหมด) พอจบม.4 ก็ขอพ่อย้ายสายเพราะทนไม่ไหวแล้ว พ่อเห็นใจเลยให้ย้ายไปศิลป์ภาษาตอนม.5 สุขภาพจิตดีขึ้นเยอะ จนเพื่อนที่อยู่อีกห้องบอกว่าดูมีชีวิตชีวากว่าตอนม.4 ตั้งเยอะ 55555


      ปล.ช่วงนั้นมีเป็นคอมพิวเตอร์ในร้านเน็ตเป็นเพื่อนคลายเหงาแทน

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #9
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ของหนูรู้สึกจะแบบ...โดนเมิน ทำเหมือนเป็นธาตุอากาศตอนแรกเริ่มตอนไหนก็ไม่รู้ค่ะ จนถึงตอนนี้ม.ต้นก็ยังโดนแบนค่ะ เลย...ช่างหัวมันแล้ว เพื่อนไม่ค่อยคุยและอยากรับหนูเข้ากลุ่มเท่าไหร่ เข้าขั้นกีดกันค่ะ แล้วปกติก็เป็นพวกตั้งใจเรียนอยู่แล้วค่ะ เพื่อนตั้งแต่อ.-ม. คุยตลอดตั้งแต่เข้าแถวตอนเช้าไปยันจบคาบ พูดง่ายๆ คุยทั้งวันค่ะ ครูเขาก็ตะเบ็งเสียงกันเข้าไป แล้วดุทีเงียบที ไม่มีเพื่อนในห้องค่ะ แต่เพื่อนสองคนย้ายสายมา แล้วรู้จักกันตอนปีที่แล้ว ก็เลยคุยได้ เพื่อนสนิทมีอยู่ไม่ถึง10คนค่ะ เพื่อนคุย 0 ครูตะเบ็งยังไม่ฟัง เปิดวีดีโอไม่ดู มันคุยอย่างเดียว กะจะไม่เรียนเลยใช่ไหม? คือถ้าจะคุยกันแบบนี้ไม่มาโรงเรียนเลยไหม? ให้รัฐบาลเปลี่ยนกฎการศึกษาหน่อยก็ดีค่ะ เปลี่ยนจากมาเรียนในระบบภาคมาตรฐานมาเป็นเฉพาะผู้ที่สนใจเรียนดีกว่าค่ะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #10
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เราก็เคยโดนค่ะ ตอนม.3 เพียงเพราะเราเป็นวงดุริยางค์ของโรงเรียน เเล้วเวลามีงานบางครั้งก็อาจจะไม่ได้เข้าเรียนในบางครั้ง เเล้วพอเพื่อนได้เรียนก็เหมือนกับว่าเขาเสียเปรียบที่ต้องไปเรียน(เรามากกว่ามั้ยที่เสียเปรียบ) เเล้วหัวหน้าห้องที่ชอบทำตัวมีอิทธิพลหน่อยๆก็พาเพื่อนแบนเรา เราไม่มีคนคุยตลอดเกือบสามเดือนที่เราต้องอยู่คนเดียว กินข้าวคนเดียว ทำงานคนเดียว จนเคยคิดฆ่าตัวตาย คิดจะย้ายโรงเรียน เเต่สุดท้ายเราก็เข้มเเข็งขึ้นมา คิดได้ว่าเราไม่ควรเเคร์พวกบ้าที่ไม่คยแคร์เรา สุดท้ายเราก็จบม.ต้นมาได้. ทุกวันนี้ความหลังพวกนั้นก็ยังคงติดอยู่ในใจเรา เเละความทรงจำดีงามที่มีร่วมกับเพื่อนช่วงม.ต้นเราไม่มีเเละไม่จำ.......

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #11
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เราเคยโดยแบนเพราะความเถรตรงเกินไปค่ะ ขอไม่เล่ารายละเอียดเพราะถ้าเล่าคนที่เกี่ยวข้องรู้แน่นอนว่าเราคือใคร อารมณ์คล้ายๆเป็นคนเช็คชื่อแล้วเพื่อนโดดเรียน พอเราเช็คขาดก็ไม่พอใจ(ย้ำนะว่าคล้ายๆแต่เรื่องไม่เป็นแบบนี้)


      บางคนบอกผู้ชายไม่งอนไร้สาระ ไม่จุกจิก ไม่ขี้เม้าท์ บอกเลยว่าไม่เสมอไปเพราะเราเคยโดนชายแท้แบน รวมหัวกับผู้ชายและผู้หญิงเกือบทั้งห้องแบนเรา แค่คนละเคสนะ เคสนี้ผู้หญิงแบน


      เรารู้ว่าก่อนถูกแบนคงต้องไปทำอะไรให้ไม่พอใจก่อน แต่เอาแต่คุยกันแอบแบนเราเงียบๆ เราจะรู้ได้ไงว่าเราทำไรผิด แถมบางเรื่องที่แบนนี่ก็ไม่เข้าท่าเลยจริงๆ อย่างน้อยขอให้คุยกับเรา รับฟังความรู้สึกเราบ้างได้มั้ย


      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      Apology*girl
      Guest IP
      #12
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เราเคยถูกแบนอยู่ค่ะ 3ปีเต็มๆมีเพื่อนสนิทไม่กี่คน เราก็ไม่เข้าใจว่าเขาทนเราช่วงนั้นได้ไงรักเพื่อนเหล่านั้นมากจริงๆ5555 แต่ช่วงนั้นก็เป็นปัญหาชีวิตเราเหมือนกัน อาจจะเป็นเพราะเป็นเด็กโลกสวยอยู่เดิม ชีวิตดี๊ดีครอบครัวอบอุ่นเพื่อนๆรักมีแต่คนรัก แต่พอขึ้นมาตอนป.4 ย้ายห้องไป เพื่อนๆห้องใหม่ไม่ใช่คนไม่ดีเขาแค่ไม่เข้าเราและเป็นช่วงที่เด็กพยายามทำตัววัยรุ่นด้สยความโลกสวยอยู่เดิมทำให้เราโดนแบนในกลุ่มเพื่อนค่ะ เราเลยหันหน้าเข้าหาการ์ตูนเริ่มจากการ์ตูนแบบมังงะสายดาร์กและอื่นๆ เราพยามเปลี่ยนความคิดของตัวเองไม่ให้โลกสวยเกินไปจนกลายเป็นจูนิเบียวค่ะ..น่าจะเรียกแบบนั้นมั้งคะ555 คือมองโลกดาร์กทำตัวดาร์กจนพ่อเราต้องเอ่ยปากว่าเราอ่านการ์ตูนจนแยกแยะไม่ได้แล้วทำให้เราเริ่มหันมาสนใจจิตวิทยาและหามุมมองใหม่ๆมองโลกแบบใหม่ดูหนังเชิงตรรกะซึ่งใช้เวลานานพแสมควรจนเราเป็นเราในทุกวันนี้ค่ะ555 ซึ่งเราไม่โกรธเพื่อนที่แบนเราในตอนนั้นนะคะเพราะเราคิดว่ามันเป็นที่ตัวเราเอง ตอนนี้เพื่อนๆก็ไม่ได้แบนเราแถมยังคุยกับเราดีด้วยคาะกลุ่มที่เคยแบนเราตอนวันรวมห้องเขายังวิ่วเข้ามาหาเราเลยค่ะ555 คือซึ้งมากตอนนั้น ขอบคุณทุกคนที่สร้างเราให้กลายเป็นเราในวันนี้ค่ะ:)

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #13
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เราก็เคยโดนแบน สาเหตุใหญ่มาจากเพื่อนมากที่สุด คือเราเป็นลูกคนเดียวก็มีบ้างที่ต้องเอาแต่ใจ คิดอะไรทำอะไรตามใจตัวเองตลอด เพื่อนพูดอะไรขัดก็จะเริ่มไม่พอใจล่ะ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร แค่ทำตัวขัดแย้ง และเราก็โดนย้ายโรงเรียนบ่อยเลยทำให้ปรับตัวกับเพื่อนใหม่ยาก และหน้าเราคงไม่รับแขกด้วยมั้ง คือทำหน้าเฉยๆก็โดนหาว่าหยิ่ง พูดว่ะ เห้ย ก็บอกว่าพูดหยาบคายพูดแรง ซึ่งมีเหตุการณ์ล่าสุดที่เราไม่เคยลืมคือไปร้องเพลงด้วยกันแล้วเราคงจะแย่งเพื่อนเปิดดูหนังสือเพลง (คือยืนดูด้วยกัน แต่มือเราจับเปลี่ยนหน้าไง) เพื่อนเราไม่พอใจก็ด่าเรา หลังจากวันนั้นเราก็โดนทั้งกลุ่มแบน ตอนเช้ามาที่โต๊ะมันเอาแปรงลบกระดานมาเคาะโต๊ะเราจนขาวเลอะเทอะไปหมด แล้วก็มีเทน้ำบนโต๊ะเรียน บอกให้เพื่อนในกลุ่มไม่คุยกับเราทั้งที่เราเป็นเด็กใหม่จากต่างจังหวัด ก็ไม่รู้ว่าเพื่อนที่กรุงเทพปรกติเล่นกันหรือปฏิบัติต่อกันยังไง เวลาเรานั่งรวมกลุ่มพวกนางก็จะขยับไปนั่งห่างๆ ทิ้งเราให้นั่งคนเดียว เราก็ขอโทษนะแต่มันก็บอกมาว่าเกลียดเรา ไม่ชอบเรา บอกคนอื่นว่าอย่ามาคบเรา จนเราบอกพ่อกับแม่ว่าทนไม่ไหวอยากจะลาออกไปเรียนที่อื่น แต่ท่านบอกว่าเราย้ายโรงเรียนมาเยอะแล้วให้อดทน ซึ่งเราก็อดทนแต่ช่วงเวลานั้นคือร้องไห้แทบทุกวัน บอกครูก็ไม่ได้เพราะครูเหมือนจะไม่ค่อยชอบเรา ครูจะเงียบๆ เลยไม่ได้บบอกใคร แต่จากเหตุการณ์ก็ทำให้เรากลายเป็นคนเข้มแข็งมากขึ้น ไม่อ่อนแอและร้องไห้บ่อยแบบเมื่อก่อนเหมือนจะกลายเป็นข้อดี แต่มันก็ต้องมีข้อเสียตามมาคือ เราเข้มแข็งมากจนไม่แคร์ใคร เราสามารถทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างได้ เช่น เพื่อนคนนี้โกรธเราทั้งที่เราไม่ผิด เราก็ไม่ขอโทษเหมือนก่อน ถ้าเราผิดแล้วขอโทษแต่มันเล่นตัวเราก็ไม่สนใจต่อ หรือแม้กระทั่งใครมาทำไม่ดีกับเราแค่ครั้งเดียวให้เรารู้สึกติดลบ เราก็ไม่สนใจ ไม่คุยไม่มองหน้าอีกเลยที่สำคัญเราก็กลายเป็นคนพูดแรงมากแบบใครดีมาก็ดีกลับ ร้ายมาก็ร้ายกลับ จนแทบจะกลายเป็นคนเอาตัวเอาเป็นจุดศูนย์กลางของสังคม ซึ่งเราก็ไม่ค่อยชอบเหมือนกัน แค่คิดว่าอะไรที่ทำแล้วเราไม่สบายใจก็จะไม่ฝืนใจทำเท่านั้น

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      ศิษย์พุทธวจนะ89
      Guest IP
      #14
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      คนที่ชอบแบนคนอืน มักจะ

      เป็นคนริษศยา คนที่เหนือ

      กว่าตนเอง วิธีง่ายๆ หาพระ

      เครื่องดีๆ ท่องบทไตรสรณะ

      คมบ่อยๆ และ พาหุงมหากา

      บ่อยๆ สุดท้ายความเกลียจ

      ชั้ง มันจะย้อนกลับไปทำลาย

      ตนเอง การไปแบนใครสักคน ก็เหมือนไปแช่งคน สุด

      ท้ายคนประเภทนี้ ถูกบริษัท

      กดดันให้ออก ไม่มีงานทำถึง

      แม้ทำงานของรัฐต้องควัก

      เงินออกจากกระเป๋า ถึงที่สุด

      คือ ทำอะไร ไม่ขึ้น ไม่มีใคร

      คบ มีปัญหาการเงินทรัพย์

      สิน พอตอนตาย ตายไม่สงบ

      นี้คือบทสรุปของพวกคนที่มี

      นิสัยริษศยา แม้แต่ลูกหลาน

      ยังทอดทิ้ง เพราะฉะนั้น คุณ

      อยู่ห่างๆ จากบุคคลนั้นเถอะ

      มีอีกบทหนึ่ง คือ มนต์พระ

      กาฬ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      ศิษย์พุทธวจนะ89
      Guest IP
      #15
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      บทเทพไตรสรณคม

      อิติ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ

      อิติ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ

      อิติ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

      ตอบกลับ
    • ความเห็นนี้ถูกลบ :(

      ถูกลบโดยเจ้าของ

      ถูกลบเนื่องจาก:
      ถูกลบโดยเจ้าของ
      IP
      #16
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เคยค่ะ ด้วยความที่เรียนรร.ค่าเทอมแพง (หลักหมื่น-แสนอ่ะ)

      สังคมก็จะต้องหรูดูดีใช่มั้ย

      ด้วยความที่ตอนนั้นเราเป็นเด็กผู้หญิงที่มีความไม่สุงสิงกับผู้หญิงเพราะว่าเพื่อนผู้หญิง(สมัยป.3)ชอบมาบอกว่าไม่ต้องยุ่งกับคนนู้นนะ คนนี้นะ ห้ามพูดห้ามคุยกะมันนะ เราไม่ชอบไงบ้านเราไม่ได้เลี้ยงให้เข้าตามตรอกออกตามประตูเสียด้วย (มีอิสระในการเข้าออก555 หรืออิสระทางความคิดนั่นล่ะ) เราก็เข้าหาคนที่เพื่อนๆห้ามคุยประชดมันไปเยยอิอิ หลังจากนั้นก็เล่นแต่กะผู่ชายจนถึง ป6 เตะบอลก็เตะได้ แบบผู้ชายเค้าฮิตไรเรารู้หมด555 ใครติ่งเกาหลีอีนี่ติดเกมมหันต์ค่ะ555

      สมัยนั้นเค้ายังไม่สนใจเรื่องรงเรื่องแรดร่านอะไรค่ะ ก้คิดแค่ว่าเราเป็นเพื่อนกันจะทำไมวะ ตอนนั้นเป็นคนที่ไม่โดดเด่นอะไร ไม่ค่อยทำตัวเข้าใกล้ปัญหา(พวกผู้หญิงที่ชอบเมาส์มอย)


      พอมาม.1(รร.ค่าเทอมสุดโหด)

      เราก็ยังคงสุงสิงกะผู้ชายอยู่เหมือนเดิม เราชอบออกไปหน้าเวทีที่มีการแสดง หรืออาสาทุกงานที่ครูให้ทำ พูดง่ายๆคือกล้าแสดงออกและมีความเป็น..ผู้นำ? นั่นแหละๆ

      จนวันนึงรู้สึกได้ถึงความแปลกไปของเพื่อนๆรอบตัว เวลาเดินผ่านกลุ่มพวกผู้หญิงจะได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักสายตาเหยียดหยาม(กลุ่มพวกชอบเม้าส์มอย)


      พอพวกผู้ชายเวลาเห็นเราก็จะเบี่ยงหนีแบบโคตรห่าง(บ่อยมากกก)จนเราต้องตะโกนประชดมาว่า"ถ้าจะห่างขนาดนี้ไม่ลงไปเดินระเบียงเลยล่ะวะ" แล้วก็ไม่สนใจเลย


      พอมาวันนึงเริ่มถึงลิมิตที่จะทนไม่ไหว เครียดมาก กังวลว่าคนนู้นไม่ชอบเรา คนนี้ไม่ชอบเราอยู่นั่นละ(คิดไปคิดมาก็น่ารำคาญตัวเองเหมือนกันแหะ)

      แม่เราก็บอกว่า "ใครไม่ชอบเราก็ช่างหัวมัน จะสนใจทำไม เราไม่ได้ไปยืนบนหัวเขา จะกลัวทำไมลูก" ด้วยความที่เป็นลูกคนสุดท้องที่แม่เข้มงวดและโดนด่าสุดๆ(แต่พ่อตามใจมากค่ะอันนี้ขอสารภาพไม่เคยดุหรือตีเลย จะมีก้แค่เอามือมาและก็ตีเบาๆกันแม่หาว่าตามใจแค่นั้นแหละ555)ผิดกับพี่ชายคนโตที่แม่เอาใจสุดๆ(พ่อดุบ่อยนะพี่คนนี้ แบบประมาณว่ามีตอนเด็กๆ พี่เค้าชอบแกล้งเรา(ตามฉบับผู้ชายมือหนัก)ใช่มะ เราก็เจ็บเหมือนกัน ตอนนั้นเพิ่งอนุบาลสองเองก็ร้องไห้ฟ้องพ่ออย่างเดียว พ่อก็ตีเด่ะ แต่ไม่ใช่ตีมือนะ แบบไม้มะยมตามบ้านอ่ะหักกิ่งเรียวๆมาตีเลย แม่เลยตามใจพี่ค่อนข้างมาก

      พี่เราไม่หัวดีเหมือนเรา

      เราสอบโครงการอะไรโครงการอะไรก็ติดหมดก็จะมีช่วงหลุดไปถึงท้อปเท็นบ้างอะไรแบบนี้


      เมื่อกี้ขอบ่นนิ้ส555


      เอาล่ะถึงไหนแล้วนะ5555

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      jiwrunner
      Guest IP
      #17
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ก็เคยโดนทั้งเกือบห้องแบนเหมือนกัน คือเป็นคนที่สนิทกับ อ.ที่ปรึกษา(ลูกรักนั้นละ) แล้ว ไปๆมาๆ รู้สึกว่า เริ่มโดนนินทา ก็เริ่มหวั่นๆ แล้วไปๆมาๆ อ.แม่ (ที่ปรึกษา) แกก็มาพูดว่า แกรูว่ามีคนนินทาแก ทุกคนกลับคิดว่าเป็นเรา บอกแก ทั้งๆที่ เราเป็นคนที่ว่า ไม่ว่าเอ๋งจะนินทาให้ให้ได้ยิน ฉันก็จะไม่เอาไปบอกอีกคนอย่างเด็ดขาด โห่ หลังจากนั้นแทบไม่มีเพื่อนเลย มีแต่เพื่อนที่มาจาก ประถม ด้วยอยู่คนเดียว แต่ก็ไม่ได้คุยไรมาก ตอนนั้น ร้องไห้หนักมาก โดนแกล้งนู่นนี้นั่นสารพัด จนเราแบบคิดย้าย ร.ร. จนกระทั่งพี่เหมือนรู้ก็จะเอาไปอยู่ใน กทม. ด้วย สุดท้าย ไปๆมาๆ เราเลยตัดสินใจ ไหนๆด็ไหนๆอยู่ก็ได้ หลังจากนั่นเราเริ่มชินชามากๆ กับการถูกแกล้ง แล้ว อ่านหนังสือเยอะขึ้น ไม่สนใจ ไม่าเล่นกับใคร ยกเว้นเพื่อนประถมคนเดียว จนผ่านไป ม.3 แล้วย้ายไป ม.4 รู้สึกดีมากๆที่อดทนมาได้ เคยกลัวตัวเองซึ้มเศร้ามากๆ แต่ก็ผ่านมันมาได้ ทุกววันนี้ก็ไม่ได้มีเพื่อนดีอะไรมากหรอก แค่มีเเพื่อน ก็พอแล้ว 5555

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #18
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เราเป็นทั้งสองอย่าง ทั้งโดนแบน และ แบนเพื่อน

      อันดับแรก โดนแบน คือเป็นมาตั้งแต่อนุบาลแล้ว เพราะ ขี้แง พูดมาก ต่างแนวกับเพื่อน

      เวลาไม่มีใครคุยก็เสียใจนะ มันเหนื่อยกับการที่ต้องนั่งคนเดียวเงียบๆ

      จนพอขึ้นมา ป.1 ก็รู้สึกว่ามันดีขึ้น เพื่อนดีๆก็มีเยอะขึ้น แล้วจู่ๆเรากับเพื่อนคนหนึ่งที่ค่อนข้างสนิทก็ทะเลาะกันเพียงเพราะ ไม่ทำตามกฏที่ขอไว้ ซึ่งเราทะเลาะกันหนักมากจนสุดท้ายแทบไม่ได้คุยกันอีกเลยเป็นเดือนๆ

      คือตอนนี้อยากห่างจากสังคมเพื่อนๆมาก เพราะเพื่อนที่เราสนิทมากก็โกรธไม่คุยกับเรา ทำให้ตอนนี้มีไม่กี่คนที่คุยได้ แล้วบวกกับว่าเพื่อนมันชอบตามน้ำ ทำให้เราดูโดดเดี่ยวมากค่ะ จากใจอยากขอโทษที่ทำผิดสุดๆ


      อันดับสองแบนเพื่อน เนื่องจากเราแอบชอบคนๆหนึ่งอยู่แล้วทุกคนรู้ล่ะว่าคนๆนั้นน่ะชอบสาวโรงเรียนอยู่ แล้วสถานการณ์วันนั้นคือ เพื่อนเรา(ขอเป็น 1)

      1 - อะนี่ (ชื่อคนที่เราชอบ) ให้มาอ่าน

      เรา - //รับมา อ่านๆ แล้วก็ส่งให้เพื่อนคนสนิท แล้วก็เขียนจดหมายกระดาษกัน จนเราร้องไห้รู้สึกแย่ที่โดนตอกย้ำ สุดท้ายตอนนี้ยังชอบมันแต่คนที่ให้มาอ่ะ เราไม่คุย ไม่ยุ่งเพราะคดีเพื่อนคนนี้มันมีเยอะ ต่อให้เก่งที่สุดในโรงเรียนแต่ถ้ามีคดีเยอะๆมันก็ไม่ถูก เราก็เลยไม่คุยกับมัน ตอนนี้ไม่รู้จะว่าไรแล้ว อยากขอโทษจากใจ


      เพื่อนๆในห้อง ส่วนใหญ่ผู้ชาย จะเกลียดเรากัน เพราะเป็นสาววาย ทำให้โดนเกลียด ทั้งๆที่เราอยากสนิทกับเพื่อนผู้ชายมากๆเลย แต่คงทำไม่ได้ คงต้องเป็นเพื่อนกับฟ้า อากาศ หวังว่าจะมีคนเข้าใจเรา

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      นักล่าแค้น
      Guest IP
      #19
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      อยากบอกคนที่กำลังแบนคนอื่นว่า


      "คนทำ ไม่เคยจำ คนถูกทำ ไม่เคยลืม"


      แล้วเราก็อยากบอกคนที่ถูกกระทำว่า


      "วิธีการล้างแค้นที่ดีที่สุด คือ พยายามสร้างอนาคตที่ดี เรียนให้สูง สร้างอาชีพ แล้วเหยียบหัวมันลงไป ให้มันคลานมาขอร้องแทบเท้าเรา ให้มันมาอ้อนวอนมาขอโทษเรา"


      จาก คนที่ถูกกระทำจนฆ่าตัวตายแล้วชีวิตก็พังย่อยยับคนหนึ่ง^_^

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #20
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ถูกแบนค่ะ แบนหลักด้วยคือ ไม่ใช่แค่เมิน แต่เกลียดแบบเงียบและแสดงออกค่ะ เคยถูกรุมด่าในไลน์กลุ่มหลายครั้ง เพราะเราเสนอความคิด เคยเป็นต้นเหตุให้เพื่อนทะเลากันเพราะต้องไม่ต้องการให้เข้ากลุ่มจนต้องไปทำงานแสดงคนเดียว( และแน่นอยว่าแสดงคนเดียวก็ไม่ได้ดีเท่าเพื่อนๆเป็ลกลุ่มหรอก )

      เราระแวงไปหมด เราไม่รู้เลยในห้องเราไว้ใจใครได้ แม้แต่คนที่ดูเรียบร้อยในห้องก็มีส่วนร่วมด้วย บางคนก็ไม่ชอบเราตามน้ำ เพราะเหตุผลที่ให้มากับครู( ครูเรียกไปคุยเลย ) มันฟังไม่ขึ้นมาก เหตุผลที่เล่าก็อาจจะมีน่ารำคาญบ้าง แต่มันก็ไม่ใช่สาเหตุที่จะทำให้เกลียดได้ถึงขนาดมองจิกด้วยหางตาทุกครั้งที่เราเดินผ่าน หรือหนึ่งในพวกที่ไม่ชอบเราเดินผ่านเรา..

      เหตุผลค่อนข้างไร้สาระเหมือนคนที่แบนเพื่อนในคลิปเลยค่ะ ยิ่งคนที่บอกว่าเคยโดนแบนมาเหมือนกัน แล้วกลับมาแบนเพื่อนต่อมันยิ่งต้องรู้ถึงความรู้สึกเลยสิ หรือว่าที่โดนตอนนั้นไม่ใช่แบนจริงๆ... เราไม่รู้ แต่คนที่ถูกแบนมันกดดันมาก มันอึดอัด อยากฆ่าตัวตาย อยากหายไปจริงๆ ..เพื่อนๆ 21 คนจาก 27 คนไม่ชอบเราอ่ะ คิดดู ( 80% ไม่ชอบเราจากการ' ตามน้ำ ' และพวกตามน้ำมันกระทำเรารุนแรงกว่าด้วย )

      ตอบกลับ
  • ความคิดเห็นที่ 21 - 31

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

คอลัมน์ NUGIRL

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?