ซ่อน
แสดง

ไม่รู้อยากเป้นอะไรเรียนต่ออะไรเครียดมากกกใครมีคำแนะนำอะไรมั้ยคะTT [ยินดีให้แชร์]

วิว
คืออยากฟังความเห็นของแต่ละคนอ้ะค่ะคือเราคิดมาตั้งแต่ม.3แล้วแต่ก็ยังไม่รู้ซักทีว่าชอบอะไรอยากทำอะไรเพื่อนก็ถามว่าชอบทำไรมากที่สุดคือเราชอบวาดรูปตอนเด็กเพราะติดมาจากพี่แต่พอเริ่มเข้าม.ปลายก็เริ่มเบื่อที่จะวาดเลยลองไปแข่งตัดต่อวีดีโอดูตอนแรกคือเราสนใจมากกกซักพักก็เริ่มเกิดความเบื่้ออีกไม่รู้ว่าเพราะกีฬาสีที่รุมเข้ามาพร้อมกับจะไปแข่งรอบสองบวกกับตอนนั้นที่ไม่คิดว่าจะแข่งผ่านรอบสองเลยลงสมัครแข่งลองทำหนังสั้นส่งดูด้วยรึเปล่าตั้งแต่นั้นมาครูแต่ละวิชาเห็นว่าเราไปแข่งแล้วก็เริ่มให้เราตัดต่อเยอะขึ้นแทบไม่ได้พักเลยจนเราเบื่อการตัดต่อทั้งที่มีความรู้สึกว่ายังตัดไม่เก่งพอเลยด้วยซ้ำทำไมเราเบื่ออะไรง่ายขนาดนี้ไปทำแบบทดสอบว่าอยากเป็นอะไรก็ได้แต่ศิลปะเครียดมากกจะขึ้นม.6แล้วววฮืออออใครที่อ่านมาถึงตรงนี้ขอบคุณมากเลยนะคะ
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

ยอดถูกใจสูงสุด

  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #1
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    ในบอร์ดนักเขียนนี้ ใครเป็นครูแนะแนวมั่งอ่ะ ช่วยน้องเขาหน่อย เราอ่านแล้ว...ตันเลย


    เราก็แนะนำไม่ถูกเพราะเราเรียนสายวิทย์ ทั้งที่เราวาดรูปมาตั้งแต่อนุบาล 2 ชอบวาดนะแต่พอถึงจุดหนึ่งก็คิดได้ว่าเราไม่อยากหาเลี้ยงชีพจากการวาดรูปอย่างเดียว ก็เลยเลือกเข้าสายวิทย์ไป แต่วาดรูปก็ยังวาดอยู่ ทั้งเขียนการ์ตูนลงนสพ.ภาษาอังกฤษรร. โดนคนในห้องเอาชื่อไปลงประกวดแต่เพิ่งรู้เช้าวันประกวด อุปกรณ์ไม่มีสักอย่าง เลยต้องวิ่งยืมของโต๊ะที่มาแข่งข้างๆ กันแล้วก็ได้ที่ 2 มา


    เราเป็นเป็ดอ่ะ ทำได้ทุกอย่างก็สอบเข้าได้ตามที่อยากเรียนจบมาก็เป็นนักวิทย์ พร้อมทรานสคริปที่ระบุว่าเรียนมา 4 ภาษา

    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #5
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    แม่เราเป็นนักธุรกิจ นักสร้างแรงบันดาลใจ และค้นหาตัวตน down line

    แม่สอนว่า 'อะไรที่ทำให้เราไม่อยากลุกไปทานข้าว ไม่อยากลุกไปเข้าห้องน้ำ

    หลับก็ฝันถึงมัน หลงใหลมันมากพอจะจมจ่ออยู่กับมันทั้งวันทั้งคืน รักมันเสมือน

    เป็นส่วนหนึ่งของตัวเราไปแล้ว'

    ประมาณนี้ค่ะ ลองนึกดูนะคะ เป็นกำลังใจให้https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-02.png

    ตอบกลับ

16 ความคิดเห็น

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ในบอร์ดนักเขียนนี้ ใครเป็นครูแนะแนวมั่งอ่ะ ช่วยน้องเขาหน่อย เราอ่านแล้ว...ตันเลย


      เราก็แนะนำไม่ถูกเพราะเราเรียนสายวิทย์ ทั้งที่เราวาดรูปมาตั้งแต่อนุบาล 2 ชอบวาดนะแต่พอถึงจุดหนึ่งก็คิดได้ว่าเราไม่อยากหาเลี้ยงชีพจากการวาดรูปอย่างเดียว ก็เลยเลือกเข้าสายวิทย์ไป แต่วาดรูปก็ยังวาดอยู่ ทั้งเขียนการ์ตูนลงนสพ.ภาษาอังกฤษรร. โดนคนในห้องเอาชื่อไปลงประกวดแต่เพิ่งรู้เช้าวันประกวด อุปกรณ์ไม่มีสักอย่าง เลยต้องวิ่งยืมของโต๊ะที่มาแข่งข้างๆ กันแล้วก็ได้ที่ 2 มา


      เราเป็นเป็ดอ่ะ ทำได้ทุกอย่างก็สอบเข้าได้ตามที่อยากเรียนจบมาก็เป็นนักวิทย์ พร้อมทรานสคริปที่ระบุว่าเรียนมา 4 ภาษา

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เขียนระบายได้ดีค่ะ สนใจมาลองเขียนนิยายก่อนไหม 5555 ถ้าไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไรก็แค่ลองทำไปเรื่อยๆ ไม่จำเป็นต้องทำแค่อย่างเดียวหรอกค่ะ รับงานนิดๆ หน่อยๆ มาสลับกันทำบ้าง ชีวิตจะได้มีสีสัน

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      แนะนำใจเจ้าของกระทู้หาเวลาคลายเครียด รีแลกซ์ค่ะ อาจจะไปนั่งร้านเค้ก ไปสวนสาธารณะ ไปที่สวยๆงามๆ ซึมซับบรรยากาศ ผ่อนคลาย แล้วค่อยเรียงลำดับความคิดอีกที



      เราอาจจะแนะนำอะไรได้ไม่ค่อยมากเท่าไหร่.. เราชอบวาดรูป แต่โดนบังคับให้วาดรูปติดๆกันไม่พัก ก็แทบบ้าเหมือนกันนักแล

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #4
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      สังเกตตัวเองค่ะว่าชอบทำหรือชอบอยู่กับอะไร บางทีเราก็ไม่รู้ตัวหรอกค่ะว่าชอบมัน เอาใกล้ๆ ตัวเลยก็พวกวิชาเรียนที่ชอบ เรียนแล้วรู้สึกสนุก รู้สึกว่าอยู่กับมันได้ตลอด กิจกรรมเวลาว่างที่ทำโดยไม่รู้สึกว่า 'ต้องทำอีกและ' จริงๆ ถ้ายังไม่รู้ตัวจนจบม.6 เทอมหนึ่ง เราว่าเข้าสู่โซนอันตรายแล้วนะคะ เพราะคณะแต่ละคณะจะใช้คะแนนการสอบเข้าไม่เหมือนกัน อย่าง pat อะไรพวกนี้ ถ้าที่บ้านไม่ว่าและยังหาตัวเองไม่ได้จนถึงวินาทีสุดท้ายก็ลองซิ่วก่อนก็ได้นะคะ เวลาว่างหนึ่งปีก็ทำมันให้ทุกอย่างเลย หางานบ้าง ทำอะไรที่ไม่เคยทำบ้าง หรือลองไปทบทวนในสิ่งที่เคยทำไปทั้งหมดแล้วถามตัวเองดูว่าจริงๆ เบื่อเพราะอะไร เบื่อเพราะคนอื่นสั่งเรามากหรือเบื่อเพราะเราไม่ใช่สายนี้จริงๆ หรือไม่ก็ลองเสิร์ชหาในกูเกิลค่ะว่าพวกคณะที่เกี่ยวกับศิลปะมีอะไรบ้าง จบไปทำงานอะไรได้บ้าง อย่าลืมดูพวกการสอบด้วย ถ้าจะเอาฮาร์ดคอร์กว่านั้นคือนั่งอ่านรายชื่อคณะและสาขาทั้งหมดของมหาวิทยาลัยนั้นๆ เลยค่ะ ฮ่าๆ เจอชื่อคณะหรือสาขาไหนที่ตัวเองรู้สึกสนใจก็ก็อปปี้แล้วเอาไปหาข้อมูลเพิ่มว่าลึกๆ แล้วมันเรียนเกี่ยวกับอะไรและเพื่อจบไปเป็นอะไร คำแนะนำเราคงไม่ดีเท่าไหร่แต่จะบอกว่าอย่าไปเครียด อย่ากดดันตัวเองให้มันมาก ยิ่งความรู้สึกมันดิ่งมันก็ยิ่งคิดอะไรไม่ออกค่ะ ปล่อยตัวปล่อยใจสบายๆ สักวันบ้างก็ได้

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #5
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      แม่เราเป็นนักธุรกิจ นักสร้างแรงบันดาลใจ และค้นหาตัวตน down line

      แม่สอนว่า 'อะไรที่ทำให้เราไม่อยากลุกไปทานข้าว ไม่อยากลุกไปเข้าห้องน้ำ

      หลับก็ฝันถึงมัน หลงใหลมันมากพอจะจมจ่ออยู่กับมันทั้งวันทั้งคืน รักมันเสมือน

      เป็นส่วนหนึ่งของตัวเราไปแล้ว'

      ประมาณนี้ค่ะ ลองนึกดูนะคะ เป็นกำลังใจให้https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-02.png

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #6
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ที่โรงเรียนไม่มีครูแนะแนวมาคอยแนะนำหรือคะ

      โดยปกติ คุณครูจะต้องถามแล้ว โตขึ้นอยากเป็นอะไร

      ถามอยู่นั่นแหละ ตอบไม่เคยเหมือนกันสักครั้ง


      แล้วตอนนี้เรียนสายไหนมาล่ะ มอปลายอ่ะ

      ส่วนใหญ่เรียนสายอะไรมาก็เข้าต่ออันนั้นแหละค่ะจะถนัดที่สุด


      หรือ น้องเลือกมาสักอย่าง เข้าไปเรียนมันก่อน

      ถ้าไม่ใช่ ก็เปลี่ยนไปเรียนอย่างอื่น เปลี่ยนได้ตลอดแหละ

      จนกว่าจะเจอสิ่งที่เราชอบจริงๆ

      เพราะดูท่าทางของน้องคงไม่รู้จะเลือกอะไรดี

      พี่ก็ไม่สามารถแนะนำได้มาก นอกจากให้เลือกสักทาง แล้วลองเดินไป

      ถ้าไม่ใช่ ก็แค่เปลี่ยนเส้นทางใหม่


      เพื่อนพี่ก็มีหลายคนนะ เรียนคณะนี้แล้วไปไม่รอด

      ก็ไม่เห็นใช่เรื่องยาก ย้ายคณะก็จบได้เหมือนกัน

      ปรึกษาพ่อแม่หรือยัง เขาแนะนำหรือต้องการให้เราเดินทางไหน

      หรือถ้ายังคิดไม่ออก และรู้สึกไม่ใช่

      ลองจบมอหกออกมาแล้วหางานทำสิ

      พักสมองแล้วตรองดูให้ดี ว่าต้องการอะไรในชีวิต


      เวลามีถมไปค่ะ จะใช้อย่างไรมันอยู่ที่ตัวเอง


      ถ้าไม่อยากเรียนศีลปะก็ไม่จำเป็นต้องฝืนค่ะ

      อย่างที่บอก ลองเข้าเรียนดูก่อนก็ได้

      ย้ายคณะ ย้ายเอก ซิ่ว ทำได้หมดแหละ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #7
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ตอนสมัยเรียนก็คิดหลายอย่างค่ะ แต่เวลาสอบมหาลัยก็จะเลือกเอาที่คิดว่าตัวเองติด ไม่ได้คิดเรื่องอาชีพเลย ไม่ดีเลยค่ะ สุดท้ายจบมาก็ไม่ได้ทำงานตรงสายวิชา


      เจ้าของกระทู้ ลองคิดไปนะคะ มีหลายทางหลายอย่าง

      เมื่อก่อนเราเป็นคนชอบด้านภาษาแต่ก็ไม่ได้คิดเรียนภาษา รู้สึกเสียใจตอนที่มาทำงานเนี่ยแหละค่ะว่าทำไมไม่เรียนด้านภาษา

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #8
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      จขกทเคยสังเกตไหมคะว่า ถึงงานต่างๆ ที่เคยทำมาเราจะเปลี่ยนเรื่อยๆ แต่มันยังพอหาจุดเชื่อมกันได้ หมายถึง เอาอย่างหนึ่งมาใช้ให้เป็นประโยชน์กับอีกอย่างหนึ่ง ดังนั้น สิ่งที่ชอบที่เคยทำมามันไม่ได้หายไปไหนนะคะ อย่าไปเสียดายที่เราเปลี่ยนความสนใจบ่อย


      สโคปของจขกทมันเลยเป็น วาดรูป ตัดต่อ หนังสั้น เราคิดว่าเส้นทางเดินมันค่อนข้างชัด จะติดอยู่ตรงที่เบื่อง่ายใช่ไหมคะ ถ้าใช่ เราแนะนำให้ไปหาคนในวงการที่เขาทำจริงๆ ไปตามเขาค่ะ ตามเฟซบุคไอจีอะไรก็ว่าไป เผื่อเราจะได้ความสนใจใหม่ๆ ได้เห็นอะไรที่มากขึ้น ส่วนสายที่เรียนอันนี้เราไม่แน่ใจว่าทางอนิเมชั่นอะไรแบบนี้จะพอได้ไหมนะคะ หรือจะไปสายภาพยนตร์เลยอะไรแบบนี้ก็มี ลองค้นๆ ดูค่ะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #9
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ก่อนอื่นเลย เปลี่ยนเป็นหมวดปัญหาวัยรุ่น > ปัญหาที่โรงเรียน

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #10
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      วาดรูป-art skill

      ตัดต่อ-production skill

      ไม่ว่าน้องจะเติมทักษะอะไรใส่ชีวิตน้องอีก น้องต้องมี management skillค่ะ

      ก็เลยจะแนะนำให้เรียนการจัดการอะนะ อย่างน้อยมาใช้จัดการชีวิตตัวเองก็ยังดี

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #11
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      พ่อเราบอกว่า...บ้านเราจน โจทย์มีแค่...เรียนอะไรก็ได้...ที่จบแล้วไม่ต้องหางาน มีงานทำเลย ....

      เราเป็นลูกคนโต ทางเลือกไม่มี

      ชอบวาดรูป มีความคิดสร้างสรรค์

      แอบไปติววิจิตรศิลป์....ถูกจับได้...แทบตาย


      กลับไปหาโจทย์เดิม....ตอนนี้ทำงานแล้ว


      มีเงินเดือนทันทีที่เรียนจบ


      กลัวเข็ม....สุดท้ายก็ต้องอยู่กับมันตลอดชีวิต


      อยากให้คิดมากๆ..เพราะมันคืออนาคต

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #12
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ตอนม.4 เราไม่ได้เลือกสายที่อยากเรียนจริง ๆ พอต้องเลือกคณะก็ไม่รู้จะไปทางไหนดี ตอนนั้นเห็นคณะโบราณคดีประกาศรับโควต้า ก็เลยคิดว่าจะไปทางนั้น แต่สุดท้ายก็ไม่ได้สมัคร จนในที่สุดมีอีกที่ประกาศ แล้วเราก็จำได้ว่าตอนม.3 เราก็ชอบวิชาของคณะนี้ เลยเลือกสมัครค่ะ จากนั้นก็ได้เพื่อนที่คิดอยากเรียนคณะเดียวกัน แต่เราไม่ติด

      ตอนเลือกคณะจริง ๆ แอบเครียดมาก เพราะยื่นมหาวิทยาลัยแถวบ้านแทบไม่ได้เลย ตอนนั้นเราเลือกครูไว้ด้วย เพราะอยากเป็นตั้งแต่เด็ก แต่ก็เลือกคณะที่พ่อบอกให้เลือก สรุปเราติดคณะนั้น เพราะเราไม่รู้ว่าอีกคณะที่อยากเรียนเปิดปีนั้นเป็นปีแรก คือสลด แต่ตอนนี้กลับรู้สึกขอบคุณที่เราได้เรียนคณะนี้ แม้จะไม่ได้ทำงานในอาชีพที่มุ่งมั่น แต่ก็คิดว่าสิ่งนี้เหมาะกับเราที่สุดแล้ว


      สำหรับน้อง พี่คิดว่าลองมองดูว่าเราชอบวิชาอะไรบ้าง อนาคตอยากทำอาชีพไหน อยากอยู่กับงานแบบไหน ลองหาตนเองดูค่ะ ตอนนั้นน้องอาจชอบศิลปะ แต่พอเข้าไปสัมผัสมันลึก ๆ แล้ว เราจะรู้ว่าเราอยากไปทางนี้จริง ๆ ไหม เราสามารถเปลี่ยนแปลงความชอบได้ค่ะ แต่ตอนเริ่มเปลี่ยน มันจะทำให้เรารู้สึกเหมือนอยู่ทางแยก เพราะไม่รู้จะไปทางไหนดี พี่แนะนำให้มองไปถึงตอนทำงานด้วย เพราะพี่เป็นมาแล้ว คือตอนจบ ไม่รู้จะสมัครงานที่ไหนดี เพราะเป็นคณะที่เราไม่ได้สนใจแต่แรก ไม่ได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ เพื่อน ๆ ต่างมีจุดหมาย แต่เราไม่มีเลย ก็เลยหางานยากมาก แม้จะจบคณะที่เขาว่าหางานง่าย เกรดก็ไม่แย่มาก


      ดังนั้นค่อย ๆ คิด ค่อย ๆ ค้นหาตนเองค่ะ เรายังมีทางเลือกเสมอค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ^^

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #13
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      สู้ๆนะคะ เข้ามาให้กำลังใจ เราไม่มีคำแนะนำอะไรเลยเพราะกำลังอยู่ในช่วงนี้เหมือนจขกท.

      จะขึ้น ม.6 แล้ว ช่วงปิดเทอมไม่ได้รีแลกซ์อย่างที่คิด เพราะเราต้องเริ่มคิดแล้วว่าจะเอายังไง

      กับอนาคต สิ่งที่ยังมาไม่ถึง สิ่งที่ยังไม่เห็นมันทำให้เรารู้สึกกังวลและกลัวไปหมดจจริงๆ เพราะ

      ปัจจุบันที่เราเลือกมันคืออนาคตอ่ะเนอะ ...พิมพ์มาถึงตรงนี้แล้ว อห.ปาดน้ามตา อยากจะวาร์ปไปตอน

      ที่มีที่เรียนแล้ว แค่เห็น #dek63 ก็เหนื่อยแล้วจ้ะแม่ แต่ยังไงก็สู้ๆเน้อ เราต้องผ่านไปให้ได้


      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #14
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      คล้ายๆกันอยู่นะคะ


      ของเรานี่จนจบม.6แล้ว พวกถามอยากเรียนอะไร อยากทำงานอะไร หรือมีความฝันอะไร นี่ไม่รู้ตัวเองเลย รู้แค่ว่าอยากเป็นคนรวยและสวยมากค่ะ (แต่ทำได้รึเปล่า55) แต่ถ้าถามว่าชอบอะไรที่ตอบได้เต็มปากคงมีอย่างหนึ่ง คือ ชอบเขียนฝันให้เป็นตัวอักษรค่ะ(เขียนนิยาย)


      ไม่มีแพลนไม่มีอะไรอยู่ในหัวทั้งนั้น แต่ก็คร่าวๆว่าตัวเองคงไม่ได้เรียนมหาลัย ถึงจะอยากแต่ก็เรียนไม่ได้ ด้วยเรื่องทางบ้านหลายๆอย่าง โชคดีที่ไม่ได้อยากอะไรมากมาย มองดูอาจเหมือนคนไม่ใส่ในอนาคต แต่(คง)ไม่ใช่หรอกค่ะ


      าจเป็นเพราะว่าแม่มักพูดกรอกหูบ่อยๆตั้งแต่เด็กว่า


      "บนโลกใบนี้ไม่มีอะไรแน่นอน ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้ทำสิ่งที่ตัวเองชอบ ไม่ใช่ทุกคนจะได้ใช้ชีวิตอย่างที่ตัวเองอยาก ถ้าลูกไม่อยากผิดหวังกับชีวิตเมื่อมันไม่เป็นไปอย่างที่ฝันไว้ ...เหมือนกับแม่ ก็จงอย่าคาดหวังอะไรไปมากมาย จนขนาดที่จะทำให้ตัวเองสิ้นหวังเมื่อไม่สามารถคว้ามันมาได้


      แม่ไม่ได้อยากให้ลูกใช้ชีวิตแบบเรื่อยเปื่อยไร้ความหวังหรอกนะ ลูกจะหวังจะฝันอะไรก็ได้ แต่ขอให้ทำใจเผื่อเอาไว้ให้มากกว่าในตอนที่เสียความฝัน โลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน พวกเราต้องเผชิญหน้ากับความจริง"


      ชอบโดนพูดอะไรแบบนี้ใส่มาตลอดตั้งแต่วัยอนุบาลเลยค่ะ จนมันฝังเข้าไปในหัว บางครั้งก็ประมาณว่า


      "ไม่ต้องคิดมากว่าอนาคตมันจะเป็นยังไง เราจะทำอะไร จะอยู่ยังไง เพราะขึ้นชื่อว่า อนาคต ไม่มีใครล่วงรู้หรอก บางทีพรุ่งนี้ลูกอาจจะตายก็ได้ ใครจะรู้ หรือแม่อาจจะตาย ไม่ก็หนีไปทิ้งลูกกับน้องเอาไว้ ที่ลูกต้องจำเอาไว้มีแค่อย่างเดียว จงเป็นคนที่พร้อมรับกล้าเผชิญหน้ากับทุกสิ่งที่กำลังจะมาถึง จงปรับตัวและใช้ชีวิตอยู่กับมันให้ได้แค่นั้นก็พอ ไม่ต้องไปคิดมากเรื่องอนาคต ไม่ต้องไปจมอยู่กับอดีต ให้ลูกอยู่กับปัจจุบัน ทำยังไงก็ได้กับปัจจุบันที่ลูกมั่นใจว่าจะไม่นึกเสียใจภายหลัง"



      ...แลดูนอกเรื่องออกทะไปไกล


      ไม่ได้มาล้างสมองนะคะ แค่อยากจะบอกว่า ไม่ต้องไปคิดมากจนปวดหัว จนเสียสมดุลการใช้ชีวิต บางคนจนแก่แล้วก็ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองชอบอะไร หรือบางทีสิ่งที่เราคิดว่าชอบ เราอาจไม่ได้ชอบจริงๆก็ได้ ...ใครจะรู้ นอกจากตัวเราเอง


      ลองค่อยๆค้นหาตัวเองค่ะ แต่ถ้าจะเลือกสายงานให้มองที่ความเป็นไปได้ สิ่งที่เราเลือกในวันนี้อาจเป็นรากฐานปิรามิด เอาไว้สำหรับต่อยอดในวันข้างหน้า


      แต่ให้จำไว้ อนาคตมันไม่แน่นอน


      อย่างเรา สมัยม.ปลายเลือกเรียนภาษาแบบงงๆ คิดว่าคงได้ใช้ แต่ก็ไม่ได้ชอบหรือตั้งใจเรียนอะไรมาก รู้ก็แค่งูๆปลาๆ วาดรูปก็ชอบ แต่ก็ไม่ได้รัก แค่งานอดิเรก นิยายนี่ชอบมาก แต่รู้อยู่แก่ใจว่าเลือกทำมาหากินสายนี้ มันไม่ได้ง่าย รายได้อาจไม่ดีอย่างที่คิด ตรงนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถความพยายามจริงๆ


      สรุปแล้วจบมาทำงานเลยจ้า ทำหมดทุกอย่าง พาร์ทไทม์งานเสริมงานพิเศษ ก็แอบมีฝันเล็กๆว่าถ้าเก็บเงินก้อนก็อยากไปเรียนมหาลัย การโรงแรมแถวบ้านอาชีพนี้หางานง่ายอยู่ (หัวหิน) สรุปพอเก็บเงินได้แล้ว สอบผ่าน สัมภาษณ์ผ่าน พร้อมรอเรียน อยู่ดีๆบ้านแตกจ้าา. บ้านล่มสลายกลายเป็นคนไร้บ้านกันทั้งครอบครัว เลยหยุดทุกอย่างมองหาบ้านเช่าทันที ตั้งแพลนทำงานให้หนักกว่าเดิมเพื่อช่วยพยุงครอบครัว มีแม่ พี่ชายที่เป็นง่อยเป็นนีทไม่ทำงานทำการอะไร และเป็นตัวต้นเหตุชอบก่อปัญหา เราที่ทำงานช่วยแม่ กับน้องชายกำลังเรียนประถม กับแมวอีกสามตัว แมวตัวเองก็เข้ากับอะไรใหม่ๆไม่ได้ ตีกับน้องๆอีก

      สรุปรองจากแม่ เราเป็นเสาหลักของบ้าน ตอนนั้นอายุ17(เรียนม.หกตอนอายุ16) คิดไปไกลว่าจะทำยังไงดี


      ไปๆมาๆ เกิดอะไรขึ้นหลายอย่างมาก ทุกอย่างเปลี่ยนไปในทางที่ดี อยู่ดีๆหนึ่งปีถัดมาได้ไปเรียนต่อสายเชฟ ทำอาหารเฉย ไปแบบงงๆ ความรู้ไม่มี รู้แค่ว่าต้องเลือก โอกาสถูกยื่นให้ตรงหน้าแล้ว จะรับ หรือ ไม่รับ แค่นั้น

      เป็นคนไม่ชอบเข้าครัวเล้ยยย แต่ก็พยายามจนผ่านมาได้ด้วยดี จบมาไม่ได้เลือกเดินสายเชฟนะ มาเป็นพนักงานเสิร์ฟเฉย แต่โชคดีอยู่ในสถานที่ดีๆ สวัสดีการดี(มาก) และเงินเดือนดี(มาก) เผลอๆได้เยอะกว่าไปเป็นเชฟในโรงแรมอีก (เทียบกับระยะเวลา เพราะเราเพิ่งสตาร์ท) ก็เป็นเซอร์วิสดีๆ ดึงภาษาที่มีมาต่อยอดจนพูดอังกฤษหูหลับตับไหม้ สอบเลื่อนขั้นผ่านอย่างไวจนตันแผนกเซอร์วิส ย้ายเข้าครัวจ้า รอให้สอบต่อๆไปเรื่อยๆ อัพสกิลอัพเงินเดือน และโปรไฟล์ไปพร้อมๆกัน


      สรุปเข้ามาเล่าเรื่องตัวเองทำไมไม่รู้เหมือนกันค่ะ55 แบบว่าเป็นคนพูดอะไรเข้าประเด็นหรือปลอบใจคนอื่นไม่เก่ง แค่คิดว่าบางทีเรื่องของเราอาจพอเป็นประโยชน์ในแง่ของมุมมองการใช้ชีวิตกับจขกท.บ้าง


      ตอนนี้เรารู้สึกมีความสุขดีนะคะ(บอกเพื่อ) ถามว่างานที่ทำใช่สิ่งที่ชอบที่รักมั๊ย ขอตอบเลยว่า 'ไม่' แต่ทำไปก็ไม่ได้ทุกข์โศกอะไรกับงาน. แอบสนุกด้วยซ้ำ แล้วจะมีความสุขมากตอนเห็นเงินเดือนค่ะ! (เยอะดีสำหรับเราที่เพอ่งเริ่มต้น)55. นอกจากนั้นยังได้แว๊บแอบมาทำสิ่งที่ชอบด้วย(เขียนนิยาย) ถึงจะมีหนี้สินค่าเล่าเรียนหลายแสนตั้งแต่อายุยังน้อย แต่ก็ทยอยใช้ไปค่ะ มันคือการลงทุนของเรา


      เขียนซะย้าวววว ขออภัยค่าา องค์ลงแล้วหยุดเขียนไม่ได้ทุกที

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #15
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เรียนในสิ่งที่ตัวเองชอบและทำได้ดี ถ้าพ่อแม่ไม่ว่าอ่ะนะ


      เรื่องตัดต่อเป็นอะไรที่จะทำให้เบื่อง่ายมากจริง ๆ เราต้องดูวิดีโอนั้นซ้ำ ๆ เป็นสิบ ๆ รอบ

      ลองคิดดูดี ๆ อะไรที่เราทำแล้ว...มีความสุขแม้ตอนนี้มันจะทำให้เราโดนล่อโดนว่าก็ช่าง หรือทำแล้วมองไม่เห็นอนาคตเลยว่ามันจะทำให้เราได้เงินยังไง แต่สุดท้ายถ้าทำได้ดียังไงเงินก็มาหาคุณ


      ดูดิ เมื่อก่อนใครจะคิดว่าเล่นเกมส์แล้วหาเงินได้กัน ตอนนี้เป็นไงล่ะ


      เรียนไปเถอะจบมาแล้วไม่จำเป็นต้องทำงานตรงสายที่เรียนหรอกปกติเดี๋ยวนี้ก็เรียนเอาวุิฒเฉย ๆ จบวิศวะ ยังออกมาทำงานร้านกาแฟก็มี? แค่คิดว่าตอนนี้เราอยากเรียนรู้เรื่องอะไรก็คิดเข้าคณะนั้นแหละ


      คนเราไม่มีทางชอบตุ๊กตาหมีตัวเดิม ๆ ไปชั่วชีวิตหรอก ตัวใหม่ก็ต้องดีกว่าอยู่แล้ว ใช่ไหมล่ะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #16
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ประการรแรก อย่ากดดันตัวเองมากเกินไป ไม่แปลกหรอกที่ตอนนี้น้องจะยังไม่รู้ว่าตัวเองอยากเรียนอะไร


      ความฝัน ความชอบ เปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลาและประสบการณ์ชีวิตที่มากขึ้น

      และอย่าลืมว่าเราจะอยู่กับความฝัน กับสิ่งที่ตัวเองชอบอย่างเดียวไม่ได้หรอก

      คิดถึงโลกความเป็นจริง บิลต่างๆที่ต้องจ่าย เจ็บไข้ได้ป่วยก็ต้องใช้เงิน

      ดังนั้น เงินและความมั่นคงทางสายอาชีพที่เลือก เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม


      อย่างไรเสีย ไม่ว่าน้องเลือกที่จะเรียนต่ออะไร ทำอาชีพอะไรในอนาคต อย่าหยุดการเรียนรู้ค่ะ

      โลกทุกวันนี้ การแข่งขันในตลาดงานมีสูงมาก น้องต้องคอยพัฒนาวิชาความรู้ของตัวเองเสมอ

      เช่นอ่านข่าวสารบ้านเมืองและเศรษฐกิจ ลงเรียนคอร์สต่างๆเพิ่มเติม เพื่อช่วยต่อยอดทางอาชีพและเพิ่มพูนความรู้ ทุกวันนี้การเรียนรู้ไร้ขอบเขต หลายอย่างสามารถเรียนออนไลน์ได้ เช่นภาษาต่างประเทศ data mining etc...

      ตอบกลับ

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป