ซ่อน
แสดง

รีวิวคณะใหม่ธรรมศาสตร์ "GSSE" [ยินดีให้แชร์]

วิว
#รีวิวคณะ #gssetu #แนะนำคณะ #หลักสูตรนานาชาติ #ธรรมศาสตร์

คณะใหม่เลือดเหลืองแดง รู้จักกันยัง?

น้องๆคนไหนสนใจศึกษาต่อหลักสูตร นานาชาติของมหาวทิยาลัยธรรมศาสตร์
ที่ผสมผสานทั้งการเรียนการสอนแบบ ในห้องเรียน และ active learning
มาลองทำความรู้จักกับคณะ GSSE กันดู blush



สวัสดีเพื่อนๆพี่ๆน้องๆทุกคน  สืบเนื่องจากมีหลายเสียงเรียกร้องเข้ามา ทั้งคนใกล้ตัวและน้องๆที่มาร่วมค่าย #Changology กับเราว่าพี่ๆคะ รีวิวคณะน้อยมาก อยากรู้จักคณะมากกว่านี้  วันนี้เลยมาเขียนตามคำเรียกร้องของน้องๆ แนะนำตัวเองก่อนละกัน เราเป็นนักศึกษาของวิทยาลัยโลกคดีศึกษาและการประกอบการสังคม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(ศูนย์รังสิต) แต่ไม่อยากให้โฟกัสชื่อไทยคณะ เพราะจริงๆแล้วคณะเรามีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า School of Global Studies มีหลักสูตรนานาชาติ ที่มีชื่อว่า  Global Studies and Social Entrepreneurship หรือ GSSE ในตอนแรกเราไม่ได้รู้จักคณะนี้ และเตรียมตัวที่จะเรียนต่อทางด้าน Business Management แต่ได้เจอรุ่นพี่ที่เรียนคณะนี้ มาพูดคุยให้ฟังที่คณะ เข็มความสนใจก็เบนมาที่คณะนี้ทันที จนถึงตอนนี้ก็เพิ่งรู้ตัวว่า ใกล้จะจบปีแรกแล้ว เวลาผ่านไปเร็วมาก อาจจะด้วยเราสนุกกับเพื่อน การเรียนและกิจกรรมที่ทำอยู่



 

เริ่มกันที่การสอบเข้า ตอนนั้นเราเป็นรุ่นแรกที่ระบบการสอบเข้าเปลี่ยนใหม่ (พ.ศ.2561) ทำให้งงๆนิดหน่อยว่าเอ๊ะ  เปิดรับกี่รอบ ข่าวสารเรื่องการรับสมัครหลักๆเลยเราจะติดตามที่เพจของคณะ https://www.facebook.com/SGSThammasat/

ตอนนั้นก็งงๆเรื่องการยื่น portfolio เราก็ inboxไปถามพี่เค้าเลย พี่เค้าก็ตอบและให้คำปรึกษาเราดีมาก ส่วนระบบการสอบปีนี้รู้สึกว่าทางวิทยาลัยจะจัดการเอง
(เข้าไปดูในเพจได้เลย มีอัพเดทตลอด ทั้งการสอบ กิจกรรม และข้อมูลน่ารู้ต่างๆ)
 



เทคนิคการทำพอร์ต

เราสมัครเข้ามารอบที่1 คำถามจากน้องๆเยอะมากว่า คณะนี้ควรเน้นอะไรใน portfolio บ้าง?

แน่นอนว่าเราต้องนำเสนอตัวเองผ่านผลงานต่างๆ
แต่สิ่งที่อาจารย์ในวิทยาลัยเรามองหาคือ ความคิดและทัศนคติของเรา เราอาจจะทำงานอาสา หรือกิจกรรมต่างๆมาไม่ได้เยอะ แต่ประสบการณ์และสิ่งที่ได้จากการทำงานนั้นสำคัญมาก เขียนออกมาเลยค่ะว่าเราทำงานนี้แล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง  
งานนี้ให้ประสบการณ์เราทางด้านไหน
ทริคเล็กๆจากเราคือ ใส่ความเชื่อมโยงงานที่ไปทำกับปัญหาในสังคม และแนวคิดของการแก้ปัญหานั้นของเรา (ถ้าอยากรู้หรือปรึกษาเพิ่มเติมทักมาถามเราหลังไมค์ได้นะ ยินดีให้คำปรึกษามากก)


ก้าวแรกสู่การเป็นนักศึกษา


ก่อนจะเปิดเทอมจริงๆ ทางวิทยาลัยจะให้เราลงคอร์สซัมเมอร์ enlightened

ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เราจะเจอเพื่อนๆในรุ่นเกือบจะครบ แล้วเราก็ได้ค้นพบว่าวิทยาลัยนี้น่าเรียนขึ้นไปอีกตรงที่เพื่อนๆ
ในรุ่นมีไม่ถึง50คน ซึ่งเป็นสิ่งที่วิทยาลัยตั้งใจไว้แล้วว่ารุ่นนึงควรมีแค่นี้ เพื่อการเรียนการสอนที่ทั่วถึง และอีกอย่างคือ เรามีเพื่อนต่างชาติเยอะมาก ทั้ง เวียดนาม กัมพูชา ญี่ปุ่น ไต้หวัน แคนาดา อเมริกา มาหมดจริงๆ เป็นบรรยากาศที่ฟุดฟิดฟอไฟกับเพื่อนตลอดเวลา สนุกแล้วก็รู้สึกอินเตอร์เนชั่นแนลมากๆ 55555  


 

เราอยากอธิบายเป็นสองส่วนง่ายๆให้ฟัง ส่วนแรกคือ GS หรือ Global Studies เราจะเรียนรู้เกี่ยวกับบริบทโลกทั้งหมด conflict route cause และ culture ต่างกันยังไง จะโฟกัสตั้งแต่ตัวเรา ชุมชน ประเทศ ไปถึงระดับโลก


  ส่วนที่สองคือ SE หรือ Social Entrepreneurship ก็คือส่วนของธุรกิจ เราจะเรียนเนื้อหาที่นักธุรกิจคนหนึ่งควรจะมี การจัดการ การตลาด นวัตกรรม เทคโนโลยี แล้วภาพของการที่เราเอาสองด้านมารวมกันคือ การทำธุรกิจ หรือเป็นผู้ประกอบการ ที่มีส่วนในการช่วยเหลือ ส่งเสริม และเข้าใจความต้องการของสังคม บนพื้นฐานของธุรกิจ มีกำไรมีรายได้และส่งผลดีต่อสังคมนั่นเอง




อาจารย์เราจะเน้นมากๆกับคำว่า leadership ที่ดีจะต้องมี 21st century skills https://www.youtube.com/watch?v=me1eJ46DYtI

https://www.youtube.com/watch?v=CFL9G-uFRMo

 ซึ่งอาจารย์ในวิทยาลัยของเราก็เก่งมากๆ ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ ที่มีประสบการณ์การทำงานกับองค์กรใหญ่ๆระดับโลกมานาน การเรียนในห้องของเราเลยรู้สึกว่าค่อนข้างสนุก เรา lecture ไม่หนักเท่าไหร่ แต่เราจะได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดกับเพื่อนบ่อยมากๆ รวมถึงการทำงานที่เราจะได้เรียนรู้การทำงานทุกขั้นตอน เพราะอาจารย์จะสอนเราแบบ project base นั่นคือการทำกิจกรรมและโปรเจค เพราะเราจะเรียนรู้และได้ประสบการณ์จากการเรียนรู้นี้


อีกสิ่งหนึ่งที่เรารู้สึกว่าวิทยาลัยนี้ให้เรามากกว่าการเรียนคือประสบการณ์ตรง ถ้าดูตามตารางหลักสูตร จะเห็นว่า เราจะมี  work experience ทุก summer ตลอดหลักสูตรเลยทำให้เราได้ไปทำงาน ไปสัมผัสด้วยตัวเราเอง เข้าใจปัญหา develop และ adapt เพื่อนำไปใช้ ซึ่งก็เป็นข้อได้เปรียบสำหรับหลายๆคน (รวมถึงการเม้ามอยเล่าประสบการณ์ให้ฟังจากรุ่นพี่) ที่อาจจะเจองานที่ชอบในช่วงที่ยังเป็นนักศึกษาฝึกงาน แล้วได้ไปทำโปรเจคต่อร่วมกับบริษัทนั้นๆ

จนถึงตอนนี้เป็นเวลาเกือบบปีแล้วที่เข้ามาเรียนในหลักสูตรนี้ ปีแรกจะเรียนวิชาพื้นฐานของวิทยาลัยเสียส่วนใหญ่ อย่างเช่น Foundation of Academic Writing, Understand Human and Communication, Social Innovation บอกเลยว่ามันส์มากๆ Assignment ที่มาพร้อมกับการเขียน  เพื่อพัฒนาสกิลการเขียนโน้มน้าวอย่างเป็นทางการในภาษาอังกฤษ


ไม่ต้องกลัวนะว่าเราจะตามเพื่อนไม่ทัน อาจารย์ให้เทคนิคเราดีมากๆ เราแค่ฝึกและทำให้ดีในทุกๆงาน แล้วยังมีการฝึกพูดต่อหน้าผู้คน หรือ public speaking ที่จะฝึกให้เราพูดอย่างน่าเชื่อถือ มีพลัง และไม่ตื่นเต้นจนลืม 5555 จะบอกว่า
 
  "
เราเองไม่ได้จบมาจากโรงเรียนอินเตอร์ ภาษาอังกฤษเราไม่ได้เก่งมาก แต่ด้วยแวดล้อมของคณะนี้ ที่อาจารย์ไม่ว่าจะไทยหรือต่างชาติ ใช้ภาษาอังกฤษกันหมด รวมถึงเพื่อนในคลาสที่มีต่างชาติอยู่ด้วย ผลักดันให้ทักษะภาษาอังกฤษเราดีขึ้นจากเมื่อก่อนมาก กล้าพูดกล้าเขียนมากขึ้น เพื่อนๆเองก็คอยช่วยกันตลอด ใครที่กังวลเรื่องภาษาอังกฤษ ย้ำเลยว่าให้เลิกกังวล กล้าที่จะแสดงมันออกมา ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีแล้ว เราสามารถพัฒนาได้อีกเรื่อยๆ อาจารย์ก็คอยช่วยเหลืออยู่ตลอด "yes


ส่วน
Social Innovation นี่เราชอบมากๆ เพราะเราเหมือนกลับไปเป็นเด็ก
ได้คิดได้จินตนาการอย่างเต็มที่ สร้างสรรค์ความคิดทั้งนวัตกรรม และสิ่งของต่าง สนุกมาก แล้ววิชาอื่นๆในเทอม2หรือปีถัดไป ก็จะต่อยอดจากวิชาพื้นฐานเหล่านี้นี่แหละ เรียนลึกลงไปเรื่อยๆ ประมาณว่าเหมือนเรียนจิตวิทยาเพื่อเข้าใจมนุษย์  รัฐศาสตร์เพื่อเข้าใจความเคลื่อนไหวของสังคม บริหารธุรกิจเพื่อจะมีรายได้จากความคิดสร้างสรรค์ของเรา และสังคมสงเคราะห์เพื่อช่วยเหลือสังคมของเรา

ไม่รู้ว่าจะช่วยคลายความสงสัยของเพื่อนๆได้มากเท่าไหร่ ถ้าอยากรู้เพิ่มเติมหรือสงสัยอะไร inbox เข้าไปถามใน page ของวิทยาลัยได้เลย หรือจะทักหลังไมค์มาคุยกับเราก็ได้ ขอให้ทุกคนโชคดีกับการสอบและทางที่เลือกเดินนะคะ :)

ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป