/>

เหตุผลที่เราหดหู่ทุกครั้งเวลาเดินห้าง [ยินดีให้แชร์]

วิว
#my100depressions
 


Photo by Keith Fulton on Flickr
 
          ไปช้อปปิ้ง คงเป็นสิ่งที่น่าสนุกสำหรับหลายคน โดยเฉพาะไปเดินตากแอร์เย็น ๆ ในห้าง หยิบจับสิ่งที่เราสนใจขึ้นมาดู ทดลองใช้มัน ลองเสื้อผ้าตัวแล้วตัวเล่าโดยที่ไม่มีใครหน้าไหนมาถามจู้จี้ หรือมีพนักงานขายเดินตาม เหนื่อยก็แลกบัตรหาซื้อของกินแถวนั้น หรือจะไปนั่งเคี้ยวป็อปคอร์นในโรงหนัง ตัดขาดจากทุกสิ่งทุกอย่าง โดยเฉพาะความร้อนข้างนอก

          เราก็เป็นคนหนึ่งที่ไปเดินห้างกับเพื่อนบ่อย ๆ เช่นตอนไปสอบ มันเป็นทางผ่านและพวกเราแวะเมื่อสอบเสร็จ ใช้เวลาอยู่ในนั้น เดินวนหลายรอบ เพื่อน ๆ ดูมีความสุขดี แต่สำหรับเรา ยิ่งเวลาที่ใช้ในห้างผ่านไปมากเท่าไร เราก็ยิ่งรู้สึกว่าเราไม่สมควรอยู่ที่นั่นมากขึ้นเท่านั้น


          และนี่คือเหตุผลว่าทำไมเราถึงรู้สึกไม่ดี (ไปจนถึงหดหู่) กับการเดินห้าง

1. ห้องน้ำหญิงในห้าง

via stylethefashion.com

ไม่รู้ทำไม สถานที่แรกที่ต้องแวะเมื่อไปถึงคือห้องน้ำ
ในห้องน้ำ เราจะได้ยินเสียงเพลงห่วยแตก หรือไม่ก็เสียงโฆษณาโปรโมชั่น
ต้นไม้ปลอมที่อ่างล้างมือ สงสัยว่าทำไมไม่ใช้ของจริง
กลุ่มเพื่อนที่ไปด้วยกันเซลฟี่หน้ากระจก หลังจากแต่งหน้าเสร็จ
ซึ่งใช้เวลานานมาก เพราะพวกเธอจะคุยกันไปด้วย ไม่ก็กดมือถือ
-เราที่ออกมารอข้างนอก ก็ต้องเผชิญกับสุภาพสตรีที่เครื่องชั่งน้ำหนัก
เมื่อหยอดเหรียญชั่งเสร็จ ก็บ่นให้คนที่มาด้วยกันฟังว่าตัวเองอ้วน
ทั้งที่เราคิดว่าเธอก็มีหุ่นสมส่วนดีนะ เข้ากับชุดที่ใส่ด้วย


2. เพลงที่เปิดในห้าง
เคยอ่านเจอมาว่า สำหรับในห้าง
การเปิดเพลงคลาสสิคจะช่วยกระตุ้นความอยากจับจ่ายของลูกค้า
แต่ห้างสาขาแถวบ้านเรานี่สิ ไม่เคยได้ยินเสียงเพลงคลาสสิคเลย
ย้อนไปช่วงปีก่อน ๆ ช่วงที่ Shape of You ฮิต เราจะได้ยินเพลงนี้ซ้ำ ๆ
แต่ช่วงที่พอจะรับได้ ก็เป็นช่วงเทศกาลที่เปิดเพลงเข้ากับบรรยากาศ
อีกอย่าง ที่แผนกเครื่องเสียง เราเคยขอให้พนักงานทดสอบลำโพงตัวหนึ่ง
เราคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ยินเพลงที่ขับความสามารถของลำโพงออกมาเต็มร้อย
แต่เพลงที่พวกเขาเปิด กลับเป็นเพลงฮิตดาด ๆ หนักมาหน่อยก็เป็นเวอร์ชันรีมิกซ์
จากไฟล์เสียงที่ถูกบีบอัดขนาดเล็ก ๆ อะไรประมาณนั้น


3. แผนกเครื่องแต่งกาย


* ใครรู้จักเจ้าของภาพโปรดแจ้งเพื่อให้เครดิต *

"เราซื้อเสื้อยี่ห้อนี้ไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว มันใส่ดีนะ
ลองดูช่วยหน่อยว่าตัวไหนสวยบ้าง / ถ้าเราใส่ไซส์นี้จะดูอ้วนไปไหม"
"เออหมวกนี่ แกใส่แล้วเราว่ามันดูฮิป ๆ ดีนะ
แล้วแว่นนี่ล่ะ อยากได้ว่ะ แต่จะใส่ออกจากบ้านไปไหนวะ"

ครอบครัว: "หนูน่าจะลองรองเท้านี้นะ เสื้อตัวนี้ล่ะเป็นไง
นี่เด็กผู้หญิงต้องแต่งแบบนี้ เด็กผู้หญิงเขาก็แต่งแบบนี้กันทั้งนั้นแหละ"
//รอเพื่อนลองเสื้อเป็นชั่วโมง เดินตามจนเมื่อย
และไม่สามารถเห็นความน่าสนใจในเสื้อผ้าแฟชั่นพวกนั้นได้
คงเพราะเราไม่สวยแล้วก็โอเคกับการใส่เสื้อแบบเดิมทุกวันมั้ง -.,-



4. แผนกเครื่องสำอาง


via fashiongonerogue.com

บรรดาเพื่อนผู้หญิงมักใช้เวลาเป็นชั่วโมง ๆ เช่นกันกับแผนกนี้
แล้วก็บ่อยครั้งที่พวกเพื่อนจะคุยกันเกี่ยวกับลิปสติกแบบที่คนนั้นคนนี้ใช้
หรือผลิตภัณฑ์ที่ดี...เรื่องผู้หญิง ๆ และเราโอเคกับมัน
แต่สิ่งที่เราไม่โอเคคือเรามักจะรู้สึกหดหู่ทุกครั้งเมื่อเห็นสตรีวัยกลางคน
แต่งตัวจัด โบกเครื่องสำอางเต็มหน้า สักคิ้ว หรือทำอะไรเยอะ ๆ
จนดูเกินงามไป จนหมดความเป็นธรรมชาติของเนื้อหนังมนุษย์
และเราไม่ชอบวิธีที่พวกผู้หญิงไม่พอใจกับส่วนต่าง ๆ ของตัวเอง
ไม่ว่าจะเป็นสไตล์การแต่งหน้า สีของดวงตา สีของเส้นผม
การเปลี่ยนแปลงในบางครั้งเป็นสิ่งที่ดี
สิ่งที่ไม่ดีคือเราต้องมาทนฟังเพื่อนที่ลุ่มหลงเรื่องเหล่านี้มากเกินไป
หนักสุดคือพูดกันเรื่องโตขึ้นจะทำตรงนั้นตรงนี้
ทั้งที่เราว่าพวกเธอก็ดูดีมากพอแล้วนะ
ยิ่งกว่าไม่พอใจคือการไม่เข้าใจ หรือว่าเรายังไม่โตพอ



5. แผนกสนามเด็กเล่น

via womenpla.net

ดูเหมือนแผนกนี้จะไม่มีใครมีปัญหากับมัน แต่เราก็มีปัญหาอยู่ดี
* เรานี่มันคิดแต่เรื่องปัญหาจริง ๆ นะ *
แปลกดีที่ผู้คนเอาลูกหลานมาปล่อยไว้กับเครื่องเล่นที่น่าสยองพวกนี้
แววตาของเครื่องเล่นสัตว์พลาสติกที่ไร้ชีวิตชีวา กับไฟสี ๆ รอบ ๆ
แล้วก็เสียงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ห่วยแตก
เราหดหู่ที่มนุษย์มีการหาความสำราญให้เด็ก ๆ ด้วยวิธีเหล่านี้
แทนที่จะเป็นการวิ่งเล่นกับธรรมชาติ กับเพื่อน ๆ ในอากาศที่ดี และเสียงที่เป็นมิตร

6. บิงซูคาเฟ่ ชา/กาแฟคาเฟ่
ไม่มีอะไร เราแค่ไม่โอเคกับการที่ทุกคนนั่งอยู่ที่นั่น
สั่งเครื่องดื่ม คุยกันเรื่องที่เราไม่เข้าใจ
บอกเพื่อน ๆ ว่าอย่าเพิ่งดื่ม ทุกคนต้องเอาแก้วมาวางที่โต๊ะก่อน
ถ่ายภาพ อัพโหลดลงสตอรี่ในไอจี แท็กคนที่มาด้วยกัน

และอีกอย่างหนึ่ง ปัญหาใหญ่ของคาเฟ่ที่ไม่ใช่แค่ในห้าง
คือพวกเขาสนใจการจัดบรรยากาศให้น่าถ่ายรูป
มากกว่าจะสนใจรสชาติของเครื่องดื่ม ซึ่งบ่อยครั้งที่เครื่องดื่มหวานไป
หรือชงผิดสูตร เช่น สั่งเอสเพรสโซ ได้กาแฟใส่น้ำตาลใส่นมและใส่น้ำแข็ง เป็นต้น
* ฟักอ็อฟ *


7. ร้านหนังสือแบบมีสาขาย่อย

via snipview.com

พวกร้านสีแดงสีน้ำเงินทั้งหลายนั่นแหละ
มีแต่หนังสือห่วยแตก เข้าใจนะว่าขายแนวนี้แล้วจะอยู่ได้
มีแต่หนังสือฮิปสเตอร์ที่เวิ่นเว้อไปวัน ๆ
หนังสือท่องเที่ยวกับหนังสือขายไลฟ์สไตล์ที่หลอกลวง
textbook ก็มีแต่หนังสือเตรียมสอบห่วยแตก ยืนยันด้วยกระทู้นี้
https://pantip.com/topic/32807528https://pantip.com/topic/32807528
หนังสือเรื่องแต่งก็เต็มไปด้วยนิยายประโลมโลก
มีวรรณกรรมน่าอ่านจริง ๆ แค่เพียงหยิบมือเดียว และไม่อยู่ในจุดที่โดดเด่นนัก
พนักงานมีความรู้เกี่ยวกับหนังสือน้อยมาก
และพวกคนที่ไปนั่งอ่านบนพื้นร้าน


8. ร้านฟ้าสต์ฟู้ด
ไม่มีอะไรมาก แค่ไม่ชอบกินในร้านฟ้าสต์ฟู้ด แต่เพื่อนชอบชวนเข้าไป
แล้วก็เข้าสู่ลูปเดิมของการถ่ายรูปเพื่ออัพโหลด
และเราเบื่อวิธีที่คนรุ่นเรา (อาจจะแค่รอบ ๆ ตัวเรา) ยกฐานะของร้านพวกนี้ไว้สูงเกินไป


9. พวกคนที่แต่งตัวปอน ๆ เดินห้าง
มักจะเป็นที่สะดุดตาและได้รับบริการที่ไม่ดีนัก โดยเฉพาะจากพวกร้านขายโทรศัพท์


10. เมื่อเดินออกนอกห้าง
ความเย็นสบายที่เมื่ออยู่ในห้างหายไปในพริบตา
ร้อนมาก ร้อนจนหน้ามืด ในสายตาเต็มไปด้วยแสงสะท้อนจากรถยนต์สีต่าง ๆ
ร้านค้าแผงที่อยู่นอกห้าง สภาพธรรมดาของเมือง คนชายขอบ คนหากิน ขอทาน
เหมือนถูกตัดภาพออกมาจากคนละโลก
แล้วเรา กลุ่มเพื่อนที่เดินห้าง ก็ลืมทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับประสบการณ์การเดินห้างไปอย่างรวดเร็ว
พร้อมถุงที่พะรุงพะรังในมือ ที่บางอย่างสุดท้ายแล้วซื้อเพราะอยากได้ ไม่ได้ต้องการ
ซื้ออย่างรวดเร็ว ซื้อเพราะลดราคา ลดแลกแจกแถม มีแต่ขยะพลาสติก
เรานี่เดินแทบร่างพังยังไม่รู้ว่ามันมีอะไรน่าสนใจในนั้น ในมือมีแค่ขวดน้ำเปล่า


ถ้าเพื่อนรู้ว่าเราเขียนกระทู้นี้ ไม่แน่ถ้าไปไหนมาไหนด้วยกันแล้วต้องแวะห้าง
พวกเขาอาจจะเปลี่ยนใจให้เราตีรถตรงกลับบ้านไปเลยก็ได้



เบื่อโลกชะมัด
เอาฉันออกไปที


 
ปล. บอร์ดปัญหาวัยรุ่นน่าจะมีหมวดย่อย "ปัญหากับตัวเอง" บ้างนะ
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยเจ้าของกระทู้

  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #10
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    เอาละ จะไม่อดทนต่อความเห็นที่มาทีละอัน แล้วตอบกลับเป็นรายคนอีกต่อไป


    พวกคุณอาจจะบอกว่าเราป่วย แต่พวกคุณเองต่างหากที่ไม่เคยเสียเวลาสักนิดในชีวิตมาสังเกตว่าดาวเคราะห์ของพวกเรากำลังจะตาย พวกเราตื่นเต้นทุกครั้งที่มีคนออกมาบอกว่าพบดาวดวงใหม่ที่คล้ายกับโลก พวกเราต้องการที่จะขยายเผ่าพันธุ์ขยะของเราออกไปอีก โดยไม่หยุดคิดเลยว่า พวกเรามีสิทธิ์อะไรที่จะเอาความโสมมไปแปดเปื้อนที่อื่น


    โลกเป็นสนามเด็กเล่นที่งดงามและมันจะเป็นเช่นนั้นเรื่อยไป สำหรับมนุษย์ทุกคนมีฝัน ไม่ว่าคุณจะเกิดมาในชนชั้นต่ำต้อยแค่ไหน คุณก็มีสิทธิ์ที่จะถีบตัวเองขึ้นไป มันเป็นโลกที่สวยงามและเต็มไปด้วยความใฝ่ฝัน (เรามองโลกได้ดีพอแล้วหรือยัง ขอโทษ เราสามารถมองมันได้เท่านี้)


    __________เราเคยบอกกับตัวเองว่า "ที่สุดของความโง่คือการไม่รู้จักแสวงหาความสุข" เป็นความจริงทีเดียวในสายตาของหลายคน

    __________แต่เคยถามตัวเองหรือไม่ว่าอะไรคือความสุข ในระดับที่บริสุทธิ์ที่สุด ศาสดาได้สอนพวกเราแล้ว เราสามารถมีความสุขได้แม้ในเวลาที่เรารับรู้ลมหายใจเข้าออกของตัวเอง


    /* ถูกจำกัดจำนวนข้อความ ต่อด้านล่าง ห้ามใครขัดจังหวะ */

    ตอบกลับ

ยอดถูกใจสูงสุด

13 ความคิดเห็น

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      นั่นสินะ ทางนี้ก็เบื่อห้างเหมือนกัน เบื่อจนแทบไม่อยากออกจากบ้านเลยล่ะค่ะ แต่ว่า มันทำสนองความต้องการของคนส่วนใหญ่ แต่เดี๋ยว นิยายประโลมโลก สนใจนิยายสืบสวนสอบสวนปนความรัก นางเอกวิเคราะห์เก่ง พระเอกเชื่อแต่หลักฐานรึเปล่า? ถ้าสนก็ เมื่อหอยทากมีรัก มีสองเล่มจบ หาซื้อได้ตามร้านหนังสือทั่วไป อ้อ นิยายไม่ได้มีแต่ประโลมโลกนะคะ มีสืบสวนสอบสวน รัก สยองขวัญ เยอะแยะ แค่พวกนิยายรักจะเยอะไป พวกนิยายผู้ใหญ่ ตัวเอกดูงี่เง่า เลยไม่อ่านเหมือนกัน แบบว่าเห็นแค่ปกก็รู้ แนวเดียวกันแน่นอน หนังสือการ์ตูนด้วย(สะสมสารานุกรมสีดำอย่างเดียว ที่เหลือขี้เกียจตามเก็บ) ว่าแต่ หนังสือฮิปส์เตอร์? มันคืออะไรหรอคะ? แนวไหน? แต่เวลาซื้อก็เอาเฉพาะของที่ต้องการ ถ้าไม่ ก็ช่างมัน ไม่สนใจมันอีกเลย ประหยัดเงินได้เยอะ เช่น เชอร์ล็อค โฮล์มส์(ที่ยังไม่ได้ซื้อมา) เมื่อหอยทากมีรัก ทรราชย์ตื้อรัก(ขี้เกียจตามเก็บ) อวาลอน(พยายามซื้อให้ครบเพื่อให้น้องๆสนใจอ่าน พอดีเอาไปบริจาคที่ห้องสมุดโรงเรียนน่ะ) เดอะดาร์คซัน ตะวันรัตติกาล(ตามเก็บไม่ครบ)

      คดีร้าย สุภาพบุรุษอันตราย(พระเอกเก่ง เคยได้ทำงานกับเอฟบีไอ นางเอกวิเคราะห์ได้ แต่ไม่เท่านางเอกของเรื่อง เมื่อหอยทากมีรัก รายนั้นเก่งกว่า)(คดีร้าย สุภาพบุรุษอันตราย กับ เมื่อหอยทากมีรัก ผู้เขียนคนเดียวกัน คือ ติงโม่) มีคนแปลไทยแล้ว เป็นต้น ที่ยกมานี่ยังไม่หมดที่มีอยู่นะ ยังมีอีก เยอะ

      ตอบกลับ
      • ถูกลบเนื่องจาก:
        IP
        #1-1

        ปัญหาคือมันไม่มีของที่เราต้องการเลยนี่สิ แล้วร้านหนังสือก็กลายเป็นสถานที่น่าเบื่อ ทั้งที่มันควรเป็นที่ีที่เราจะตกหลุมรัก


        นิยายประโลมโลก คือ พวกหนังสือที่มีเนื้อหาเป็นแนวโรมานซ์ปัญญาอ่อน แล้วก็นิยายรักแนวเด็กผู้หญิง นิยายที่สอนให้ผู้หญิงเป็นเบี้ยล่างของผู้ชาย ตบจูบ เซ็กส์ นิยายที่ไม่ต้องใช้สมองอ่านมาก นี่ละนิยายประโลมโลก


        เราเข้าใจค่ะว่านิยายไม่ได้มีแต่ประโลมโลก แต่พูดถึงส่วนมาก ยังไงก็ขอบคุณสำหรับการแนะนำเรื่องน่าอ่านนะ


        หนังสือฮิปสเตอร์ ก็พวกแนวสำนักพิมพ์ a book อ่ะ แนว ๆ นั้นแหละ นิ้วกลม เป็นต้น เต็มร้าน ที่สาขาใกล้เรา แล้ววรรณกรรมต่างประเทศก็มีแต่มูราคามิให้เกลื่อนในชั้น (เราไม่ได้มีปัญหากับฮารูกิ มูราคามิ แต่รู้สึกว่าแกจะโดน overrated มากเกินไป) เช่นเดียวกับวรรณกรรมตะวันตก บางเรื่องมีสามสี่ปกจากสามสี่สำนักพิมพ์ แต่บางเรื่องก็หาซื้อจากร้านหนังสือจริง ๆ ยากเหลือเกิน หนังสือดี ๆ อย่างงานของฮอว์คิง แล้วก็หนังสือที่ ดร.นำชัย ชีววิวรรธ์ แปล หาไม่ค่อยได้ เราไปที่ BXS สาขาที่มันใหญ่ขึ้นมาแล้วนะ แต่ก็เจอแต่นิยายประโลมโลก


        ที่เราต้องสนใจ ก็เพราะว่ามันมีแต่หนังสือพวกนี้เต็มไปหมดน่ะ หนังสือเตรียมสอบก็ห่วยแตก เราอยากอ่าน Elements ของยูคลิด ยังต้องค้นหาในอินเทอร์เน็ต ทำไมวงการหนังสือไทยมันถึงมีแต่หนังสือไร้สาระ แล้วก็อีกอย่าง ซีไรต์มีอยู่หยิบมือเดียว แถมวนแต่เล่มเดิมซ้ำ ๆ นักเขียนซีไรต์มีเป็นสิบ ๆ ในชั้นกลับมีแต่หนังสือวินทร์ เลียววาริณ เข้าใจนะว่าแกขยันผลิตงาน แต่ก็นะ แบบนี้คงต้องโทษทั้งวงการหนังสือไทยแล้วล่ะ


        เราคงเหมาะสมกับร้านหนังสือทางเลือกมากกว่า

        ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      อยู่กับบ้านเถอะ เป็นฮิคิโคโมริไป ในโลกนี้ไม่มีใครทำอะไรแล้วถูกใจคนอื่นได้หมดทุกคน จะให้ถูกใจเราทุกอย่างไม่ได้หรอก มันอยู่ที่คุณ ไม่ใช่สังคม

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เอาง่ายๆ คราวหลังเพื่อชวนก็ไม่ต้องไป ติดธุระไรก็ว่าไป

      เวลาเราเดินห้างเราชอบเดินคนเดียวมากกว่าเพราะเราไปแบบมีจุดมุ่งหมายคือจะซื้ออะไร ถ้าไปกับเพื่อน โดยเฉพาะเพื่อนสาวมันก็จะเป็นแบบที่ จขกท บ่นมานั่นแหละ แต่ของแบบนี้นานๆไปกับเพื่อนทีเพื่อรักษามิตรภาพไว้ก็ไม่เสียหายนะคะ(เรานี่นานๆแบบปีสองปีเลย555)


      รึอีกแบบก็เปลี่ยนกลุ่มเพื่อนที่คบ ไปหาคนที่เป็นเหมือนตัวเอง ชอบไรเหมือนๆกัน หรือถ้าไม่มีคนแบบนั้นเลยก็คบคนอื่นแบบผิวเผินไว้ก็เป็นอีกทางเลือกนะคะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      อโรฮ่า
      Guest IP
      #4
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      นิสัยเข้ากับเพื่อนไม่ได้ด้วยรึปล่าว เราก็เป็น เราไม่เข้าใจว่าทำไมคนเราต้องฉีกยิ้มหน้ากล้องแล้วถ่ายรูป ทั้งๆที่ตอนนั้นมันก็ไม่ได้มีเหตุการณ์สำคัญอะไร


      เพื่อนเราก็แต่งหน้า แต่เราไม่แต่ง ตอนนี้เราม.2จะขึ้นม.3 เราว่ามันไม่จำเป็นที่จะต้องเข้าห้องน้ำไปเติมหน้าเติมตาแทนที่จะพักสมองให้พร้อมเรียน


      เราอยู่ในสังคมรักสวยรักงามที่เดินผ่านใครแล้วจะต้องวิจารณ์ ดูคนนั่นสิขาโครตใหญ่ โหพึ่งรู้ว่าคนนู่นไปศัลดั้งมา ดูของเราสิสวยธรรมชาติ ทั้งๆที่เพื่อนเรามีเหล็กดัดฟันในปาก คือมันไม่เป็นการกลืนน้ำลายตัวเองหรอ เราไม่เข้าใจว่าทำไมต้องไปวิจารณ์คนศัลยกรรม อย่างดาราบางคน ทั้งที่ปากก็พูดว่าโตไปจะไปทำนู่นเติมนี่


      ถึงคอมเม้นเราจะดูไม่เกี่ยวกับกระทู้เลย แต่รู้ตัวอีกทีเราก็พิมพ์มาขนาดนี้แล้ว ไม่อยากลบ


      เราว่าจขกทไม่ใช่คนที่แปลกอะไร เป็นคนปกติที่แตกต่างแค่นั้นเอง อาจจะเป็นคนติดบ้านรึป่าว หรืออาจจะแค่ไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องกระจุกกระจิก แต่ไปให้ความสำคัญกับอย่างอื่นมากกว่า


      เราคิดว่าถ้าเบื่อห้างก็ไม่ต้องไปหรือนานๆไปที การรวมกลุ่มเข้าสังคมกับเพื่อน หรือสถานที่เที่ยว ไม่จำเป็นต้องอยู่ที่ห้าง ชวนกันไปเดินสวน ปั่นจักรยานเล่น อ่านหนังสือที่ห้องสมุดเขต หรือบ้านจขกท



      ปล.อะไรไม่รู้ แต่จขกท เขียนกระทู้ยาวๆให้เราสามารถอ่านจบได้อ่ะ ถ้าแต่งนิยายคงขายดิบขายดี สำนวนภาษาของจขกทมันน่าอ่านได้เรื่อยๆ

      ตอบกลับ
      • ถูกลบเนื่องจาก:
        IP
        #4-1

        สวัสดีค่ะ ดีใจที่เจอคนที่รู้สึกเบื่อกับโลกที่รายล้อมไปด้วยความสวยงามจอมปลอมเหมือนกัน เราไม่ได้กล่าวถึงการใช้เครื่องสำอางค์บนใบหน้าว่าเป็นความสวยงามจอมปลอม แต่หมายถึงวิธีที่คนเราใช้ตัดสินความสวยงามต่างหาก


        เราคิดว่า ถ้าคนส่วนมากใส่ใจในสิ่งที่แตกต่างออกไป สิ่งที่อยู่ในระดับที่บริสุทธิ์ที่สุด โลกจะไม่เป็นแบบนี้ เราควรใส่ใจกับแนวคิดและประสบการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้ามากกว่าวิธีที่สิ่งต่าง ๆ มีเปลือก และพยายามตกแต่งเปลือกของตนอย่างไร


        เจ้าของความเห็น (ซึ่งอายุน้อยกว่าเรา) มีการคิดที่ดีมากค่ะ ที่ไม่หลงไปกับเพื่อน ๆ ทั้งที่อายุมอต้นน่าจะได้รับอิทธิพลจากเพื่อนง่าย ๆ เจ้าของความเห็นมองเห็นบางสิ่งที่ผิดปกติในวิถีชีวิตของพวกเรา บางสิ่งที่มันไม่ควรจะเป็น และให้ความสนใจกับการเตรียมสมองให้พร้อมกับการเรียนรู้ในคาบต่อไป


        เอาล่ะ เราคิดว่าคนเราไม่จำเป็นต้องแต่งหน้า หรือทำศัลยกรรม เราถูกสร้างมาดีแล้วจากเบื้องบน ดูแลความสะอาด ทำสกินแคร์ทั้งผิวของร่างกาย และผิวของจิตใจ แต่งตัวเรียบร้อยถูกกาลเทศะ แค่นี้เราก็งามและเป็นตัวเองมากพอแล้ว :)

        ตอบกลับ
    • ความเห็นนี้ถูกลบ :(

      ถูกลบโดยเจ้าของความเห็น

      ถูกลบเนื่องจาก:
      ถูกลบโดยเจ้าของความเห็น
      IP
      #5
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      จขกท.อาจจะต้องลองคบเพื่อนที่มีทัศนคติมองโลกในแง่เดียวกันกับเราดูนะคะ เราว่ามันช่วยได้เยอะเลย เอาจริงๆเรากลับรู้สึกว่าการเสริมเติมแต่งมันช่วยให้คนดูดีได้มากขึ้น แต่เรารับฟังความเห็นฝั่งของจขกท.เหมือนกันนะคะ เหมือนเราได้มาอ่านมุมมองของอีกฝั่งนึงเลย ทั้งนี้ถ้าเรารู้สึกว่าห้างไม่ใช่สถานที่ที่เราโปรดปรานมาก เราก็ลองไปช้อปปิ้งหรือหาอะไรทำในสถานที่อื่นก็ได้ค่ะ ตลาด สวนสาธารณะ แล้วไปกับคนที่มีความคิดหรือคนประเภทเดียวกันกับเรา มันก็น่าจะทำให้เราไม่รู้สึกแบบนี้อีกต่อไปแล้ว //แต่ส่วนตัวแอบจึกนิดนึง เพราะเราเป็นประเภทที่จขกท.เขียนไว้เกือบทุกข้อเลย เวลาจะกินก็ต้องถ่ายรูปก่อน แต่สำหรับเราไม่ได้มองว่ามันเป็นการโอ้อวดนะคะ แต่เราชอบการถ่ายรูปโพสต์เก็บไว้ว่า วันนี้เราทานอะไรกับใคร พอโตขึ้นแล้วกลับมาดูมันก็มีความสุขไปอีกแบบ เลยอยากจะเสนอความเห็นของเราดู อย่าด่าเรานะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      ป้าผ่านมา
      Guest IP
      #6
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      มองแบบป้าวัย 30 นะคะ

      น้องจมอยู่ในอุดมคติมากไป

      และเรามีวิธีที่จะหาความสุขให้กับตัวเองโดยไม่ต้องรู้สึกแย่กับโลกใบนี้ทั้งโลก


      จริงอยู่การมองโลกแบบที่น้องพูดมามันไม่มีอะไรที่ผิดเลย แต่ว่าเหมือนเราเอาตัวเองไปอยู่ผิดที่นะ

      เหมือนเอาดอกไม้จริงไปวางไว้ในห้าง มันก็ย่อมเฉาตาย ไม่ได้รับน้ำรับปุ๋ย ห้างร้านย่อมต้องวางไม้ปลอมเพราะสวยทนดูแลไม่มาก แต่เราก็รู้สึกว่าทำไมไม่วางไม้จริง มันก็ขัดกับความเป็นไปและเหตุผลของมันน่ะสิ ทีนี้เราก็เลยรุ้สึกว่ามันไม่น่ารื่นรมย์ และทุกข์ใจ


      เราไม่จำเป็นต้องไปห้างเลยถ้าเราไม่ชอบ เหมือนน้องไม่เหมาะกับสิ่งเหล่านี้ ก็เลยมองว่ามันไม่มีความสุข เราต้องรู้ว่าความสุขของตัวเองเป็นรูปแบบไหน และกล้าที่จะเลือกมัน เราก็ต้องทิ้งบางอย่างไปบ้างแต่มันคุ้ม


      อีกอย่างคือเราไม่สามารถเอาอุดมคติของเรามาตัดสินโลกใบนี้ได้ เราอาจจะมีมุมมองว่า ความสวยควรเป็นอย่างไร ร้านหนังสือควรขายหนังสือแบบไหน สภาพความเป็นอยู่มันควรจะเท่าเทียมกว่านี้ เด็กควรเล่นกับธรรมชาติ อื่นๆๆ อีกมากมาย


      แต่ แต่ แต่ เราต้องเข้าใจด้วยว่า โลกมันไม่ใช่สิ่งที่เราเป็นผู้กำหนด แต่เราเป็นผู้กำหนดความรู้สึกที่มีต่อโลกนี้


      ฉะนั้น ถ้าเรามีทัศนะคติอย่างไร เราก็เปลี่ยนแปลงได้แค่ตัวเราและอย่างมากก็ทำให้คนอื่นเห็น เข้าใจสิ่งที่เราคิด เช่น น้องว่า เลือกเครื่องสำอางค์น่าเบื่อ น้องก็ลาไป บอกว่ากลับก่อนน้า เราไม่อิน เพื่อนอาจจะมองว่าแปลก แต่ว่าไม่จำเป็นที่เราต้องฝืน และเราก็ไม่ต้องขัดเพื่อนที่เขาชอบ ชวนเพื่อนไปเดินสวนบ้าง เห็นธรรมชาติ บ้าง ถ้าเขาไม่ไป เราก็ได้ขยับไปหาคนที่ชอบแบบเดียวกัน โลกก็เข้ากับเราขึ้น น่าอยู่ขึ้น อ่านหนังสือที่เนื้อหาสวยงาม บอกให้โลกรู้ว่าเราชอบมันเพราะอะไร เผื่อมีคนอยากอ่านบ้าง แต่ไม่ต้องก่นด่าว่าคนอื่นไร้รสนิยม จริงไหมคะ


      และอย่าลืม มองคนอื่นด้วยความเข้าใจ อย่าเอาบรรทัดเราไปวัด มันจะทุกข์ เพื่อนอาจจะชอบแต่งตัวเพราะเขาสนุกกับมัน เขาสร้างสรรค์ เขามีความสุขกับสิ่งนั้นในชั่วขณะนี้ที่เขายังสวย ยังสาว มีสตางค์ เพราะเขาเป็นเขา พ่อแม่ทิ้งลูกไว้ในลานสวนสนุก เพราะเขาอาจจะทำเพื่อลูกได้เท่านั้น เขาอาจจะต้องทำงานหาเลี้ยงลูก แต่ก็ไม่อยากปล่อยไว้บ้าน หรือเขาก็ระวังไม่อยากรบกวนคนอื่นมาดูลูกให้ก็ได้ ลองมองโลกในหลายๆมุมนะ มันอาจจะไม่สวยงาม แต่มันมีเหตุผลของมัน และมันก็เป็นแบบนี้แหละ



      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      อยากกินบัวลอย
      Guest IP
      #7
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      นอนอยู่บ้านครับ อย่าไปสนใจเรื่องของคนอื่นมากครับ สนใจแค่ตัวเองพอ ถ้าไม่มีความสุขก็อย่าไปฝืนทำ เวลามันผ่านไปไวมากกกก อย่าทำให้ตัวเองเป็นทุกข์เลยครับ เสียเวลาชีวิตเปล่าๆ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #8
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เราว่าจขกท.มองโลกในแง่ร้ายมากเลยอะ ร้ายชนิดที่เราสงสัยเลยว่าจะมีความสุขกับอะไรได้บ้าง ร้านอาหารก็ไม่ชอบ ร้านหนังสือก็ไม่ชอบ เครื่องสำอางเสื้อผ้าก็ไม่ชอบ ไม่ชอบทุกอย่างรอบตัวขนาดนั้นก็ไม่แปลกหรอกที่จะหดหู่


      ต้นไม้ในห้องน้ำทำไมไม่ใช้ต้นไม้จริง อันนี้มีคนให้เหตุผลไปแล้ว


      หนังสือมีแต่ห่วยๆ ห่วยจริงจะมีหนังสือที่ได้รางวัลระดับโลกเหรอ แล้วหนังสือติวถ้าห่วยจริงคนจะสอบติดมหาลัยฯได้เหรอ


      ออกนอกห้างก็หดหู่อีก


      เราว่าจขกท.ต้องปรับการมองโลกแล้วล่ะ ไม่ต้องไปสนใจทุกอย่าง อย่ามองให้เป็นเรื่องหดหู่ซะทุกเรื่อง


      ขอถามอีกหน่อย จขกท.เป็นมานานแค่ไหนคะ


      สุดท้ายก็ขอโทษด้วยถ้าใช้คำแรงเกิน


      ตอบกลับ
    • ความเห็นนี้ถูกลบ :(

      ถูกลบโดยเจ้าของความเห็น

      ถูกลบเนื่องจาก:
      ถูกลบโดยเจ้าของความเห็น
      IP
      #9
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เอาละ จะไม่อดทนต่อความเห็นที่มาทีละอัน แล้วตอบกลับเป็นรายคนอีกต่อไป


      พวกคุณอาจจะบอกว่าเราป่วย แต่พวกคุณเองต่างหากที่ไม่เคยเสียเวลาสักนิดในชีวิตมาสังเกตว่าดาวเคราะห์ของพวกเรากำลังจะตาย พวกเราตื่นเต้นทุกครั้งที่มีคนออกมาบอกว่าพบดาวดวงใหม่ที่คล้ายกับโลก พวกเราต้องการที่จะขยายเผ่าพันธุ์ขยะของเราออกไปอีก โดยไม่หยุดคิดเลยว่า พวกเรามีสิทธิ์อะไรที่จะเอาความโสมมไปแปดเปื้อนที่อื่น


      โลกเป็นสนามเด็กเล่นที่งดงามและมันจะเป็นเช่นนั้นเรื่อยไป สำหรับมนุษย์ทุกคนมีฝัน ไม่ว่าคุณจะเกิดมาในชนชั้นต่ำต้อยแค่ไหน คุณก็มีสิทธิ์ที่จะถีบตัวเองขึ้นไป มันเป็นโลกที่สวยงามและเต็มไปด้วยความใฝ่ฝัน (เรามองโลกได้ดีพอแล้วหรือยัง ขอโทษ เราสามารถมองมันได้เท่านี้)


      __________เราเคยบอกกับตัวเองว่า "ที่สุดของความโง่คือการไม่รู้จักแสวงหาความสุข" เป็นความจริงทีเดียวในสายตาของหลายคน

      __________แต่เคยถามตัวเองหรือไม่ว่าอะไรคือความสุข ในระดับที่บริสุทธิ์ที่สุด ศาสดาได้สอนพวกเราแล้ว เราสามารถมีความสุขได้แม้ในเวลาที่เรารับรู้ลมหายใจเข้าออกของตัวเอง


      /* ถูกจำกัดจำนวนข้อความ ต่อด้านล่าง ห้ามใครขัดจังหวะ */

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #10
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เอาละ จะไม่อดทนต่อความเห็นที่มาทีละอัน แล้วตอบกลับเป็นรายคนอีกต่อไป


      พวกคุณอาจจะบอกว่าเราป่วย แต่พวกคุณเองต่างหากที่ไม่เคยเสียเวลาสักนิดในชีวิตมาสังเกตว่าดาวเคราะห์ของพวกเรากำลังจะตาย พวกเราตื่นเต้นทุกครั้งที่มีคนออกมาบอกว่าพบดาวดวงใหม่ที่คล้ายกับโลก พวกเราต้องการที่จะขยายเผ่าพันธุ์ขยะของเราออกไปอีก โดยไม่หยุดคิดเลยว่า พวกเรามีสิทธิ์อะไรที่จะเอาความโสมมไปแปดเปื้อนที่อื่น


      โลกเป็นสนามเด็กเล่นที่งดงามและมันจะเป็นเช่นนั้นเรื่อยไป สำหรับมนุษย์ทุกคนมีฝัน ไม่ว่าคุณจะเกิดมาในชนชั้นต่ำต้อยแค่ไหน คุณก็มีสิทธิ์ที่จะถีบตัวเองขึ้นไป มันเป็นโลกที่สวยงามและเต็มไปด้วยความใฝ่ฝัน (เรามองโลกได้ดีพอแล้วหรือยัง ขอโทษ เราสามารถมองมันได้เท่านี้)


      __________เราเคยบอกกับตัวเองว่า "ที่สุดของความโง่คือการไม่รู้จักแสวงหาความสุข" เป็นความจริงทีเดียวในสายตาของหลายคน

      __________แต่เคยถามตัวเองหรือไม่ว่าอะไรคือความสุข ในระดับที่บริสุทธิ์ที่สุด ศาสดาได้สอนพวกเราแล้ว เราสามารถมีความสุขได้แม้ในเวลาที่เรารับรู้ลมหายใจเข้าออกของตัวเอง


      /* ถูกจำกัดจำนวนข้อความ ต่อด้านล่าง ห้ามใครขัดจังหวะ */

      ตอบกลับ
      • ถูกลบเนื่องจาก:
        IP
        #10-1

        __________พวกคุณบอกกับเราว่า "ปรับวิธีคิดเสีย" เราจะบอกกับพวกคุณเช่นกันว่า "มาปรับเสียทั้งสองฝ่าย"


        สิ่งที่พวกคุณเรียกว่าความสุขนั้น (เพ่งภาพไปที่ความสุขของผู้ใช้บริการห้าง) แน่ใจแล้วหรือว่ามันคือความสุข ไม่หรอก ความสุขมีธรรมชาติที่ต่างออกไป หนึ่งในนั้นคือ ความสุขไม่สร้างกับดัก ความสุขชนิดที่พวกคุณยอมรับนั้นมันก็แค่ปฏิกิริยาของจิตใจ ขณะที่กิเลสตัณหาได้รับการตอบสนอง และมันสร้างกับดักขึ้นมา ให้ผู้คนหมุนวน คิดถึงความรู้สึกนั้นอีก กลับไปหามัน และไม่เคยพอ!


        ถึงกระนั้น เราไม่ได้มาเพื่อทำให้เชื่อ เราเป็นเพียงผู้ป่วยทางจิตคนหนึ่ง (ไม่มีความหมายโดยนัย) และทุกสิ่งนี้ไม่มีแหล่งอ้างอิง เป็นเพียงความคิดของผู้ป่วยทางจิตคนหนึ่ง ทบทวนดูเอาเองก็แล้วกัน


        ธรรมชาติประการที่สองของความสุขที่บริสุทธิ์ คือความบริสุทธิ์ของมัน และต้องมีลักษณะที่ต่อเนื่อง คุณสามารถบอกได้ไหมว่า "ฉันมีความสุขขณะที่กินชุดไก่ทอดร้านนั้น มันนำความสุขมาให้ฉัน" เอาละ สาว ๆ หลายคนรู้สึกกังวลกับรูปร่างหลังจากนั้น และมันนำมาซึ่งความทุกข์ ขณะเดียวกันคุณก็เริ่มหวาดกลัวโรคภัยเมื่ออายุมากขึ้น และข้อสุดท้าย ถ้าจะมีใครคิดถึงข้อนี้ บางคนคิดถึงเรื่องศีลธรรม และปกป้องตัวเองอย่างที่สุด อย่างที่ว่า "ฉันไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อกรรมทำเข็ญ ฉันแค่กินเท่านั้น ถ้าฉันไม่กิน ฉันก็ตาย ฉันกินเพื่อไปทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า สัตว์มันทำอะไรไม่ได้นอกจากเกิดมาเพื่อให้เรากิน"


        /* มีต่อ เบะปากสิ เบะปาก ขอบคุณมากที่อ่านมาถึงตรงนี้ อย่างน้อยก็ได้รู้สึกว่ามีคนรับฟังถึงจะกำลังโดนด่ามาจากที่ไหนสักที่ */

        ตอบกลับ
    • ความเห็นนี้ถูกลบ :(

      ถูกลบโดยเจ้าของความเห็น

      ถูกลบเนื่องจาก:
      ถูกลบโดยเจ้าของความเห็น
      IP
      #11
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้


      ฟังเพลงกันดีกว่า

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #12
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ฟังเพลงกันเถอะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #13
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เมื่ออ่านเจอคนที่คิดคล้ายตน ก็ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวนัก น่าจะเจอก่อนหน้านี้ จะได้ไม่ต้องตั้งกระทู้ยืดยาว ที่แค่หวังให้คนตระหนักบ้าง แต่กลับกลายเป็นว่าเราเป็นไอพวกอมทุกข์


      ผิดพลาดด้านการสื่อสารเอง


      https://image.dek-d.com/27/0769/0565/128477309

      ตอบกลับ
      • ถูกลบเนื่องจาก:
        IP
        #13-1

        1.คุณใช้คำสื่อสารผิดหลายจุดเลยล่ะค่ะ ไม่แปลกเลยที่คนจะโฟกัสอย่างอื่น อย่างเรื่องหนังสือ คุณใช้คำว่า"มีแต่"หนังสือ

        ห่วยๆ แบบนี้มันตีความได้ว่า คุณมองหนังสือห่วยหมด ทั้งที่จริงคุณอาจจะไม่ได้มองแบบนั้น

        2.การตั้งกระทู้ประชดเพื่อความตระหนักมันอาจเป็นศิลป์บางอย่าง แต่เรากลับมองว่าคุณควรสื่อประเด็นที่อยากสื่อไปตรงๆเลยจะดีกว่า เพราะกระทู้ที่คุณตั้งชวนให้คิดไปประเด็นอื่นมากกว่าจริงๆ อย่างเครื่องสำอาง ทำไมคุณไม่บอกไปเลยว่าอยากให้ตระหนักว่าบางส่วนทดลองกับสัตว์(ข่าวดีคือ หลายแบรนด์ไม่ได้ทดลองนะ มีขายในไทยด้วย) ซึ่งถ้าคุณมุ่งไปที่ประเด็นที่คุณอยากสื่อแต่แรก คนคงไม่มองว่าคุณอะไรผิดแปลกหรอก

        3.ที่คุณบอกว่าคนมองกระทู้เป็นชีวิตทั้งหมดของคุณ ไม่แปลกหรอกค่ะ ก็สิ่งที่คุณพูดมันรวมเกือบทุกอย่างในชีวิตนี่นา มันชวนให้สงสัยด้วยว่าแล้วเวลาอยู่นอกคุณจะหดหู่กับอะไรอีกมั้ย


        ตอบกลับ

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป