[บ่นๆ] ว่าด้วยบทพิสูจน์รักแท้จากนักเขียน [ไม่ยินดีให้แชร์]

วิว
#นักอ่านที่ถูกเท #นักอ่าน #นักเขียน
นานๆจะตั้งกระทู้ที ส่วนใหญ่จะเป็นรับวาดมากกว่า
ปกติเราพูดในฐานะคนผลิตมาเยอะ อันนี้อยากพูดในฐานะสายเสพบ้าง
ทีนี้เรามีข้อสงสัยบางอย่างเกิดขึ้น ประกอบกับอยากบ่นด้วยความอัดอั้น
เป็นฟีลลิ่งข้องใจและไม่ได้พาดพิงหรือโจมตีใครทั้งนั้น

เรื่องมันเริ่มจาก...นักเขียนที่เราตามได้ตีพิมพ์ แน่นอนว่าต้องดีใจอยู่แล้ว
แต่จะมีนักเขียนบางคนที่เขียนเพื่อตีพิมพ์ อะ แน่นอนว่านักเขียนไม่ได้สังเคราะห์แสง ของตอบแทนก็ต้องอยากได้อยู่แล้ว

ซึ่งทีนี้จะมีบางประเภทที่เรารู้สึกไม่ดีด้วย 
คือนักเขียนที่เทเราไว้กลางทาง
อัพแค่สิบตอน แล้วหาย
อัพจบภาคสองภาคแล้วทิ้งไว้ตรงนั้น....

หายยยยย ไปเลยเกือบปี ไม่ส่งข่าวคราวใดๆกลับมา
พร้อมประกาศว่าผ่านสนพ.แล้วจ้า ตามอ่านที่เหลือได้ในเล่มนะ อุดหนุนกันด้วยน้าาา
จู่ๆก็มาตีซี้ให้เราอุดหนุนเล่มเลยแหนะ...

แล้วบางคนหลายภาคหน่อย เขาจะกลับมาอัพเฉพาะตอนนิยายใกล้ออกเล่ม พออัพสักสองสามตอนก็ไล่เราไปอ่านเล่มต่อเอาเอง แล้วก็หายยยยไปอีก
ซึ่ง....เรารู้สึกเหมือนถูกทิ้งพิลึกๆ
บางท่านอาจะดีหน่อยว่ามีสนพ.ติดต่อมา ไม่ก็อยากลองส่งสนพ. เราก็สนับสนุน โอเค เราให้เวลาคุณน้าาา กลับมาด้วยเด้องี้
แต่ก็ข่าวคราวเงียบหายยยยยไปเลย หายแบบหายจริง
มาถึงออกเล่ม แถมไม่ใช่เล่มเดียวจบด้วยนะ 3-4เล่มจบงี้ พร้อมตัวอย่างคือที่ส่งเน็ตไว้อยู่แล้วนั่นล่ะ บางเรื่องมีสองสามภาคแล้วยังพอให้ตัดสินใจได้ แต่บางเรื่องสิบตอนเท่านั้นเอง...

เราขอไม่นับบางท่านที่พยายามเอาใจเราด้วยการกลับมาอัพเรื่อยๆหลังประกาศตีพิมพ์ ถึงเวลาปิดตอนให้ซื้อเล่ม อันนี้เราถือว่าเขาช่วยเราตัดสินใจมากสุดแล้ว อันนี้เราก็ไม่เกี่ยงที่จะอุดหนุน
แต่ประเภทบนๆที่เรายกตัวอย่างมา เรารู้สึกไม่ดีเลย แล้วพาลจะเททั้งนามปากกา.
...ไม่รู้ว่าใครเป็นเหมือนกันรึเปล่านะ
เป็นความรู้สึกเห็นแก่ตัวนิดหน่อย แต่ก็อยากให้ส่งข่าวมาบ้างอะ ฮัลโหล ยังมีนักอ่านแถวนี้รอคุณอยู่นะ

เห็นประสบความสำเร็จก็ดีใจด้วย แต่กลับมานี่คืออยากได้ค่าตอบแทนเป็นเราอุดหนุนคุณ ก็ช่วยสงสารคนรอหน่อยได้มั้ยเนี่ย โถ่ว ทำไมรู้สึกเหมือนคุณนักเขียนหนีตามชู้ไปแล้วกลับมาง้อเราเลยล่ะ คาดหวังอะไรจากนักอ่านล่ะเนี่ย

ไม่ได้คาดหวังว่าจะได้อ่านฟรีจนจบหรอกนะ เข้าใจว่าเปิดให้จบคนซื้อคงน้อย แต่เรามองในมุมคนรอที่ไม่รู้ว่านักเขียนยังอยู่ดีมั้ย หายไปเลย กลับมาก็ตั้งหน้าตั้งตาขายอย่างเดียว คนยังรอซื้อก็โอเค คนมาใหม่คงไม่ทันตอนรอหรอก ส่วนเราก็เฟคหายไปเงียบๆพอ เราขาดการดูแลจากนักเขียนน่ะ...

บางทีกลับมาเอานิยายเป็นตัวประกันอีก ถ้าคนซื้อน้อย ชั้นจะไม่เขียนต่อแล้วนะ!!
มีความกดดันเราไปอีกกกกก อยากอ่านก็อยากอ่าน แต่ความอยากซื้อมันหมดไปแล้วเด้...
แน่นอนว่าจากความคิดนักเขียนทั่วไปเขาคงแบบ...นี่เป็นการพิสูจน์ว่ารักนิยายเราจริงมั้ย รักเราต้องเปย์เราสิ
รักน่ะรักอยู่นะ ไม่งั้นคงไม่ตามเป็นปีๆหรอก แต่จ่ายสินสอดน่ะอีกเรื่องเลยนะ
แบบ เราเพิ่งคบหาดูใจกับคุณแค่เรื่องแรกเองนะ กับนิยายสิบกว่าตอนเองนะ ไม่คิดว่าไวไปหน่อยเหรอ สินสอดบางเรื่องก็ไม่ใช่ถูกๆเลย เป็นหลายร้อย รึหลักพันงี้
ถึงเราจะ one night stand กับนิยายแปลบ่อยๆก็เถอะ ซึ่งว่ากันแบบลำเอียงเลยคือนิยายแปลแค่พลอตเราก็ทุ่มหมดแล้ว
แต่นิยายไทยอ่ะเราเจ็บมาเยอะเกิน เรายังไม่รู้จักนิยายคุณดีเลย เอาง่ายๆถ้าเป็นนามปากกาที่เราตามมาบ่อยๆเราจะไม่คิดมากเลยเพราะเราเชื่อมือ คบหาดูใจกันมาตั้งหลายปี แต่นักเขียนหน้าใหม่ๆเนี่ย จะให้เราทุ่มเทหลังจากทิ้งเราไปตั้งเกือบปีเนี่ย รู้สึกทำใจยากจัง รู้จักกันไม่เท่าไหร่ก็ทิ้งเราแล้วกลับมาง้อเราอีกทีเมื่อต้องการ เราไม่ใช่ของเล่นนะ //แค่กๆ

แน่นอนว่านักเขียนบางท่านไม่สนใจคนคิดแบบนี้หรอก สนใจแค่คนซื้อก็พอแล้ว แต่เราแค่มาบ่นเฉยๆเท่านั้นล่ะนะ....
ส่วนนิยายแบบเปย์ตอนต่อตอนเราขอละไว้ในฐานที่...ไม่ขึ้นจบเราไม่เปย์แม้จะอยากอ่านแค่ไหนก็เถอะ เรากลัวประเภทไม่มีตอนจบตราบใดที่นิยายยังขายได้มาก แม้จะรู้ว่านี่คือสิทธิ์ของนักเขียน ส่วนใหญ่เราอยากช่วยในระบบโดเนทมากกว่า สวมบทแม่ยกกันไป

เราสงสัยว่าความรู้สึกแบบนี้เป็นเรื่องปกติรึเปล่านะที่จะเทนักเขียนกับเรื่องนี้
แต่เราก็ใส่ใจมันจริงๆ เราเป็นพวกสนนิสัยของนักเขียนที่เราชอบงานของเขาด้วยล่ะมั้ง

บ่นจบแล้ว ขอบคุณสำหรับพื้นที่ค่ะ -.-
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยเจ้าของกระทู้

  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #13
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    เพราะเราไม่ว่างขนาดนั้นเลยคุยกันตรงนี้เลยนะ ทีเดียวจบและไม่ตอบแล้ว ถือว่าจบประเด็นตรงนี้แค่นี้ สำหรับใครยาวไปไม่อ่านหรือโควต้า8บรรทัดก็ขออภัย เราชอบเวิ่นน่ะ 555555


    หัวกระทู้ที่จะสื่อคือขำๆจากที่เราได้ยินมาเฉยๆว่า รักนิยายเราจริงต้องซื้อนิยายเรา รอเราได้

    เราเลยคิดว่าที่เราเจอจนเอามาบ่นคือเขาต้องการทดสอบใจเราหรือ ทำไมเราเหมือนเมียน้อยที่ทางนั้นจะกลับมาหาเมื่อต้องการเลยล่ะ แย่จัง


    กันการบอกว่าเราแอบแก้ไขข้อความในต้นกระทู้ด้วย

    เหมือนหลายคนจะเข้าใจประเด็นเราผิด พยายามลากไปในเรื่องที่เราเทนิยายเพราะนักเขียนทำขาย

    ซึ่งไม่รู้ว่าเอามาจากไหน ขนาดบอกแล้วนะว่านักเขียนสังเคราะห์แสงไม่ได้ หรือไม่ได้ตั้งใจอ่าน ไม่น่า บอร์ดนักเขียนก็ไม่น่าจะตีความผิดนะ อาจจะเป็นที่การสื่อสารของเราเอง คราวหน้าจะให้ชัดเจนกว่านี้เนอะ (ยังมีคราวหน้าอีก 555+)

    และหากที่คุณบ่นไม่ใช่เรื่องที่เราพูดถึงต้นกระทู้ เป็นแค่การแสดงประสบการณ์ส่วนตัว ก็ข้ามไปได้เลย ดีใจนะที่คุณอยากระบายออกมาจะได้หายเครียด แต่อยากจะบอกว่าขอเสียมารยาทที่คิดว่าคุณบ่นผิดที่แล้ว เพราะมันไม่ใช่เรื่องที่เราบ่นไง เอ้อ

    เราไม่ได้อยากรู้ถึงความลำบากหรือเหตุผลที่คุณทำขาย เพราะคุณคิดว่านักอ่านอ้าปากแล้วเงินไหลออกมาหรือ ก็ไม่มั้ง มันจะแฟนตาซีไป ขอทานรึ ก็ไม่นะ

    ขอขยายข้อความอีกนิด ถึงคนที่กำลังหลงประเด็นกันอยู่ ใครไม่หลงก็ดีใจด้วย คุณคือนักเขียนและนักอ่านที่ดี และมีมารยาทพอที่จะไม่ก้าวร้าว ใจเราบางจะตายเนี่ยงงเลยว่าคิดแบบเรามันน่าถูกดักตีหัวเหรอ

    โอเค ต่อ...

    เราไม่ได้พูดถึงนักเขียนที่เขียนแล้วทำขาย แต่เราพูดถึงนักเขียนที่หายไปหลายปี กลับมาออกเล่มเลย

    เข้าใจมั้ย หายไปเป็นปี

    เขียนจบแล้วปิดตอน เขียนจบแล้วหายไปปีนึงปิดตอนรอคิวขาย อันนี้มันไม่นับสิคุณ ทำไมคิดว่าเราหมายถึงตรงนี้

    เขียนจบปิดตอน เข้าใจ

    ติดสัญญาสนพ. เข้าใจ

    ส่งสนพบอกก่อน เข้าใจ

    เขียนเพื่อขายแต่แรกจึงลงไม่หมด เข้าใจ

    ขอแค่ไม่เงียบหาย แจ้งข่าวเป็นระยะจนกว่านิยายจะวางขาย แค่นี้เอง ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลเหรอก็ไม่นะ ไม่ได้ขอให้เปิดหน้าซะหน่อย

    การที่รีบประกาศว่าได้ตีพิมพ์ เขียนจบแล้ว จะหยุดอัพทำให้คนอ่านหนี บอกตามตรงนะ ถึงเวลาคนอ่านก็หนีอยู่ดี อย่าคิดเยอะค่ะ นักเขียนในเว็บมีเป็นร้อย เขาไม่ซื้อก็ไม่ซื้ออยู่ดี ตัดพ้อยังไงคนอ่านก็ใช่ว่าจะสนใจ เข้มแข็งไว้นะ

    นักอ่านก็เหมือนคนเดินผ่านเข้ามาดูสินค้าในร้าน ก็จะมีแค่การนำเสนอให้คนเขารู้ว่านิยายคุณมีดีอะไร น่าจับต้องแค่ไหน หรือจะเลือกไม่บอกกล่าว พอถึงเวลา แปะโป้ง นี่เราขายแล้วนะ ซื้อด้วย ทั้งที่บางร้านยังไม่ได้บอกชัดเจนเลยว่ามีดีอะไร

    เราบ่นแค่นิยายที่จู่ๆหายไปเลยยยย ข่าวคราวเงียบหายยไปเลยยยย

    เอาง่ายๆ บอกคิววางขายมา ปกเสร็จแล้ว แค่นี้เราก็ชื่นใจแล้ว

    ที่เราบ่น(เน้นๆ) มาถึงโยนนิยายที่ทำเล่มแล้วให้เราไปซื้อ หลังจากเงียบฉี่ นิยายค้างคาไปเป็นปีๆ

    ถ้าจะบอกว่า เอ่อ เราไม่อินกับนิยายคุณแล้วอ่ะ หายไปตั้งปีหมดช่วงอินแล้วมั้ยล่ะ นักเขียนจะเสียใจมั้ยล่ะ ก็เสียกำลังใจกันอีก ทำไมไม่ไปอ่านเรื่องอื่น... ณ จุดๆนั้นมันเหมือนดักตีหัว หลบทันที่ไหนล่ะคุณ

    อุดหนุนนักเขียนใหม่น่ะเราให้โอกาสเสมอ แต่ก็อยากได้ความใส่ใจมาก เหตุผลเหรอ เพราะเราเป็นนักอ่านที่เรื่องมากไง อยากได้ความพยายามที่จะนำเสนอตัวละครที่คุณแต่งอ่ะ อยากได้อิมแพคที่ทำให้เราประทับใจตัวตนของคุณอะ

    เท่านี้ล่ะที่อยากจะบอก ไม่ต้องเอาสัญญาสนพ.อะไรมาแปะให้เราแล้วนะ เรารู้ตัวเองดีว่าสิ่งที่คิดอยู่มันถูกต้องหรือขัดข้อเท็จจริงแค่ไหน อันที่จริงแค่แจ้งว่ายังไม่ตายนะเธอ ก็โอเคแล้ว - - (สมมติน่ะ)



    ประเด็นของเราคือการบ่น แน่นอนว่าการบ่นไม่ได้แปลว่าเราจะให้คำตอบว่าควรแก้ไขหรือไม่ แล้วจะแก้ไขยังไง เพราะมันคือความคิดของเรา บ่นเฉยๆตามวาระ


    จะไม่สนก็ได้ เพราะสุดท้ายเชื่อสิว่าก็มีคนซื้อนิยายอยู่ดี เขียนจบยังไงก็มีคนซื้อค่ะ


    ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะคิด แต่การอ่านข้อความแล้วตีความผิดไปกันใหญ่เป็นเรื่องที่รับไม่ได้ โอเคเนอะ


    มีประเด็นหลายคนที่อยากตอบ แต่ไม่เอาอ่ะ มันจะกลายเป็นการยัดเยียดกันเกินไป ไม่ใช่ฮิตเลอร์ซะหน่อย ไม่ดีๆ



    ตอบกลับ

ยอดถูกใจสูงสุด

  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #2
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    เราเองก็อยากจะพิสูจน์รักแท้ของคนอ่านเหมือนกันค่ะ


    จำได้ว่าตอนประกาศว่าจะตีพิมพ์มีคนถอนเฟบออกไปเป็นร้อย ตอนเราประกาศรีไท์ก็มีถอนเฟบออกไปหลายสิบ เราเข้าใจว่าน่าจะเป็นเพราะเขาคิดกันว่าเราจะลบไปเลยและไม่ลงให้อ่านต่อ แต่พอเราลงตอนใหม่เขาก็เข้ามาอ่านกันเงียบ ๆ แล้วก็จากไป ตอนนั้นบอกตรง ๆ ว่าก็รู้สึกแย่เหมือนกันนะ แต่หลังจากที่มีนักอ่านขาประจำหลายท่านทักไปคุยทางเฟสส่วนตัวก็เลยเริ่มรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย บางครั้งนักอ่านอาจจะรู้สึกแย่เพราะนักเขียน แต่บางครั้งนักเขียนเองก็อาจจะรู้สึกแย่มากกว่าที่โดนนักอ่านเทไปเฉย ๆ

    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #4
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    เคยรู้บ้างไหมครับว่าเวลาได้ตีพิมพ์เนี่ย สนพ. จะขอให้ลบ หรือให้หยุดอัปกับตามเพจต่าง ๆ

    นักเขียนเขาไม่ใช่ไม่รักพวกคุณ ไม่ใช่เห็นแต่เงิน เขาคิดถึงพวกคุณจะตาย แต่กลไกการตลาดทำให้เขาต้องทำแบบนั้น (โว้ย)​

    แล้วก็โปรดเข้าใจ สนพ.ด้วย เขาก็ต้องทำ เพราะการทำหนังสือออกมาแต่ละเล่มมันมีต้นทุน เขาขอให้ลบ ขอให้ไม่อัปมันก็เป็นสิทธิ์ที่พึงกระทำ เพราะถ้าขายไม่ออกเพราะมันหาอ่านฟรีได้ในเน็ตใครมันจะซื้อ จะมาโลกงดงามแบบว่าถ้ารัก คนอ่านจะตามไปอุดหนุนเอง อันนี้ก็ถอดรองเท้าไปวิ่งในทุ่งดอกป๊อปปี้เถอะ


    แล้วทำไมนักเขียนถึงหาย ก็ตอบว่า แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ ทุก ๆขั้นตอนในการพิมพ์มันมีกระบวนการและใช้เวลา จะให้นักเขียนเข้ามาทำอะไร พิมพ์บอกขั้นตอนว่างานไปถึงไหนแล้ว? มาพิมพ์ทักทาย? ว้อท? แต่เหมือนว่านั่นจะไม่ใช่ความต้องการของ จขกท. หรอก หรือจะให้เขามาอัปต่อ อัปได้ยังไง ลิขสิทธิ์ตกไปอยู่กับ สนพ. แล้ว อัปสุ่มสี่สุ่มห้า สนพ. บอกเลิกสัญญามาใครจะรับเลี้ยง หือ

    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #1
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    เราเข้าใจนะคะ

    แต่ก็เข้าใจนักเขียนถึงจะไม่เคยได้ตีพิมพ์ หรือมีใครติดต่อมาก็ตาม

    นักเขียนบางคนเขาชัดเจนประกาศว่าจะตีพิมพ์ ประกาศว่าจะลงให้อ่านถึงตรงนี้ หรือลงจนจบแต่จะมีเวลาปิดตอนที่กำหนดชัดเจน อันนี้เราโอเคนะคะ แต่บางสนพ.อาจจะไม่ให้ลงถึงจบเพราะจะทำให้ยอดขายไม่ดี


    เอาเป็นว่า ถ้าเป็นนักเขียนที่พอมั่นใจในผลงานก็อาจจะซื้อ ถ้าไม่มั่นใจก็รอออกเล่มไปเปิดอ่านที่ร้านดูก่อนหรือรอรีวิวแล้วค่อยซื้อค่ะ



    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #5
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    นักเขียนแต่ละคนล้วนแตกต่างทั้งทางความคิดและการกระทำ

    กลับกัน นักอ่านก็ไม่แตกต่าง


    นักเขียน เขียนแทบตาย นักอ่านทำอะไร นอกจากเข้ามาอ่าน ติ บ่น วิจารณ์ ซึ่งมันมีทั้งข้อดีและข้อเสีย

    ไม่มีใครอยากเทใครหรอกค่ะ คุณมองในมุมนักอ่าน ถูกต้อง คุณสามารถรู้สึกเช่นนั้นได้ แต่ถ้าคุณได้มาเขียนเองบ้าง คุณก็จะได้รับความรู้สึกเช่นที่นักเขียนกำลังรู้สึก


    การขายนิยายไม่ว่าในรูปแบบใด มันเป็นเรื่องธรรมดา เราก็ขาย เราไม่ได้อิ่มทิพย์เสียหน่อย


    จำไว้ด้วยว่า นักเขียนก็แค่มนุษย์เดินดินธรรมดาคนหนึ่ง มีความต้องการทางปัจจัยสี่ เช่นเดียวกับนักอ่าน


    สำหรับเราเปิดให้อ่านฟรีนะ แต่ถ้าจบเมื่อไหร่ เราจะรีไรท์จนเสร็จ แล้วค่อยทำเป็นอีบุ้คเพื่อวางจำหน่าย หลังจากนั้นจะเปิดตอนแค่ถึงตัวอย่างตามอีบุ้ค นอกนั้นย่อมต้องติดเหรียญ

    แล้วนักอ่านที่เข้ามาอ่านตอบแทนอะไรนักเขียนบ้าง แค่อยากให้เม้นแสดงความคิดเห็นบ้างบางทียังไม่อยากทำ แค่กดให้กำลังใจง่ายๆ บางทียังไม่อยากกด บางทีคนเขียนมันท้อนะ


    ส่วนนิยายแปล เราก็ซื้อนะ แต่ต้องถูกใจจริงๆ แต่นิยายที่คนไทยแต่ง เราก็อุดหนุนนะ เราไม่ได้เกี่ยงว่ามันจะดีหรือไม่ดี มันอยู่ที่ว่าถูกจริตมากน้อยแค่ไหน

    แต่คุณพูดแบบนี้ว่า นิยายแปลซื้อได้ แต่นิยายคนไทยแต่งไม่ค่อยอยากซื้อ นักเขียนที่ไหนเห็นก็ท้อทั้งนั้นแหละค่ะ


    ระบบโดเนทเหรอ พูดแล้วอยากขำ เขียนจนจบเรื่องยังไม่เคยได้เลย เมื่อนักอ่านเห็นว่าฟรี เขาจะให้โดเนทเพื่ออะไร กดให้หัวใจไม่ง่ายกว่าหรือ มันอาจมีคนให้ค่ะ แต่คงส่วนน้อย


    นักอ่าน อ่านจบสามารถถอนเฟบได้ แต่นักเขียนไม่สามารถเฟบนักอ่านและไม่สามารถถอนได้ด้วย

    คิดกลับไปกลับมา อย่าว่าเราเข้าข้างนักเขียนเลยนะคะ เพราะเราเป็นคนเขียน เราจึงรู้ว่า มันยากนะกว่าจะได้แต่ละตอน


    นักเขียนต้อง คิดชื่อเรื่อง วางโครง พล็อต คิดเนื้อเรื่องแต่ละตอน ชื่อตัวละคร การบรรยาย และอะไรที่มันมากมาย


    นักอ่านต้องทำอะไรบ้าง เข้ามาอ่านฟรี จะให้หรือไม่ให้หัวใจก็ได้ จะเม้นหรือไม่ก็ได้ ทั้งเฟบทั้งถอนเฟบ คุณตอบแทนอะไรนักเขียนบ้าง บางเม้นนี่อ่านแล้วอยากปาคอมทิ้ง


    นักเขียนเขาไม่ได้ต้องการอะไรมากหรอกค่ะ ถ้าคุณเม้นบ้างให้หัวใจบ้าง เขาก็ดีใจแล้ว ส่วนเรื่องการขาย ก็อย่างที่บอก คนมันต้องมีปัจจัยสี่


    ตอบกลับ

14 ความคิดเห็น

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เราเข้าใจนะคะ

      แต่ก็เข้าใจนักเขียนถึงจะไม่เคยได้ตีพิมพ์ หรือมีใครติดต่อมาก็ตาม

      นักเขียนบางคนเขาชัดเจนประกาศว่าจะตีพิมพ์ ประกาศว่าจะลงให้อ่านถึงตรงนี้ หรือลงจนจบแต่จะมีเวลาปิดตอนที่กำหนดชัดเจน อันนี้เราโอเคนะคะ แต่บางสนพ.อาจจะไม่ให้ลงถึงจบเพราะจะทำให้ยอดขายไม่ดี


      เอาเป็นว่า ถ้าเป็นนักเขียนที่พอมั่นใจในผลงานก็อาจจะซื้อ ถ้าไม่มั่นใจก็รอออกเล่มไปเปิดอ่านที่ร้านดูก่อนหรือรอรีวิวแล้วค่อยซื้อค่ะ



      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เราเองก็อยากจะพิสูจน์รักแท้ของคนอ่านเหมือนกันค่ะ


      จำได้ว่าตอนประกาศว่าจะตีพิมพ์มีคนถอนเฟบออกไปเป็นร้อย ตอนเราประกาศรีไท์ก็มีถอนเฟบออกไปหลายสิบ เราเข้าใจว่าน่าจะเป็นเพราะเขาคิดกันว่าเราจะลบไปเลยและไม่ลงให้อ่านต่อ แต่พอเราลงตอนใหม่เขาก็เข้ามาอ่านกันเงียบ ๆ แล้วก็จากไป ตอนนั้นบอกตรง ๆ ว่าก็รู้สึกแย่เหมือนกันนะ แต่หลังจากที่มีนักอ่านขาประจำหลายท่านทักไปคุยทางเฟสส่วนตัวก็เลยเริ่มรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย บางครั้งนักอ่านอาจจะรู้สึกแย่เพราะนักเขียน แต่บางครั้งนักเขียนเองก็อาจจะรู้สึกแย่มากกว่าที่โดนนักอ่านเทไปเฉย ๆ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ผมแค่คิดว่าตอนที่เราเป็นโรคร้าย จะเขียนได้ไม่ดี ต้องหายจากภาวะกังวลก่อน เพราะนิยายจริงๆ แล้วมีเพียงแค่5 หน้า เพราะสมองของคนเราให้คิดมากไปกว่านี้ไม่ได้ มันจึงเป็นภาวะโรคร้าย

      แต่ถ้าแต่งต่อเกิน5หน้า ก็เหมือนเริ่มเรื่องใหม่แหละครับ แล้วมันก็จะดูหนานะถ้าออกมาเป็นเล่ม มันดูสวยก็จริง แต่ถ้าเอาความสนุกก็ต้อง5หน้าครับ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #4
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เคยรู้บ้างไหมครับว่าเวลาได้ตีพิมพ์เนี่ย สนพ. จะขอให้ลบ หรือให้หยุดอัปกับตามเพจต่าง ๆ

      นักเขียนเขาไม่ใช่ไม่รักพวกคุณ ไม่ใช่เห็นแต่เงิน เขาคิดถึงพวกคุณจะตาย แต่กลไกการตลาดทำให้เขาต้องทำแบบนั้น (โว้ย)​

      แล้วก็โปรดเข้าใจ สนพ.ด้วย เขาก็ต้องทำ เพราะการทำหนังสือออกมาแต่ละเล่มมันมีต้นทุน เขาขอให้ลบ ขอให้ไม่อัปมันก็เป็นสิทธิ์ที่พึงกระทำ เพราะถ้าขายไม่ออกเพราะมันหาอ่านฟรีได้ในเน็ตใครมันจะซื้อ จะมาโลกงดงามแบบว่าถ้ารัก คนอ่านจะตามไปอุดหนุนเอง อันนี้ก็ถอดรองเท้าไปวิ่งในทุ่งดอกป๊อปปี้เถอะ


      แล้วทำไมนักเขียนถึงหาย ก็ตอบว่า แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ ทุก ๆขั้นตอนในการพิมพ์มันมีกระบวนการและใช้เวลา จะให้นักเขียนเข้ามาทำอะไร พิมพ์บอกขั้นตอนว่างานไปถึงไหนแล้ว? มาพิมพ์ทักทาย? ว้อท? แต่เหมือนว่านั่นจะไม่ใช่ความต้องการของ จขกท. หรอก หรือจะให้เขามาอัปต่อ อัปได้ยังไง ลิขสิทธิ์ตกไปอยู่กับ สนพ. แล้ว อัปสุ่มสี่สุ่มห้า สนพ. บอกเลิกสัญญามาใครจะรับเลี้ยง หือ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #5
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      นักเขียนแต่ละคนล้วนแตกต่างทั้งทางความคิดและการกระทำ

      กลับกัน นักอ่านก็ไม่แตกต่าง


      นักเขียน เขียนแทบตาย นักอ่านทำอะไร นอกจากเข้ามาอ่าน ติ บ่น วิจารณ์ ซึ่งมันมีทั้งข้อดีและข้อเสีย

      ไม่มีใครอยากเทใครหรอกค่ะ คุณมองในมุมนักอ่าน ถูกต้อง คุณสามารถรู้สึกเช่นนั้นได้ แต่ถ้าคุณได้มาเขียนเองบ้าง คุณก็จะได้รับความรู้สึกเช่นที่นักเขียนกำลังรู้สึก


      การขายนิยายไม่ว่าในรูปแบบใด มันเป็นเรื่องธรรมดา เราก็ขาย เราไม่ได้อิ่มทิพย์เสียหน่อย


      จำไว้ด้วยว่า นักเขียนก็แค่มนุษย์เดินดินธรรมดาคนหนึ่ง มีความต้องการทางปัจจัยสี่ เช่นเดียวกับนักอ่าน


      สำหรับเราเปิดให้อ่านฟรีนะ แต่ถ้าจบเมื่อไหร่ เราจะรีไรท์จนเสร็จ แล้วค่อยทำเป็นอีบุ้คเพื่อวางจำหน่าย หลังจากนั้นจะเปิดตอนแค่ถึงตัวอย่างตามอีบุ้ค นอกนั้นย่อมต้องติดเหรียญ

      แล้วนักอ่านที่เข้ามาอ่านตอบแทนอะไรนักเขียนบ้าง แค่อยากให้เม้นแสดงความคิดเห็นบ้างบางทียังไม่อยากทำ แค่กดให้กำลังใจง่ายๆ บางทียังไม่อยากกด บางทีคนเขียนมันท้อนะ


      ส่วนนิยายแปล เราก็ซื้อนะ แต่ต้องถูกใจจริงๆ แต่นิยายที่คนไทยแต่ง เราก็อุดหนุนนะ เราไม่ได้เกี่ยงว่ามันจะดีหรือไม่ดี มันอยู่ที่ว่าถูกจริตมากน้อยแค่ไหน

      แต่คุณพูดแบบนี้ว่า นิยายแปลซื้อได้ แต่นิยายคนไทยแต่งไม่ค่อยอยากซื้อ นักเขียนที่ไหนเห็นก็ท้อทั้งนั้นแหละค่ะ


      ระบบโดเนทเหรอ พูดแล้วอยากขำ เขียนจนจบเรื่องยังไม่เคยได้เลย เมื่อนักอ่านเห็นว่าฟรี เขาจะให้โดเนทเพื่ออะไร กดให้หัวใจไม่ง่ายกว่าหรือ มันอาจมีคนให้ค่ะ แต่คงส่วนน้อย


      นักอ่าน อ่านจบสามารถถอนเฟบได้ แต่นักเขียนไม่สามารถเฟบนักอ่านและไม่สามารถถอนได้ด้วย

      คิดกลับไปกลับมา อย่าว่าเราเข้าข้างนักเขียนเลยนะคะ เพราะเราเป็นคนเขียน เราจึงรู้ว่า มันยากนะกว่าจะได้แต่ละตอน


      นักเขียนต้อง คิดชื่อเรื่อง วางโครง พล็อต คิดเนื้อเรื่องแต่ละตอน ชื่อตัวละคร การบรรยาย และอะไรที่มันมากมาย


      นักอ่านต้องทำอะไรบ้าง เข้ามาอ่านฟรี จะให้หรือไม่ให้หัวใจก็ได้ จะเม้นหรือไม่ก็ได้ ทั้งเฟบทั้งถอนเฟบ คุณตอบแทนอะไรนักเขียนบ้าง บางเม้นนี่อ่านแล้วอยากปาคอมทิ้ง


      นักเขียนเขาไม่ได้ต้องการอะไรมากหรอกค่ะ ถ้าคุณเม้นบ้างให้หัวใจบ้าง เขาก็ดีใจแล้ว ส่วนเรื่องการขาย ก็อย่างที่บอก คนมันต้องมีปัจจัยสี่


      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #6
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      บอกตามตรง เข้ามาเพราะชื่้อกระทู้ 55+ พออ่าน เอ่อ... เราเจอเหมือนกันค่ะ เหมือนคบกัน 4 วัน ต้องตัดสินใจว่าจะแต่งงานเลย แบบคุณ! เราไม่เคยอ่านงานคุณเลย จะซื้อก็กลัวใจว่าจะสนุกไหม? หรือต้องเอาไปบริจาคต่อ นักเขียนหลายท่านทำเราเจ็บมาค่ะ เราเทไปหลายเรื่องเลย อารมณ์หายหน้าหายตา แล้วกลับมาพร้อมขายจ้า นี่ก็ไม่ได้หวังอ่านฟรีจนจบ ต้องยอมรับว่า บางเรื่องเปิดตัวดีมาก หลัง ๆ มันต้องร้องฮะ คนเดียวเขียนปะ ฃ


      หลายคนประกาศตีพิมพ์ จู่ ๆ บอกจะทำมือ ถ้าไม่โอเคจะไม่ทำ คือ จะไม่เขียนต่อเหรอ? เราเข้าใจว่านักเขียนทุกท่านไม่ได้สังเคราะห์แสงเองได้ เราก็เป็นนักเขียนเราเข้าใจคนบ่นเรื่องนี้ดีค่ะ แต่อยากให้มองในมุมของการรักษาน้ำใจนักอ่านที่ตามงานกันบ้างนะคะ ทุกวันนี้ ฉันทำแบบนี้ ฉันมีคนซื้อคนอ่าน แล้วในอนาคตคุณก็จะทำแบบนี้ต่อไป... ถ้าเกิดคนเริ่มเบื่อ คุณจะบอกไหม? นักอ่านสมัยนี้ชอบอ่านฟรี นักเขียนเองต้องกินต้องใช้? แล้วมาระบายหาแนวร่วมในบอร์ด? นักอ่านสมัยนี้เท่าที่เราดู เขาจ่ายหนักแบบไม่คิดมาก ถ้าทำให้เขาพอใจได้ ฉะนั้นการเทเขากลางทางคือค่าตอบแทนของคนที่ยอมจ่ายหรือเปล่า? เราก็ไม่ใช่นะ


      อันนี้ฝากไว้ในฐานะนักอ่านที่พร้อมจ่ายนะคะ คือ ถ้าคุณซื้อใจเราได้มากกว่าผลงานที่คุณเสนอขาย แบบมาประกาศเรื่อย ๆ ให้รู้ว่ายังไม่หายไปหรืออะไรก็ได้ ให้รู้ว่าคุณยังใส่ใจ ผลงานมีกี่เล่มเราซื้อหมดค่ะ ไม่พูดเยอะ แต่เมื่อไหร่หายไป พร้อมกลับมา 'เปิดพรีจ้า 3 ภาคจบ 1 ภาคมี 2 เล่ม 1000 บาท' แล้วมีให้ลองอ่านแค่ 10 ตอน ก็โบกมือลาค่ะ ไม่มีอะไรการันตีเลยว่า มันจะดำเนินไปในทิศทางใด งานคุณจะกลายเป็นขายยากทันที


      ปล. เราก็เขียนนิยายและรอเวลาตีพิมพ์กับเขาบ้างนะ -W-

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #7
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      อืมมมม


      จะว่าไงดี


      ในฐานะนักอ่าน เราเองก็ดองไว้อ่านทีเดียวยาว ๆ บ้าง อ่านแล้วไม่เม้นต์บ้าง หรือกระทั่งเลิกตามเอาดื้อ ๆ บ้าง ถูกไหมคะ


      ดังนั้นในฐานะคนเขียน บางคนก็ไม่ได้เป็นพวกเจ๊าะแจ๊ะอะไรมาก หากวันหนึ่งเขาอยากปิดแพ็คขาย หรือลบนิยายออกเพราะส่งสำนักพิมพ์ ถึงเขาจะไม่ได้แจ้งล่วงหน้า ไม่เข้ามาคุยกับนักอ่านบ่อย ๆ  แต่ก็ไม่เห็นจะเป็นเรื่องผิดอะไรนี่นา แต่ถ้าตอนน้อยมาก นักอ่านก็ไม่กล้าลงทุนซื้อ ไม่แปลกอะไร นักเขียนควรรู้ตัวว่าลงให้อ่านได้แค่ไหนรีดจะยอมซื้ออยู่แล้ว


      ทั้งไรต์และรีด ต่างติดต่อสื่อสารกันตามที่ตัวเองพอใจไม่ใช่หรือ


      สำหรับเรา ถ้าวันนึงเห็นนักเขียนที่เราตามได้ตีพิมพ์ เราก็ดีใจแทนเขานะ จะบอกล่วงหน้าไหมไม่ใช่ประเด็นเลย (ขอแค่คนเขียนไม่ได้เป็นประเภท-หรือชอบสร้างดราม่าก็พอละ เจอแบบนั่นปวดหัวแย่)






      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #8
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      รักตัวเองนั่นแหละคือรักแท้ รักระหว่างผู้เขียนกับคนอ่าน

      เป็นเพียงรักในรูปแบบของน้ำกับเรือเสือและป่า ก็แค่นั้น

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #9
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      นี่คุยกับนักอ่านประจำท้ายๆบท เเต่นักอ่านไม่ค่อยคุยด้วยเลย ส่วนใหญ่มีเเต่ขาประจำ เลยเปิดขายบางตอนเพื่อปลอบใจตัวเอง พอเห็นเงินมันก็มีกำลังใจอ่ะ เเบบไม่เม้นก็ไม่เป็นไร เปย์เราก็พอ 555 อันนี้เรามาระบายของเราเฉยๆ ไม่ได้ว่าอะไร พอเข้าใจค่ะ การโดนเทจากนักเขียน ไม่อัพข่าวสาร โผล่มาอีกทีก็ขายตรงให้เราซะงั้น

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #10
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      อย่าเพิ่งฟังความข้างเดียว... ของผมไปติดเหรียญที่เว็บแห่งหนึ่ง เปิดเป็นระบบบริจาคให้เอาตัวเหรียญที่เป็นการอ่านฟรีมาใช้อ่านได้ แต่ปรากฏว่า ไม่มีใครเข้ามาอ่านเลย อย่างมากสุดก็เข้ามาอ่านถึงประมาณ 10 ตอน จากนั้นก็ไม่อ่านอีก ต่อให้มีส่วนลดใช้เงินลดถึง 50 % หรือเป็นระบบบริจาค แบบมีเหรียญทองและเหรียญเงิน ก็ยังไม่มีใครเข้ามาอ่าน สุดท้ายจึงขอสิ้นสุดเรื่องนี้เพียงเท่านี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะไม่มีกำลังใจในการลงนิยาย อีกส่วนก็ไม่รู้ว่าจะลงไปเพื่ออะไร ในเมื่อมันไม่มีคนอ่าน


      แล้วทำไมคุณไม่ไปอ่านของนักเขียนที่อยากให้มาอ่านกันล่ะ ? ส่วนนักเขียนที่เขามีแค่ตัวอย่าง แสดงว่าเขาต้องมีดีอยู่จริง มั่นใจว่าคุณต้องซื้อแน่นอน จึงไม่ลงจนจบ เพราะเกรงว่าเมื่ออ่านจบแล้ว จะไม่มีใครไปซื้อ ซึ่งนี่มันก็จริง มีส่วนน้อยที่จะไปควักซื้อแบบรูปเล่มมาเก็บไว้


      ส่วนเรื่องไม่ยอมแจ้งอะไรเลย ? ผมว่าเขาน่าจะแจ้งที่เพจนะ แต่คุณไม่ได้ติดตามหรือเปล่า ? หรือไม่ก็เขาอยากทำให้คุณแปลกใจเล่นก็เป็นไปได้ ประมาณว่า "มาแจ้งทีเดียวให้รับทราบ" เพราะตอนแรกไม่ได้คาดว่าจะได้ตีพิมพ์ หรือว่าเกิดอารมณ์อยากตีพิมพ์ในช่วงนั้น


      อ่า... เจ็บปวดแท้หนอ ก็อย่างว่าหลายแง่มุมก็หลายอารมณ์ครับ ฮิๆ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #11
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      มันมองได้หลายแง่มุม สำหรับตัวเราก็ไม่ค่อยชอบเหมือนกันสำหรับนักเขียนที่หายไปเลย หายจริงๆ นะ เพจก็ไม่อัปเดต นิยายก็ไม่อัป แล้วกลับมาอีกทีคือตีพิมพ์แล้ว หรือไม่ก็เปิดพรีออเดอร์ เคยเจอแบบเป็นแอดมินเพจที่มีคนติดตามพอสมควร ตอนรีไรต์เล่มก็ไม่บอก อยู่ๆ ก็หายไป ถามอินบ็อกเพจก็ไม่ตอบ แต่อัปเพจปกติ จนนิยายเล่ม1 ออก กลับมาบอกว่าช่วยกันซื้อหน่อย เล่ม1 ก็แปลว่ามีเล่ม2 3 ต่อใช่ไหม พอถามถึงเนื้อหาเล่ม2 ก็เงียบ หายไปอีกครึ่งปี เล่ม2 กลับมาบอกให้ซื้อ รู้สึกว่า พอเถอะ พอกันที

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #12
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ของเราช่วงนี้ไม่มีนักอ่านคอมเม้นท์ คนที่คอมเม้นท์ก็ยังไม่มาอ่าน เราเลยพักเรื่องการเขียนต่อ หันไปรีไรท์เรืองเก่าที่จบแล้ว


      ถึงเราจะหายไปก็คงไม่มีใครตาม ไม่มีใครถามอยู่แล้ว


      ปกติเราเป็นคนที่คุยกับคนอ่านเสมอ แต่เขาไม่คอมเม้นท์ เราก็ไม่รู้จะคุยกับเขายังไง คนที่ไม่ได้ตามอ่านนิยายเรา เราก็คุยด้วยตลอดนะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #13
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เพราะเราไม่ว่างขนาดนั้นเลยคุยกันตรงนี้เลยนะ ทีเดียวจบและไม่ตอบแล้ว ถือว่าจบประเด็นตรงนี้แค่นี้ สำหรับใครยาวไปไม่อ่านหรือโควต้า8บรรทัดก็ขออภัย เราชอบเวิ่นน่ะ 555555


      หัวกระทู้ที่จะสื่อคือขำๆจากที่เราได้ยินมาเฉยๆว่า รักนิยายเราจริงต้องซื้อนิยายเรา รอเราได้

      เราเลยคิดว่าที่เราเจอจนเอามาบ่นคือเขาต้องการทดสอบใจเราหรือ ทำไมเราเหมือนเมียน้อยที่ทางนั้นจะกลับมาหาเมื่อต้องการเลยล่ะ แย่จัง


      กันการบอกว่าเราแอบแก้ไขข้อความในต้นกระทู้ด้วย

      เหมือนหลายคนจะเข้าใจประเด็นเราผิด พยายามลากไปในเรื่องที่เราเทนิยายเพราะนักเขียนทำขาย

      ซึ่งไม่รู้ว่าเอามาจากไหน ขนาดบอกแล้วนะว่านักเขียนสังเคราะห์แสงไม่ได้ หรือไม่ได้ตั้งใจอ่าน ไม่น่า บอร์ดนักเขียนก็ไม่น่าจะตีความผิดนะ อาจจะเป็นที่การสื่อสารของเราเอง คราวหน้าจะให้ชัดเจนกว่านี้เนอะ (ยังมีคราวหน้าอีก 555+)

      และหากที่คุณบ่นไม่ใช่เรื่องที่เราพูดถึงต้นกระทู้ เป็นแค่การแสดงประสบการณ์ส่วนตัว ก็ข้ามไปได้เลย ดีใจนะที่คุณอยากระบายออกมาจะได้หายเครียด แต่อยากจะบอกว่าขอเสียมารยาทที่คิดว่าคุณบ่นผิดที่แล้ว เพราะมันไม่ใช่เรื่องที่เราบ่นไง เอ้อ

      เราไม่ได้อยากรู้ถึงความลำบากหรือเหตุผลที่คุณทำขาย เพราะคุณคิดว่านักอ่านอ้าปากแล้วเงินไหลออกมาหรือ ก็ไม่มั้ง มันจะแฟนตาซีไป ขอทานรึ ก็ไม่นะ

      ขอขยายข้อความอีกนิด ถึงคนที่กำลังหลงประเด็นกันอยู่ ใครไม่หลงก็ดีใจด้วย คุณคือนักเขียนและนักอ่านที่ดี และมีมารยาทพอที่จะไม่ก้าวร้าว ใจเราบางจะตายเนี่ยงงเลยว่าคิดแบบเรามันน่าถูกดักตีหัวเหรอ

      โอเค ต่อ...

      เราไม่ได้พูดถึงนักเขียนที่เขียนแล้วทำขาย แต่เราพูดถึงนักเขียนที่หายไปหลายปี กลับมาออกเล่มเลย

      เข้าใจมั้ย หายไปเป็นปี

      เขียนจบแล้วปิดตอน เขียนจบแล้วหายไปปีนึงปิดตอนรอคิวขาย อันนี้มันไม่นับสิคุณ ทำไมคิดว่าเราหมายถึงตรงนี้

      เขียนจบปิดตอน เข้าใจ

      ติดสัญญาสนพ. เข้าใจ

      ส่งสนพบอกก่อน เข้าใจ

      เขียนเพื่อขายแต่แรกจึงลงไม่หมด เข้าใจ

      ขอแค่ไม่เงียบหาย แจ้งข่าวเป็นระยะจนกว่านิยายจะวางขาย แค่นี้เอง ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลเหรอก็ไม่นะ ไม่ได้ขอให้เปิดหน้าซะหน่อย

      การที่รีบประกาศว่าได้ตีพิมพ์ เขียนจบแล้ว จะหยุดอัพทำให้คนอ่านหนี บอกตามตรงนะ ถึงเวลาคนอ่านก็หนีอยู่ดี อย่าคิดเยอะค่ะ นักเขียนในเว็บมีเป็นร้อย เขาไม่ซื้อก็ไม่ซื้ออยู่ดี ตัดพ้อยังไงคนอ่านก็ใช่ว่าจะสนใจ เข้มแข็งไว้นะ

      นักอ่านก็เหมือนคนเดินผ่านเข้ามาดูสินค้าในร้าน ก็จะมีแค่การนำเสนอให้คนเขารู้ว่านิยายคุณมีดีอะไร น่าจับต้องแค่ไหน หรือจะเลือกไม่บอกกล่าว พอถึงเวลา แปะโป้ง นี่เราขายแล้วนะ ซื้อด้วย ทั้งที่บางร้านยังไม่ได้บอกชัดเจนเลยว่ามีดีอะไร

      เราบ่นแค่นิยายที่จู่ๆหายไปเลยยยย ข่าวคราวเงียบหายยไปเลยยยย

      เอาง่ายๆ บอกคิววางขายมา ปกเสร็จแล้ว แค่นี้เราก็ชื่นใจแล้ว

      ที่เราบ่น(เน้นๆ) มาถึงโยนนิยายที่ทำเล่มแล้วให้เราไปซื้อ หลังจากเงียบฉี่ นิยายค้างคาไปเป็นปีๆ

      ถ้าจะบอกว่า เอ่อ เราไม่อินกับนิยายคุณแล้วอ่ะ หายไปตั้งปีหมดช่วงอินแล้วมั้ยล่ะ นักเขียนจะเสียใจมั้ยล่ะ ก็เสียกำลังใจกันอีก ทำไมไม่ไปอ่านเรื่องอื่น... ณ จุดๆนั้นมันเหมือนดักตีหัว หลบทันที่ไหนล่ะคุณ

      อุดหนุนนักเขียนใหม่น่ะเราให้โอกาสเสมอ แต่ก็อยากได้ความใส่ใจมาก เหตุผลเหรอ เพราะเราเป็นนักอ่านที่เรื่องมากไง อยากได้ความพยายามที่จะนำเสนอตัวละครที่คุณแต่งอ่ะ อยากได้อิมแพคที่ทำให้เราประทับใจตัวตนของคุณอะ

      เท่านี้ล่ะที่อยากจะบอก ไม่ต้องเอาสัญญาสนพ.อะไรมาแปะให้เราแล้วนะ เรารู้ตัวเองดีว่าสิ่งที่คิดอยู่มันถูกต้องหรือขัดข้อเท็จจริงแค่ไหน อันที่จริงแค่แจ้งว่ายังไม่ตายนะเธอ ก็โอเคแล้ว - - (สมมติน่ะ)



      ประเด็นของเราคือการบ่น แน่นอนว่าการบ่นไม่ได้แปลว่าเราจะให้คำตอบว่าควรแก้ไขหรือไม่ แล้วจะแก้ไขยังไง เพราะมันคือความคิดของเรา บ่นเฉยๆตามวาระ


      จะไม่สนก็ได้ เพราะสุดท้ายเชื่อสิว่าก็มีคนซื้อนิยายอยู่ดี เขียนจบยังไงก็มีคนซื้อค่ะ


      ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะคิด แต่การอ่านข้อความแล้วตีความผิดไปกันใหญ่เป็นเรื่องที่รับไม่ได้ โอเคเนอะ


      มีประเด็นหลายคนที่อยากตอบ แต่ไม่เอาอ่ะ มันจะกลายเป็นการยัดเยียดกันเกินไป ไม่ใช่ฮิตเลอร์ซะหน่อย ไม่ดีๆ



      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #14
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      กระทู้วายยัง เพิ่งเห็น 555


      ที่จริง ถ้านักเขียนน่ารัก คนอ่านก็แฮปปี้น่ะนะ แต่ถ้าเขาจะทำอะไรไม่น่ารัก ก็เป็นสิทธิ์ของเขาอีกนั่นแหละ ส่วนสิทธิ์ของคนอ่านก็แต่ว่าจะสนับสนุนซื้องานเขาหรือเปล่า


      งานดีแต่คนเขียนทำอะไรไม่น่ารัก บางทีคนอ่านก็นอยด์ ไม่ค่อยอยากสนับสนุนเท่าไหร่ เลยแอบเข้าใจคุณจขกท เบาๆ ว่า งานเขียนดี แต่สิ่งที่คนเขียนทำ คนอ่านเจอเข้าทำให้เซ็งๆ อยู่


      ไม่เกี่ยวว่าคนเขียนต้องเลี้ยงปากท้อง ไม่เกี่ยวว่าคนอ่านจ้องจะอ่านฟรี มันก็แค่พฤติกรรมที่ชวนเสียความรู้สึกเท่านั้นเอง ก็ขึ้นอยู่กับคุณจขกท ชั่งน้ำหนักเอาน่ะค่ะว่ายังอยากสนับสนุนเขาหรือเปล่า


      ส่วนตัวเรา เราไม่ค่อยใกล้ชิดกับนักเขียนเท่าไหร่ (เวลาด่างาน จะได้ทำได้แบบไม่ต้องมีความเกรงใจมากั้นกลาง 555) ดูในร้านอย่างเดียวว่าเรื่องอะไรออกก็ซื้อ แบบนี้สบายใจดีค่ะ

      ตอบกลับ
เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป