ซ่อน
แสดง

มาเล่าชีวิตมหาลัยให้ฟังจ้า (ศิลปศาสตร์ มฟล.) [ยินดีให้แชร์]

วิว
#ชีวิตมหาวิทยาลัย #เอกอิ้ง #มฟล #แม่ฟ้าหลวง
สวัสดีค่ะ ทุกๆคน ก่อนอื่นขอบอกก่อนว่ากระทู้นี้เป็นมุมมอง และประสบการณ์ส่วนตัวของเราล้วนๆ ซึ่งแน่นอนว่าแต่ละคนก็มีมุมมองแตกต่างกันไปน้า  จุดประสงค์คืออยากแชร์ ปสก. ให้กับน้องๆหรือผู้ที่สนใจเรียน สำนักวิชา ศิลปศาสตร์ สาขา ภาษาอังกฤษ นะค้าา หรือ ใครที่กังวล ครุ่นเครียดว่าชีวิตมหาลัยจะเป็นยังไง ก็มาอ่านขำๆ ได้เน้อ

โอเคจ้า ขอแบ่งเนื้อหาในกระทู้เป็นหัวข้อหลักๆ ดังนี้น้าา 
1. การเรียน + ความเป็นอยู่
2. การปรับตัว


1. การเรียน + ความเป็นอยู่
การเรียน 
ที่ มฟล. มีการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษนะคะ และมีการเรียนภาษาจีนด้วย ซึ่งบังคับเรียนน้า แต่ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะจีน 1 ไม่ยากมาก และมีพินอินให้จ้า สบายๆเน้อ อาศัยความอดทน และความขยัน โดยปี 1 เทอม 1 ส่วนมากจะเรียนเป็นวิชาศึกษาทั่วไป อาทิเช่น ภาษาไทย และ อาเซียนศึกษา  ส่วนเทอมที่ 2 ก็จะมีวิชาเมเจอร์เป็นส่วนใหญ่ ก็คือวิชาที่เกี่ยวข้องกับเอกที่เราเรียนนั่นแหละจ้า โดยน้องๆสามารถเข้าไปดูวิชาต่างๆที่เรียนได้ที่ 
https://reg.mfu.ac.th/registrar/program_info.asp?avs197458773=1 
เลือกสำนักวิชา หรือว่า คณะ ได้ตามความสนใจเลยนะคะ 

การเรียนของ ศิลปศาสตร์ คร่าวๆ
ตอนปี 1 วิชาส่วนมากที่เรียนเป็นวิชาพื้นฐานต่างๆ นะคะ เช่น English Listening and Pronunciation, Foundation of College English (แกรมม่า) , English Conversation and Discussion และอื่นๆ  พูดง่ายๆก็คือเรียนการฟัง-พูด-อ่าน-เขียน นั่นเอง พอปี 2 ขึ้นไป จะเรียนวิชาเมเจอร์มากขึ้นนะคะ โดยสามารถไปดูรายชื่อวิชาที่เรียนได้ที่ลิ้งค์ข้างบนนะคะ
   ต่อมาขอแชร์สภาพแวดล้อม สไตล์การเรียน ที่พี่ไปประสบพบเจอมากนะคะ *เป็นความคิดเห็นส่วนตัวล้วนๆ*  ภายในห้องเรียน ส่วนมากแล้วอาจารย์ผู้สอนจะเน้นให้นักศึกษามีส่วนร่วมค่ะ เช่น ถาม/ตอบ คำถาม แสดงความคิดเห็นต่างๆ  แรกๆอาจจะเขินหน่อย แต่พยายามตอบสัก 1 - 2 ครั้งต่อคาบ ก็จะเริ่มชิน และก็เอ็นจอยค่ะ 5555  ซึ่งเนื้อหาที่เรียนอาจจะอยู่ในหนังสือ / Powerpoint  ซึ่งปกติแล้ว อจ. จะอัพโหลดไฟล์ให้ไปปริ้นท์ก่อนเรียนนะคะ ส่วนการจดโน็ตก็ตามสบายเลยจะพกสมุดเล็กๆ หรือกระดาษร้อยปอนด์มาก็ได้นะ 

ความเป็นอยู่ 
  ตอนปี 1 ก็อยู่หอในมหาวิทยาลัย กับรูมเมทนะคะ ส่วนปี 2 ขึ้นไป สามารถออกมาอยู่หอนอก ได้ตามสบายเลยน้า
การเดินทาง ถ้าไปเรียนก็เลือกตามความสะดวกเลย ถ้าอยู่หอนอกน้องอาจจะขับรถมอไซค์ / รถยนต์ มาเรียน หรือนั่งรถสองแถวเข้า ม. ก็ได้ค่ะ และภายใน ม. มีรถ 
shuttle bus บริการไปรับ-ส่ง ตามอาคารต่างๆ :D  
และหากน้องๆอยากไปเที่ยวในตัวเมือง / สถานที่อื่นๆ ก็มีรถสองแถว / รถเมล์ / Taxi / รถยนต์รับจ้าง คอยบริการนะคะ เลือกตามความสะดวกเลย
เรื่องอาหาร  รอบๆ ม. มีร้านอาหารเยอะแยะละลานตานะคะ ไม่ต้องกลัวอดน้า มีทั้งอาหารตามสั่ง อาหารฮาลาล อาหารญี่ปุ่น-เกาหลี บุฟเฟ่ต์ชาบู หมูทะ กินกันให้ตัวแตกไปเลยจ้า 


2. การปรับตัว 
       ถ้าเปรียบเทียบกับตอนมัธยม เนื้อหาที่เรียนจะเจาะจงและเจาะลึกมากขึ้นค่ะ ยกตัวอย่าง ตอนมัธยมเราเรียนแค่ ประโยค/รูปแบบ การสนธนาต่างๆ ถ้าเป็นในมหาลัยเราก็เรียนแบบเจาะๆจุกๆ ไปถึง การออกเสียงของตัวอักษร / สระ, การเน้นเสียง (stress), intonation, IPA หรือสัญลักษณ์ที่ใช้แทนเสียง ที่เราเคยเห็นกันในพจนานุกรมนั่นเอง   
       ซึ่งเนื้อหาที่ยากขึ้น เราก็ต้องขยันมากขึ้นนั่นเอง และต้องมีวินัยกับตัวเอง อย่างที่รู้ๆกัน มหาลัยมีอิสระมากกว่า ไม่มีคนมาคอยจี้คอยบังคับ น้องๆก็ต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้น ค่อยๆปรับตัว เดี๋ยวเราก็แกร่งขึ้นเอง #Cheerup 


         - สุดท้ายนี้ก็ขอจบกระทู้ลงแค่นี้นะคะ จริงๆรายละเอียดมีเยอะมากๆ เล่าสามวันก็ไม่จบ      ถ้ามีคำถามนอกเหนือจากเนื้อหาในกระทู้สามารถ comment ไว้ได้เลยนะ หรือจะติดต่อมาที่ ask.fm @mellowmarch - ขอบคุณที่เข้ามาอ่านมากๆนะคะ  。‿。
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

3 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป