/>

จดหมายถึงผู้คุม จากนักโทษที่แหกคุก Alcatraz เมื่อ 50 ปีที่แล้ว [ยินดีให้แชร์]

วิว
#ลึกลับ #น่ากลัว #นักโทษ #คุก #กลัว
สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน ยินดีต้อนรับเข้าสู่ชาแนล Who Askk นะครับ ตอนนี้คุณอยู่กับผมอีกครั้ง “ลัก” ครับ
เพื่อนๆ เคยได้ยินเรื่องคุก Alcatraz สุดโหดป่ะ ที่เค้าว่ากันว่ามันเป็นคุกที่ขังอาชญากรตัวเอ้ของโลกเอาไว้มากมาย แบบชนิดที่ว่า ถ้านักโทษพวกนี้หลุดออกไปได้หมดเนี่ย โลกนี้ต้องลุกเป็นไฟแน่นอน และหนึ่งในตำนานที่ทำให้คุกแห่งนี้มืชื่อเสียงมากๆ 
สำหรับใครที่ขี้เกียจอ่านสามารถดูคลิปแทนได้เลยน้าาา : )

ก็เพราะว่า มันเป็นคุกกลางทะเล ตั้งอยู่บนเกาะที่ห่างไกลจากผู้คนสุดๆ แทบจะเป็นคุกที่ไร้ซึ่งการหลบหนีเลยก็ว่าได้ เหมาะสำหรับการคุมขังนักโทษชั้นโหดอย่างแท้จริง
.
เกาะแห่งนี้ถูกพบเจอตั้งแต่ปี 1775 แล้วครับ แต่เพราะว่ามันมีสภาพแวดล้อมที่แห้งแล้งมาก ไม่เหมาะกับการอยู่อาศัยเอาซะเลย ทำให้ไม่มีใครมาตั้งรกรากที่นี่สักที จนกระทั่งรัฐบาลตัดสินใจให้สร้างคุกขึ้นที่นี่เพื่อขังนักโทษตัวเป้งเอาไว้นั่นเอง ซึ่งคุกนี้เปิดทำการครั้งแรกในปี 1861 
.
ปราการสุดโหดที่ทำให้ Alcatraz ถูกขนานนามว่า ประตูที่ไร้ทางออก ก็เพราะนอกจากจะอยู่กลางทะเลที่ต้องว่ายน้ำออกไปหลายชั่วโมงแล้ว รอบๆ ตัวเกาะยังมีคลื่นลมแรง กระแสน้ำเชียวกราดอยู่ตลอดเวลา แถมอุณหภูมิยังต่ำถึงขั้นเยือกแข็ง ต่อให้เป็นนกเพนกวินยังจมน้ำตาย
.
จากตอนเริ่มต้นเนี่ยครับ คุกแห่งนี้เค้าเอาไว้ใช้ขังนักโทษสำคัญทางการเมืองแค่ 26 คนเท่านั้นเอง แต่พอหลังๆ ในปี 1898 เค้าก้รู้สึกว่ามันใช้พื้นที่ไม่คุ้มเอาซะเลย ก็เลยจัดการเกณฑ์นักโทษแย่ๆ ชั้นเลวต่างๆ มาขังไว้ที่นี่ซะ เพื่อไม่ให้มันหลบหนีออกไปได้อีก ทำให้ประชากรในคุกเพิ่มจาก 26 เป็น 450 คนอย่างรวดเร็ว 
.
 และแน่นอนเมื่อมีนักโทษตัวฉกาจมากองรวมกันเอาไว้ ความโกลาหลมันก็ต้องเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว เพราะฉะนั้นที่คุกแห่งนี้จึงเสริมปราการเหล็กกล้าปิดประตูตายลงไปอีกชั้นไม่ให้นักโทษคนใดหลบหนีได้ ด้วยการให้เจ้าหน้าที่พิเศษ FBI กว่า 60 เข้ามาเป็นผู้คุมที่นี่ซะเลย แถมยังมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพเข้าร่วมอีกต่างหาก โหดทั้งสภาพแวดล้อม ทั้งจัดตัวท็อปมากำราบเองขนาดนี้ใครจะกล้าคิดหนี
.
 แต่มันมีไปแล้วครับ! เพราะอะไรที่ว่ายากเนี่ย ผลตอบแทนมันก็ต้องสวยงามเสมอ อย่ากระนั้นเลยในปี 1962 นี้จึงเป็นเหมือนปีชงของคุก Alcatraz แห่งนี้ที่ไม่มีวันกู้ศักดิ์ศรีตัวเองกลับมาได้อีกต่อไป เป็นรอยด่างพร้อยที่ต้องถูกจารึกเอาไว้ในประวัติศาสตร์ตลอดกาล เมื่อมีนักโทษ 3 คนได้ทำการหลบหนีออกไปจากคุกแห่งนี้ได้ซะอย่างงั้น 
.
ซึ่งทั้ง 3 คนนี้วางแผนมาเป็นอย่างดี โคตรมีความอดทน และค่อยๆ รอผลของการกระทำของตัวเองอย่างช้าๆ เค้าช่วยกันใช้ส้อมเหล็กที่หามาได้ ในการขุดผนังเพื่อสร้างทางเชื่อมต่อไปยังท่อระบายอากาศ ที่จะนำเขาออกไปสู่หลังคาของคุก 
.
แต่เท่านั้นยังไม่พอ เพราะพวกนักโทษยังมีใจมาคิดวางแผนรอบคอบชั้น 2 ไปอีกต่อนึง เพราะเค้ารู้ว่าทุกคืนผู้คุมจะเดินตรวจตราฉายไฟฉายเข้ามาในห้อง ถ้าใครหายไปผู้คุมจะตามหาตัวทันที ดังนั้นพวกแกเลยเฝ้าคอยเวลาเก็บเล็กผสมน้อยแล้วปั้นปูนปลาสเตอร์รูปหัวคนขึ้นมา 3 หัว แล้วเก็บเอาผมจากร้านตัดผมในคุกเนี่ยแหละมาประดับให้มันเนียนกริบ
.
พอได้หัวปลอม 3 หัวแล้ว เค้าก็เอามาสอดไว้ใต้ผ้าห่มแทนหัวตัวเอง ทีนี้เจ้าหน้าที่ที่ฉายไฟฉายมองแบบผ่านๆ ตาก็จะเห็นหัวปลอมแล้วคิดว่านักโทษยังนอนหลับอยู่ ทั้งที่จริงๆ แล้วทั้ง 3 กำลังหลับหนีออกไปนั่นเอง
.
กว่าจะรู้ตัวว่านักโทษหายไปก็เช้าแล้วล่ะครับ เพราะเรียกยังไงทั้ง 3 ก็ไม่ยอมออกมา จนต้องเข้าห้องขังไปตาม ถึงจะรู้ว่าไม่มีใครอยู่ในห้องสักคนเดียว 
.
ทีนี้เพื่อนๆ คงสงสัยล่ะสิว่า รอดออกมาจากคุกได้ แล้วจะข้ามน้ำข้ามทะเลมายังไง ลมก็แรง หนาวก็หนาว ซึ่งเจ้าหน้าที่เองเค้าก็คิดแบบนั้นเหมือนกันว่า นักโทษพวกนี้คงไม่รอดแล้วแหละ ทั้ง 3 น่าจะเสียชีวิตไปจากการว่ายน้ำข้ามเกาะจมหายวับไปจากโลกนี้แล้วแหละ
.
แต่มันจะเป็นแบบนั้นไปได้ยังไง ในเมื่อทั้ง 3 คนนี้เค้าคิดการณ์ใหญ่ขนาดนี้แล้วเค้าไม่มาตกม้าตายง่ายๆ แน่นอน พี่แกได้ทำแพพองลมขึ้นมาจากเสื้อกันฝนที่เตรียมเอาไว้ แล้วก็ล่องมันไปกับกระแสน้ำเพื่อเข้าไปยังฝั่ง ซึ่งเรื่องวิธีการหลบหนีแบบจริงๆ จังๆ นี้ก็เพิ่งจะถูกคลายปมปริศนากันไปเมื่อไม่กี่วันนี้เองครับ
.
หลังจากเหตุการณ์นักโทษหลบหนีจาก Alcatraz เกิดขึ้นเมื่อ 56 ปีที่แล้ว ก็มีแต่คนคิดว่าทั้ง 3 คนนี้ตายแน่นอน แต่ทุกอย่างก็กลับตารปัตรอีกครั้ง เมื่อหนึ่งในนักโทษนี้ได้ส่งจดหมายมาให้กับ FBI ว่า..
.
“ผม จอห์น แองกลิน ผู้หลบหนีจากคุก Alcatraz เมื่อปี 1962 พร้อมกับพี่ชายและเพื่อนของเราแฟรงค์ ตอนนี้ผมอายุ 83 ปีแล้ว ซึ่งดูไม่ค่อยดีนักเพราะผมป่วยเป็นมะเร็ง ผมรู้ว่าสิ่งที่เราทำกันในคืนนั้นมันฉิวเฉียดมาก, แฟรงก์เสียชีวิตเมื่อปี 2005 หลุมศพของเค้าถูกฝังอยู่ที่เมืองอะเล็กซานเดรีย ภายใต้ใช้ชื่ออื่น ส่วนพี่ชายของผมเสียชีวิตเมื่อปี 2011”
.
แล้วเค้ายังบอกด้วยนะว่า ถ้าเกิดจดหมายฉบับนี้ได้เผยแพร่ออกไป เค้าจะเข้ามามอบตัว แต่ขออย่างนึงว่า ต้องให้เค้ารับโทษแค่ 1 ปี พอ และเค้าต้องได้รับการรักษาพยาบาลอย่างดีด้วย แน่ะ แหกคุกไปแล้วยังมีมาต่อรองอีก ร้ายจริงๆ ปู่คนนี้ 
.
ซึ่งแกจะติดต่อมาอีกทีเพื่อมอบตัวบอกว่าแกอยู่ไหน หลังจากที่เรื่องนี้แพร่ไปแล้วเท่านั้น และลงท้ายด้วยว่า นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะ เค้าพูดด้วยความสัตย์จริงทุกประการ
.

โดยจดหมายนี้ถูกส่งมายังสำนักข่าวในแคลิฟอร์เนียตั้งแต่ปี 2013 แล้วล่ะครับ แต่สำนักข่าวไม่ได้เปิดเผย เค้าเพิ่งเอามาเปิดเผยเมื่อเร็วๆ นี้เอง ซึ่งมันก็ผ่านมา 5 ปีแล้ว ที่เค้าต้องประวิงเวลานานขนาดนี้ก็เพราะว่า เค้าไม่มั่นใจว่ามันเป็นจดหมายจริงหรือปลอม เพราะลายมือที่เขียนมามันก็แกะไม่ออก ถ้าเปิดเผยไปก็กลายเป็นว่า ให้ข้อมูลเท็จอีก 
.
ดังนั้นมันก็ต้องอาศัยกระบวนการสักนิดนึงครับ โดยเค้าตามหาความจริงเริ่มจากการพูดคุยกับหลายชายของปู่คนนี้ซะก่อน แล้วหลานชายก็ยืนยันได้ด้วยว่า ปู่คนนี้ที่แหกคุกมา เค้าส่งกุหลาบมาให้ให้คุณยาย หรือก็คือลูกสาวเค้านั่นเอง หลังจากที่แหกคุกออกมาได้แล้ว  
.
แต่ก็นั่นแหละครับ แค่นั้นมันอาจจะยังบอกอะไรไม่ได้มาก เพราะใครจะส่งให้ก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าตัวจริงๆ แถมหลักฐานแต่ละอย่างที่ตรวจสอบไปตรวจสอบมา หรือที่มีคนแจ้งเบาะแสต่างๆ เข้ามาเกี่ยวกับการหลบหนีครั้งนี้ หรือการรอดชีวิตของปู่คนนี้มันก็เป็นของปลอมแทบจะ 99% เลย เค้าเลยไม่เปิดเผยจนมาถึงวันนี้
.
แต่ตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่เค้าอยากได้ข้อสรุปที่แท้จริงของเรื่องนี้แล้วล่ะครับ เลยเปิดโอกาสให้คนได้รับรู้ ว่ามันมีจดหมายฉบับนี้ พร้อมเงื่อนไขเหล่านี้อยู่ และถ้าพิสูจน์ได้ว่ามันเป็นของจริงล่ะก็ นั่นก็เท่ากับเป็นการพิสูจน์แล้วว่า ตำนานไร้พ่ายของคุกแห่งนี้ถูกพังทลายลงโดย 3 นักโทษเหล่านี้จริงตามข่าวลือที่ส่งต่อมาจนยุคปัจจุบัน เพราะก่อนหน้านั้นใครต่อใครก็พูดกันไปเองว่าทั้ง 3 คนตายแล้ว
.
แล้วเพื่อนๆ ล่ะคิดว่าจดหมายฉบับนี้มันจริงมั้ย แล้วทั้ง 3 คนเค้ารอดจากคุก Alcatraz มาได้จริงรึเปล่า หรือมีความเห็นยังไงบ้าง คอมเมนท์มาคุยกันเลย เดี๋ยวผมจะเข้าไปอ่านทุกอันนแนอนคร้าบ
ส่งกำลังใจให้ จขกท.

แสดงความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป