/>

[Review] 5 แอปพลิเคชันเรียนภาษาอังกฤษ เก่งอังกฤษได้ด้วยตัวเอง 2019 [ยินดีให้แชร์]

วิว
#เรียนภาษา #english #ภาษาอังกฤษ #เรียนภาษาอังกฤษ #รีวิว
    ภาษาอังกฤษนับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งภาษาที่สำคัญ เพราะนอกจากจะเป็นภาษาสากลของโลกแล้ว ภาษาอังกฤษยังมีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆในสังคมไทย โลกทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเป็นอย่างมาก ส่งผลให้การเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆรอบตัวพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว การสื่อสารกับโลกภายนอกจึงเป็นสิ่งจำเป็น ซึ่งทำให้ภาษาอังกฤษมีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะกับเด็กรุ่นใหม่ที่เป็นอนาคตของชาติ ไม่เพียงเท่านี้ภาษาอังกฤษยังทำให้เราได้เปรียบในหลายด้าน เช่น ด้านการทำงาน ด้านธุรกิจ รวมไปถึงด้านการศึกษา 
     และด้วยเหตุผลที่กล่าวมาวันนี้เราก็เลยจะมารีวิวแอปพลิเคชันเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง สำหรับคนที่อยากจะเรียนภาษาอังกฤษแต่ไม่มีิเวลาไปเรียน หรือสำหรับใครที่อยากจะพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของตัวเอง แนะนำว่าวิธีนี้ค่อนข้างเหมาะกับคนที่อยากพูดภาษาอังกฤษได้แต่ไม่ค่อยมีเวลา หรือไม่อยากเสียเงินจ่ายค่าเรียนพิเศษ 
     ก่อนอื่นเลยเราต้องบอกก่อนว่าแอปพลิเคชันที่เราจะรีวิวนี้ เป็นแอปพลิเคชันที่เราลองแล้วเรารู้สึกว่าเราได้ความรู้ ได้คำศัพท์เพิ่มจริงๆ มีทั้งแอปพลิเคชันฟรีและแอปพลิเคชันที่มีค่าใช้จ่าย แล้วแต่ความชอบของแต่ละคนนะคะ :D 


1.Duolingo

9/10
สำหรับแอปพลิเคชันนี้เราค่อนข้างแนะนำนะคะ เป็นแอปเรียนภาษาอังกฤษฟรีที่คุ้มมากๆ ตอนดาวน์โหลดครั้งแรกจะมีการทดสอบระดับภาษาอังกฤษของเราก่อน เพื่อบทเรียนที่เหมาะสมกับระดับภาษาของเรา ไม่ยากเกินไปไม่ง่ายเกินไป แอปนี้จะเน้นรวมๆทั้งหลักแกรมมาร์และคำศัพท์ต่างๆ จะมีเป็นหมวดต่างๆตามภาพที่2 ถ้าเราทำไปสักพักแล้วเข้าใจในส่วนของพาร์ทนี้ ก็ไปทำจุดตรวจสอบความเข้าใจเพื่อปลดล็อคพาร์ทต่อไป ในแต่ละพาร์ทจะมีหมวดแกรมมาร์และคำศัพท์อยู่รวมกัน สามารถเลือกเล่นอันไหนก็ได้แล้วแต่ชอบ ตามภาพที่3 เรายกตัวอย่างของหมวดหมู่คำศัพท์เกี่ยวกับสีมา ในแต่ละหมวดหมู่ที่เราเลือกจะมีการเรียนเหมือนกันคือ แปลไทยเป็นอังกฤษ แปลอังกฤษเป็นไทย และการพูด 
ข้อดี 
-มีหลากหลายหมวดหมู่ให้เลือก และมีทั้งแกรมมาร์กับคำศัพท์รวมกัน
-ได้ฝึกฝนทักษะการแปล การฟัง และการพูด
-มีคำบรรยายภาษาไทย
-เป็นแอปพลิเคชันฟรี สามารถใช้ได้เรื่อยๆไม่จำกัดต่อวัน
-เลือกเรียนภาษาอื่นที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษได้

ข้อเสีย
-ในส่วนของการแปลที่ต้องพิมพ์คำตอบเอง ต้องตอบให้ถูกตามที่แอปพลิเคชันตั้งค่าไว้ ซึ่งบางทีมันไม่ตรงกับที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน (ดูจากภาพที่4)


2.Speak - Practice your English

9/10

แอปนี้จะเน้นในการฝึกทักษะการฟังและพูด เราแนะนำสำหรับใครที่จะอยากจะฝึกพูดภาษาอังกฤษชัดๆ พูดแล้วฝรั่งเข้าใจว่าเราจะหมายถึงอะไร แอปนี้เขาจะสร้างตัวละครมาคุยกับเรา โดยแต่ละตัวละครก็จะมีสถานการณ์ที่แตกต่างกันมาให้ จากภาพเป็นตัวละครตัวแรกที่เราต้องคุยกับเขาเพื่อปลดล็อคตัวละครอื่น เราชอบแอปนี้ตรงที่ว่าเวลาตัวละครพูดจะเป็นแถบข้อความสีดำธรรมดาให้เราแตะเพื่อดูว่าข้อความนั้นคืออะไร ถือว่าเป็นการฝึกทักษะการฟังไปในตัว ส่วนสำคัญคือเวลาเราพูด เขาจะมีประโยคมาให้เราพูดเหมือนส่งข้อความเสียง แต่มันดีตรงที่ว่าเวลาเราพูดไปแล้วแต่ละคำจะมีอยู่สามสี บ่งบอกถึงระดับความเข้าใจ ประมาณว่าที่เราพูดออกไปคนอื่นฟังแล้วเข้าใจเรามากน้อยแค่ไหน ในส่วนของคำไหนที่เราไม่รู้ว่าอ่านว่าอะไรให้กดที่คำนั้นแล้วจะมีเสียงคำอ่านคำนั้นให้ 
ข้อดี
-เป็นแอปพลิเคชันฟรี

-มีสถานการณ์ต่างๆทำให้ไม่น่าเบื่อ
-มีคำอ่านเป็นเสียงที่เราสามารถพูดตามได้
-สามารถฝึกได้ทั้งทักษะการฟังและการพูด
ข้อเสีย
-อย่างที่บอกว่าแอปนี้เน้นการพูด จึงไม่มีคำแปลสำหรับคำศัพท์ที่เราไม่รู้ความหมาย


3.Johny Grammar Word Challenge

8/10
แอปนี้เป็นการเรียนภาษาอังกฤษเหมือนเล่นเกมเกมแข่งกับเวลามากกว่า เราแนะนำสำหรับคนที่มีพื้นฐานภาษาอังกฤษอยู่บ้าง เพราะว่าแอปนี้ไม่มีภาษาไทยอธิบายว่าเราต้องทำอะไรบ้าง สำหรับแอปนี้เราสามารถเลือกได้ว่าอยากเล่นอันไหน มีอยู่สามหัวข้อหลักๆก็คือ Grammar Words และ การสะกดคำ นอกจากนี้ยังมีหมวดหมู่ย่อยอีก เช่นสมมติว่าเราเลือก Words เขาก็จะมีให้เลือกว่าเราอยากเล่นคำศัพท์เกี่ยวกับอะไร ในแอปนี้เราจะต้องเลือกคำตอบที่ถูกต้องภายในเวลา 1 นาที ไม่ได้กำหนดจำนวนข้อชัดเจน เป็นเหมือนการแข่งกับเวลามากกว่าว่าภายใน 1 นาทีเราสามารถทำได้กี่ข้อ และทำได้ถูกกี่ข้อ โดยตอนสุดท้ายเราสามารถดูได้ว่าเราผิดข้อไหน และคำตอบที่ถูกต้องของข้อนั้นคืออะไร
ข้อดี
-เป็นแอปฟรี
-สามารถเลือกได้หลากหลายหัวข้อ
-ฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษได้เร็วขึ้นเพราะต้องแข่งกับเวลา
-สามารถดูข้อที่ผิดพลาดได้
-เลือกระดับความยากง่ายได้

ข้อเสีย
-ไม่มีภาษาไทย
-ไม่มีคำแปลคำศัพท์ ต้องไปหาคำแปลเอาเองในอินเทอร์เน็ต
-ไม่มีคำอธิบายในหมวด GRAMMAR

4.Bright

9/10
แอปนี้จะเน้นในเรื่องของคำศัพท์ เราชอบแอปนี้ตรงที่ว่าเราเลือกระดับภาษาอังกฤษให้ตัวเอง เลือกประเภทคำศัพท์ที่เราอยากเรียนได้ เช่นถ้าเราอยากรู้คำศัพท์เกี่ยวกับการสื่อสาร เราก็เลืิอกประเภทการสื่อสารและเลือกได้มากกว่าหนึ่งประเภทด้วย แล้วก็แอปนี้ค่อนข้างพิเศษตรงที่ว่าจะเน้นเรียนคำศัพท์แค่วันละแปดคำเท่านั้น โดยแต่ละวันจะมีคำศัพท์มาให้ 16 คำให้เราเลือกออกมา 8 คำที่อยากจะเรียน ได้ฝึกทั้งทักษะการฟัง การพูดไปด้วย จากที่เราเลือกมา 8 คำเขาจะให้เราจำทีละ 4 คำ แอปนี้คล้ายๆกับแอป Duolingo เลยคือแปลไทยเป็นอังกฤษ อังกฤษเป็นไทย ฝึกพูดและฟัง สำหรับใครที่ฝึก 8 คำแล้วรู้สึกอยากฝึกเพิ่มอีกสักหน่อย สามารถฝึกได้อีก 8 คำ แต่จะเป็น 8 คำที่เราไม่ได้เลือกในตอนแรก (เราสามารถไปตั้งค่าได้ว่าในแต่ละวันจะเรียนกี่คำศัพท์ มี 4 8 และ 12 คำต่อวัน) 
ข้อดี
-เป็นการเรียนแบบค่อยเป็นค่อยไป ทำให้จำคำศัพท์ได้ดีกว่า
-สามารถเลือกหมวดหมู่ เลือกประเภทได้ตามต้องการ
-มีคำแปล คำอธิบายเป็นภาษาไทยทำให้เข้าใจได้มากกว่า
-การแปลจากอังกฤษเป็นไทยแอปนี้ตรงกับที่เราใช้กันในชีวิตประจำวันมากกว่า
-มีเสียงคำศัพท์ตลอดการทำแบบฝึกหัด
-มีความคืบหน้าอัปเดตในระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์และหนึ่งเดือน

ข้อเสีย
-แบบฝึกหัดในแต่ละวันจะวนเวียนอยู่แค่ 8 คำที่เราเลือกมาเท่านั้น สำหรับใครที่ไม่ชอบทำอะไรซ้ำๆอาจจะรู้สึกน่าเบื่อ
-ฟังก์ชันการใช้งานอื่นๆนอกเหนือจากทำแบบฝึกหัดน้อย

*แอปพลิเคชันนี้ไม่ใช่แอปพลิเคชันฟรีนะคะ สำหรับใครที่สนใจสามารถทดลองได้ฟรี 7 วันค่ะ ถ้าใครไม่อยากเสียเงินเราแนะนำแอพ Duolingo มากกว่าเพราะเรารู้สึกว่ามันไม่ได้ต่างอะไรกันมาก แต่ถ้าใครชอบแอปนี้เราก็แนะนำสมัครสมาชิกแบบครั้งเดียวไปเลย เหมือนซื้อแอปพลิเคชัน ตอนนี้มีโปรโมชั่นอยู่ที่ 3200 บาท

5.ABA ENGLISH


8.5/10
แอปนี้เป็นอีกแอปที่เราลองแล้วรู้สึกว่าชอบ แอปนี้จะเป็นการเรียนภาษาอังกฤษที่ได้ทั้งทักษะการดู การฟัง การพูด การเขียน คือในแอปจะมีวิดีโอให้เลือกเยอะอยู่พอสมควร เป็นวิดีโอสั้นๆประมาณ 2-3 นาที เกี่ยวกับสถานการณ์ต่างๆ พอดูจบก็จะเป็นการฝึกพูดโดยเราจะได้ฝึกพูดบทของทั้งสองตัวละครในคลิป แต่เราเลือกได้ว่าเราจะพูดบทของใครก่อน จากนั้นก็จะเป็นส่วนของแบบฝึกหัด ในแบบฝึกหัดก็จะเป็นเกี่ยวกับเรื่องที่อยู่ในคลิปวิดีโอ อย่างเช่นคลิปวีดิโอที่เราเลือกเป็นคลิปเกี่ยวกับ Modal Verb แบบฝึกหัดก็จะเป็นการใช้เรื่องนี้ ส่วนตัวเรารู้สึกว่าแอปนี้ค่อนข้างสนุกค่ะ
ข้อดี
-ได้ฝึกหลายทักษะ
-สามารถนำไปใช้ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์เหมือนกับสถานการณ์ในคลิปวิดีโอได้
-สนุกสนาน

ข้อเสีย
-ไม่มีคำบรรยายภาษาไทย
-สำหรับบางคนอาจจะรู้สึกเบื่อที่ต้องฟังบทสนทนาเดิมซ้ำสองสามครั้ง
แอปนี้ไม่ใช่แอปฟรีค่ะ แต่มีให้ทดลองฟรี 7 วันเหมือนกับแอป Bright เลย ถ้าใครสนใจแอปนี้จริงๆ และอยากจะสมัครเราแนะนำให้สมัครเป็นรายปีนะคะ ปีละ 1250 บาท หารแล้วตกอยู่ที่ประมาณเดือนละ 104 บาท แอปนี้ไม่มีให้สมัครเป็นรายเดือนค่ะ มี 6 เดือนกับ 12 เดือนเท่านั้น 

สำหรับ 5 แอปพลิเคชันที่เรารีวิวมานี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของเราเองหลังจากได้ลองใช้แอปพลิเคชันแล้ว ผิดพลาดตรงไหนต้องขออภัยด้วยนะคะ สำหรับใครที่ยังไม่ถูกใจก็ลองไปเสิร์ชหาในอินเทอร์เน็ตดูได้ค่ะ ยังมีแอปพลิเคชันเรียนภาษาอังกฤษอีกหลากหลายแอปพลิเคชันเลย หรือว่าพิมพ์เข้าไปใน App store หรือ Google Play ได้เลยค่ะ :D
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

10 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป