ซ่อน
แสดง

ข้ามซีกโลกมาเมกาทั้งทีดันมาป้ะกับคนไทยซะงั้นน [ยินดีให้แชร์]

วิว
            แนะนำตัวสั้นๆหนาา เราเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนอเมริกา ตอนนี้มาแลกเปลี่ยนที่เมืองลอวเรนซ์ รัฐแคนซัสได้ประมาณ 5 เดือนกว่าๆแล้วจ้า เนื้อหาในกระทู้นี้ก็ตามหัวข้อเลยย ข้ามซีกโลกมาตั้งไกล๊ไกลแต่ดั๊นนมาได้คนไทยเป็นแฟน555 ส่วนเรื่องราวจะเป็นยังไงนั้น อ่านด้านล่างได้เลยจ้าา (ขอแทนชื่อพี่เขาว่าแพนด้าแล้วกันเนอะ)

            ต้องบอกก่อนว่าเมืองที่เรามาแลกเปลี่ยนเป็นเมืองมหาลัย นึกภาพนครปฐมบ้านเรา555 ไปไหนมาไหนก็จะมีแต่เด็กมหาลัยไรงี้ และเพราะเมืองมันเป็นเมืองมหาลัย รถบัสหลายๆสายเลยผ่านเข้าไปในตัว-ปัส กลายเป็นว่าในมหาลัยจะมีจุดจุดนึงเป็นจุดต่อรถหลัก ซึ่ง-จุดต่อรถตรงนี้เนี่ยแหล่ะ ที่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด



ภาพวิวสวยๆจากหน้าป้ายบัสงับบ

            วันที่เราเจอนายแพนด้าครั้งแรกเป็นวันที่เราต้องเข้าไปต่อบัสในมหาลัยครั้งแรก เหตุเนื่องจากวันนั้นเด๋อเผลอตกบัสโรงเรียนเลยต้องหาทางกลับบ้านเอง จำได้ว่าโฮสต์เคยบอกว่ามีบัสลงหน้าบ้านเลยจัดการหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดหาเลขบัสที่ต้องจับ ตอนนั้นก็รู้แล้วว่าต้องนั่งจากหน้าโรงเรียนไปต่อในมหาลัยนะ -เราก็โอเค้ จะยากแค่ไหนเชียว5555 จับรถรอบเมืองยากกว่านี้หลายขุมยังรอดมาแล้วเลย กะอีแค่รถบัสมีแอพพร้อม ไม่คณามือร้อกก
            ก็กลายเป็นว่าเราพาตัวเองมายืนหน้าป้ายหลักในมหาวิทยาลัยได้อย่างงงๆ ซึ่งระหว่างยืนรอบัสคันต่อไปเราก็ได้ยินบทสนทนาภาษาคุ้นหูดังมาจากข้างหลัง เลยหันขวับไปดู ‘เฮ้ยย คนไทยนี่หว่า’ เป็นพี่คนไทยกับ-คุณแพนด้านั่นเองที่ยืนคุยกันอยู่
            นั่นเป็นครั้งแรกที่เจอกัน ก็มีแลกเฟสแอดเข้ากรุ๊ปคนไทยตามปกติ ตอนนั้นเรายังไม่ได้คิดอะไรกับพี่นะ แต่แค่รู้สึกว่าถูกชะตากับคนคนนี้เฉยๆ ‘คนคนนี้น่าคุยด้วย’ ประมาณนี้

            หลังจากวันนั้นเราก็ไม่ได้เจอกันที่ป้ายบัสอีกเลย คงเพราะพี่เขายุ่งกับเรื่องเรียนเลยเลิกช้าลง ที่มีคุยกันก็คุยกันในเฟส พี่ทักเรามาถามเรื่องทั่วๆไป ตอนนั้นก็คุยกันเหมือนเพื่อน คือมันเรื่อยๆสนุกดีแต่ยังไม่ได้คิดอะไร555 กระทั่งได้เจอกันอีกทีก็ตอนนัดรวมกลุ่มคนไทยเลย
 
วันนัดกินข้าวใหญ่ : สภาพอกเอ๋ย heart
            เป็นวันที่ได้คุยกันแบบเห็นหน้าเป็นหนที่สอง สิ่งที่ได้จากการเจอกันหนนี้คือเรารู้สึกดีกับพี่เขามากขึ้น คือเขาเป็นคนจัดการเก่ง ตลก เป็นกันเอง แล้วทุกครั้งที่มองคือรู้สึกถูกชะตากับคนคนนี้มากขึ้น ไม่ใช่ว่าไม่ตงิดถามตัวเองนะ แต่เพราะเราเพิ่งรู้จักกันเอง ก็เลยยังไม่ฟันธงอะไรดีกว่า
 

            เพราะไม่ค่อยได้เจอหน้ากันเลยคุยกันผ่านโซเชียลเป็นส่วนใหญ่ เวลาลงสตอรีอะไรพี่เขาก็จะทักมาบ้างอะไรงี้เป็นครั้งคราว แต่คุยทีก็คุยยาวเพราะโยงไปนู่นไปนี่ได้ตลอด ก็คุยมาตลอดจนเราเริ่มเอะใจตัวเองละในวัน black Friday วันนั้นคุยยาวมากก น่าจะเป็นชั่วโมงกว่าได้ เราเริ่มสงสัยละว่า เอ..ทำไมพี่เขาทักมาบ่อยจังแฮะ? ทำไมถึงคุยกับคนคนนี้ได้นาน? ทำไมเดี๋ยวนี้มันมีคำสองแง่สองง่ามมาให้ใจเตลิด? มันต้องมีอะไรซักอย่างผิดปกติแน่ๆ หรือว่า พี่เขากำลังจะจีบเราอยู่นะ?
                งานนี้ก็เลยต้องถามที่ปรึกษาอเนกประสงค์ที่ไทย นางเพื่อนสนิท “แก แกว่าอย่างนี้กุคิดไปเองรึเปล่าวะ?” และเมื่อเราสองคนลงความเห็นว่าควรคุยๆไปเพราะมันไม่ปกติเราก็เลยลองสังเกตตัวเองมากขึ้น และในที่สุด..
            ..เราว่า เรารู้สึกกับพี่เขาขึ้นมาจริงๆแล้วเหมือนกัน!
            ตั้งแต่ตอนนั้นมาก็ดูเชิง เราไม่ได้คิดไปเองใช่ไหม? เขามีแฟนหรือยัง? ก็วุ่นอยู่นะช่วงนั้นเพราะกลัวเหมือนกันว่าถ้าทั้งหมดมันเป็นการมโนของเรามันจะต้องเจ็บ กระทั่ง..
 

ปาร์ตี้คริสต์มาส : สภาพอกเอ๋ย heartheart (ชะงักเพราะไม่แน่ใจว่าแพนด้ามีแฟนหรือยัง)
            ปาร์ตี้ที่เราไปเป็นปาร์ตี้ของเด็กมหาวิทยาลัย เราก็ตกลงกับเด็กแลกเปลี่ยนไทยอีกคนว่าจะไปงานนี้นะ เป็นเพื่อนผู้ชายที่ค่อนข้างสนิท เพราะในเมืองเด็กไทยจากโครงการเดียวกันก็มีอยู่แค่นี้555 แถมเวลาไปไหนมาไหนพวกไปค่ายเขาก็จะติดรถไปกับเราตลอด ก็นับว่าโชกโชนด้วยกันมาประมาณนึง แน่นอนว่างานนี้นายแพนด้าก็มาด้วย เราเด็กไทยสามคนเลยกระจุกอยู่ติดกันเหมือนกระยาสารทไม่ว่าจะไปไหน สิ่งที่เรียนรู้จากวันนี้คือแพนด้าไม่ใช่แค่เป็นคนตลก แต่มันคลั่งงง!!! นี่หัวเราะแทบตายตอนนางมาดหลุด ในใจคือ ‘คนอะไรวะน่ารักชห.’ แต่ด้วยไม่แน่ใจไง เราก็เลยต้องเก็บอาการ
            รู้แล้วล่ะว่าห้ามตัวเองไม่ให้แอบมองหาเขาไม่ได้ตอนที่ต้องแยกกลุ่ม อีตาบ้า อย่ามาทำให้ใจเต้นแล้วหายไปสิเหวย5555
                จุดพีคที่ทำให้เราค่อนข้างมั่นใจว่าแพนด้ารุกเราอยู่สืบเนื่องมาจากเราอัพรูปเรากับเด็กแลกเปลี่ยนอีกคนในสตอรี่ แล้วเพื่อนถามกันเข้ามาเยอะมากว่า “คนนี้แฟนเหรอ?” จนต้องโพสต์อีกสตอรี่ตอบดักว่า “เพื่อนโว้ยย” จากนั้นล่ะที่แพนด้าตอบสตอรี่นี้กลับมา เป็นรูปอิโมจิปรบมือ พอถามว่ามีอะไรป้ะก็ตอบเปล่าาา เราว่าทุกคนถ้าเจออย่างนี้ก็ต้องชะงักบ้างล่ะ555 เปล่าแบบสระ -า ยาวๆมันต้องมีอะไรแน่..



***แก้ไขครั้งที่ 1 เพิ่มรูปปกจ้ะ
(เดี๋ยวมาต่อเน้อ ไปนอนก่อน5555)



มาต่อล้าววว (หลังจากหายไปนอนซะนาน555)

งั้นต่อเลยไม่มีรีรอแล้วเน้ออ หลังจากนั้นเป็นช่วงใหญ่ๆเลยล่ะที่เราเก็บเรื่องนี้มาคิด สิ่งที่กังวลอยู่ในใจคือ “พี่เขาจะคิดเหมือนกับเราจริงๆเหรอ?” “หรือเขาแค่เฟรนด์ลี่หวา?” กระทั่ง..

จู่ๆเหมือนความบ้าบิ่นในตัวมันพลุ่งพรวดออกมา เอาวะ! เป็นแค่คนคุยไปก่อน อย่างน้อยได้บอกออกไปก็ยังดีกว่ามโนอยู่ฝั่งเดียวนะเฟ่ย!

ณ วันที่ 17 ธันวาคม 2018 เราได้ตัดสินใจเหยียบก้าวแรกไปบนเส้นทางที่ไม่อาจย้อนกลับ..

            ถามว่าตอนนั้นกลัวไหม สั่นเลยล่ะ555 แต่เราคิดอย่างนี้ไงว่า บอกไปก่อนดีกว่าปล่อยให้มันลุกลามแล้วเจ็บหนักกว่าเดิม กลัวอยู่เหมือนกันว่าเขาจะเซย์โน แต่ถ้าไม่บอกไป ถ้าไม่เริ่ม มันก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงใช่ไหมล่า

            แค่หลังจากนั้นสัปดาห์ต่อมาก็ขอเขาเป็นแฟนกันเลย5555 (มันมีสตอรีเบื้องหลังอยู่อีก55 แต่ขอไม่เล่าเน้อ)

            แต่กดดันแบบ กดดันจริงๆ สองสัปดาห์รวด เหมือนกำลังยืนอยู่บนพื้นน้ำแข็งที่พร้อมจะพังลงไปได้ตลอดเวลาแล้วสิ่งเดียวที่ทำให้ยังยืนอยู่ได้คือความมั่นใจในความรู้สึกของตัวเอง และก็มีอยู่แค่นั้นล่ะ ไอเทมที่เตรียมมาข้ามเส้นความสัมพันธ์ครั้งนี้ ตอนนั้นยอมรับว่าฟุ้งซ่านมากกกก เราคิดไปเรื่อยว่า นี่มันสายฟ้าแลบไปไหม? พี่เขาจะรับไหวไหม? นี่เราข้ามอะไรไปหรือเปล่านะ?

            จะว่าโชคดีหรือร้ายดีที่ช่วงนั้นเป็นปิดเทอม พี่เขาก็คุยกับเราได้เต็มที่ เพียงแต่เราอยู่ด้วยกันไม่ได้เพราะพี่เขาไปเที่ยวที่อีกรัฐนึง เอาง่ายๆก็คือหลังจากขอเป็นแฟนกันต้องรอประมาณหนึ่งเดือนถึงจะได้เจอหน้า ซึ่งก็คือช่วงที่เราเปิดเทอมแล้ว

ไปเยี่ยมครั้งแรก : สภาพอกเอ๋ย heartheartheartheartheart

ด้วยเพราะโรงเรียนกับมหาลัยอยู่ห่างกันแค่เดินเท้า 7 นาที แถมช่วงนั้นแพนๆกลับมาแล้วเลยตกลงว่าจะไปเยี่ยม ตอนนั้นเราก็เกร็งๆเพราะ นี่ เป็น ครั้ง แรก ที่ เจอกัน ในฐานะแฟน!!! ก็จะตัวแข็งเป็นหุ่นยนต์เลยช่วงแรกๆ5555 กิจกรรมอย่างแรกที่ทำด้วยกันคือ ดู Netflix เรื่องอะไรน่ะเหรอ55 เรื่อง sex education 5555 ชื่อเรื่องมันช่างส่อเนอะ แต่มันก็สนุกดี แล้วเราก็คุยกันบ้าง ค้นพบว่า-คุณแพนด้าเป็นพวกขี้แกล้งตัวพ่อ อยู่ด้วยกันประมาณชั่วโมงครึ่งมั้งแล้วก็นั่งรถบัสกลับ

            ถามว่าทำไมถึงให้คะแนนอกเอ๋ยอีเวนท์นี้เยอะ นั่นก็เป็นเพราะว่า วันนี้เป็นวันที่เราตั้งตานับถอยหลังรอยังไงล่ะ จากที่ได้แต่เจอกันผ่านหน้าจอวันนี้ก็จะได้เจอตัวจริงแล้ว เพราะฉะนั้นมันก็ไม่แปลกหรอกที่หัวใจมันจะเต้นรัวเสียซะขนาดนั้น แถมมันก็มีหลายอย่างที่เราไม่เคยตั้งตัวว่ามันจะเกิดขึ้น ถ้าคะแนนวันนี้ไม่เต็มห้าที่เหลือก็ไม่น่าจะเมคเซนซ์แล้วล่ะ5555

            ซึ่งระหว่างนี้เราก็คิด ยังไงซักวันนึงเราก็ต้องกลับไทย ความสัมพันธ์ระหว่างเราในตอนนั้น..จะเป็นยังไงกันนะ

            ถ้าระยะห่างระหว่างเราไม่ใช่แค่เส้นแบ่งรัฐแต่เป็นอีกซีกโลก ถ้าเวลาไม่ใช่แค่เดือนเดียวแต่เป็นปีๆ เราจะยังรักษาความสัมพันธ์ของเราเอาไว้ได้ไหมนะ?




รอต่อเฟสเดือนกุมภาจ้าา...

ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป