ซ่อน
แสดง

อยากเป็นหมอจริงหรือเปล่า? ตอน 1 [ยินดีให้แชร์]

วิว
#เรียนหมอ #อยากเป็นหมอ #อยากเรียนหมอ
สำหรับน้องที่สนใจคณะแพทย์ คลิปนี้จะแนะนำการเรียนคร่าว ๆ เกี่ยวกับชั้นปีต่าง ๆ นะคะ
การเรียนคณะแพทย์แบ่งออกเป็นชั้น Pre-clinic คือ ปี 1-3 เรียนทฤษฎีทั่วไป และ Clinic ปี 4-6 เริ่มใช้ชีวิตเข้าใกล้ความเป็นหมอมากขึ้น ส่วนใหญ่จะเริ่มรู้ตัวจริง ๆ ว่าชอบหมอหรือเปล่ากันก็ตอนนี้ เพราะฉะนั้นอยากให้น้องศึกษาชีวิตความเป็นแพทย์จริง ๆ ว่าน้องชอบไลฟ์สไตล์ชีวิตแบบนี้หรือเปล่านะคะ เรื่องเรียนหนักถ้าเราพยายามจริง ๆ เราผ่านได้อยู่แล้ว แต่ถ้าเราไม่ชอบชีวิตการเป็นแพทย์จะลำบากยิ่งกว่านะคะ ซึ่งในวีดิโอต่อไปพี่จะแนะนำชีวิตของการเป็นหมอจริง ๆ ว่าหนักยังไงบ้าง รอติดตามกันด้วยนะคะ :D 
ส่งกำลังใจให้ จขกท.

แสดงความคิดเห็น

1 ความคิดเห็น

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      มันขึ้นอยู่กับโอกาสและการปรับตัว การเป็นหมอ ข้าราชการมีการแข่งขันที่สูงมาก แต่ละปีเห็นจากเด็ก 2-3 แสน เป็นเรียนหมอแค่ซัก 5000 ก็แค่ 2% เท่านั้น เมื่อสอบได้ก็นับว่าได้รับโอกาสเป็นอย่างมาก สมมุติว่ามีคนที่คิดกันหลายแบบ ได้แก่แบบผมคือลองดูเข้าไปเรียน พอถึงปี 4 ทนไม่ไหวก็รับ วทบ. การแพทย์ไป ข้อเสียที่เกิดขึ้นก็คือ ผมเข้าไปกันที่คนที่เขาอยากจะเป็นหมอจริงๆ แต่ผมคิดว่าที่เป็นแบบบี้ได้ อาจเป็นเพราะต้นทุนของแต่ละคนต่างกัน ต้นทุนของผมมีมากกว่าคนอื่น เก่งเลข เป็นติวเตอร์ได้ ฐานะครอบครัวก็ดี(เหรอ)จึงสามารถเลือกคำตอบในแบบเฉพาะตัวได้ แต่ยังมีเพื่อนผม พ่อแม่เป็นแค่ชาวบ้าน ชาวนา ข้าราชการฐานะปานกลาง ปัญหาครอบครัวเพียบ เวลามาเรียนต้องกู้ยืมเรียน เพื่อนผมเหล่านี้เขาบอกผมเสมอว่าต้องสู้ สู้ สู้ ขอขอบใจเพื่อนๆเป็นอย่างมากสำหรับกำลังใจ สำหรับมิตรภาพ ทำให้ผมเข้าใจว่าทำไมเขาเหล่านั้นจึงลุยไปถึงเส้นชัย 6 ปี และวันนี้เขาเป็นหมออยู่ที่ต่างๆทั่วประเทศ จะเอกชน รัฐบาลก็แล้วแต่ พวกเขาภูมิใจกับเสื้อกาวน์ที่เขาใส่อยู่ มีความสุขกับการหายหรือดีขึ้นของคนไข้ ที่เขามาถึงวันนี้ได้ฝืนใจเรียนจนจบ ยอมบุกป่าฝ่่าดงมาเป็นหมอ เพราะเขาไม่ได้มองแค่บวดแผลบนตัวเขาเองที่ได้รับ มากกว่านั้นเขายอมเสียสละ ยอมเจ็บ ยอมเซ็ง เหนื่อยเพื่อพวกเราคนทั่วไป และสุดท้ายเขาคงทำเพื่อคนข้างหลัง คนที่ให้กำลังใจเขาอยู่ที่บ้าน ซึ่งอาจเป็นพ่อ เป็นแม่ ลุง ป้า น้า อาหรือใครสักคนที่เขารักนั่นเอง เขาจึงยอมปรับตัว ยอมเหนื่อยทน สละสุข ลุยทุกข์จนเป็นหมอได้ ฉะนั้นคำว่าหมอจึงไม่ใช่แค่เรื่องของโอกาสและรายได้ แต่รวมถึงการเป็นผู้เสียสละแก่สังคม ค้ำจุนบุพการี เมตตาปราณีคนรักอีกด้วย

      ตอบกลับ

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป