ซ่อน
แสดง

มีเชื้อHIV แต่อยากเรียนทันตแพทย์ [ยินดีให้แชร์]

วิว
#tcas62
ผมมีเชื้อHIVครับ แต่อยากเรียนทันตแพทย์มากๆ ตั้งใจอ่านหนังสือเพื่อจะเข้าคณะนี้ แต่จะมีปัญหาตอนเจาะเลือดตรวจสุขภาพไหมครับ มีตรวจหาHIVด้วยไหมครับ
ส่งกำลังใจให้ จขกท.

แสดงความคิดเห็น

3 ความคิดเห็น

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ลองเช็คระเบียบการดูเอาเนอะ ถ้ามันไม่ได้อยู่ในกลุ่มโรคร้ายแรง ที่มีผลต่อการศึกษาอาจจะเรียนได้ก้อได้ ถ้าไม่แน่ใจลองโทรถาม พวก กสพท.ไปเลย เอาให้ชัดๆ


      แต่ไอปัญหาที่ว่าจะมีปัญหาตอนเจาะเลือดตรวจสุขภาพไหม?


      มันไม่มีหรอก เพราะเราไปตรวจสุขภาพใบมันก็ตีออกมาว่าเรามีเชื้อเฉยๆ ไม่ได้มีปัญหาอื่นๆ อะไร พอตรวจแล้วก้อวนไปอ่านย่อหน้าแรกของเม้นต์เราใหม่นะ ว่าโรคมันจัดอยู่ในหมวดนั้นไหม ถ้าไม่เราว่าก้อน่าจะอะลุ่มอล่วยกันได้อยู่


      แต่เอาจริงๆ ในความเป็นจริงอ่ะ เป็นเรานะ เราก้อไม่อยากแนะนำให้เรียนเท่าไหร่ (ต้องอธิบายต่อก่อน เดี๋ยวพวกโลกสวยจะเข้ามาเม้นด่าเรา 555)


      คือพวก ทันตแพทย์ แพทย์ พยาบาล อะไรพวกนี้มันเป็นอาชีพที่ต้องข้องเกี่ยวกับเลือดตลอดเวลาเลย (ยิ่งทันตแพทย์ด้วยแล้ว มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่เจอเลือดในปากคนไข้) บางทีเกิดเราพลั้งเราพลาดไป แล้วเขาติดเชื้อจากเรา คนที่แย่เผลอๆ จะต้องเป็นเราเองนะ เพราะงั้นถ้าอยากเรียนพวกสายวิทย์สุขภาพ เราแนะนำไปทางพวกกายภาพบำบัด อะไรอย่างนั้นดีกว่าไหม

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      แนะนำว่าควรแจ้งโรงพยาบาลก่อนทำการตรวจครับ ในการทำหัตการหรืออะไรก็ตามกับผู้ป่วย HIV แพทย์ พยาบาล ทันตแพทย์ จำเป็นต้องรู้ประวัติเพื่อเพิ่มมาตราป้องกันครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญในส่วนของ inflection control ที่ต้องเพิ่มมากกว่าผุ้ป่วยที่ไม่ติดเชื้อมากพอสมควร

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เมื่อสถิติวัยรุ่นจำนวนมากมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกแบบไม่ป้องกันและมีการติดเชื้อเอชไอวีมีการเพิ่มจำนวนมากขึ้น จากสถานการณ์การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 พบว่าร้อยละ 70 ของการแพร่เชื้อเอชไอวีเกิดขึ้นในคนอายุประมาณ 15-24 ปี และพบสถิติว่าวัยรุ่นจำนวนมากมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกแบบไม่ป้องกัน โดยไม่มีการทานยาเพร็พ หรือการใช้ถุงยางอนามัย

      Speak Out ยิ่งพูด ยิ่งใกล้ เป็น แคมเปญภายใต้มูลนิธิเพื่อรัก หรือ Love Foundation ที่ต้องการส่ง message ไปยังกลุ่มชายรักชายในประเทศไทยให้กล้าที่จะพูดคุยถึงสถานะสุขภาพทางเพศของตนเอง เป้าหมายสำคัญก็เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการแบ่งปันความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ HIV และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ต่างๆ เข้าใจถึงความเสี่ยงและการป้องกัน การใช้ยา PrEP และเป็นอีกหนึ่งเสียงที่ร่วมเชิญชวนให้ทุกคนสามารถเข้าถึงการตรวจ HIV และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดอัตราการติดเชื้อในผู้ป่วยรายใหม่ และช่วยให้ผู้ติดเชื้อได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วที่สุด

      โดยรูปแบบของแคมเปญได้คัดเลือกตัวแทนจากทั่วประเทศ ทุกภาคของไทย เพื่อมาเป็นตัวแทน เล่าถึงประสพการณ์และพูดคุยถึงสถานะสุขภาพทางเพศของตนเอง ทั้งเรื่องของการทานยาเพร็พ ผลข้างเคียงของการทานเพร็พ ประโยชน์ของการทานเพร็พ และยังมีตัวแทนที่มีผลเลือดเป็นบวก ที่ได้มากล่าวถึงการดูแลตัวเอง และการดำเนินชีวิต และเล่าถึงประสบการณ์เกียวการการรักษาตัวจากเอชไอวี เพื่อเป็นแนวทางและเป็นตัวเองการดำเนินชีวิต

      นอกจากนี้ยังมีทีมแพทย์ ที่มีประสบการณ์จากการรักษาเอชไอวี และทำงานกับกลุ่มวัยรุ่นในเรื่องของเอชไอวี วันรุ่นที่ทานเพร็พ มาให้คำปรึกษาแนะนำการทานเพร็พ แนะนำการรักษาเอชไวอี และดูแลตัวเอง

      เราคาดหวังว่าเสียงสะท้อนจาก Speak Out จะช่วยกระตุ้นคนในสังคมให้ตื่นตัวกับประเด็นนี้ ไม่ใช่แค่เฉพาะกลุ่มผู้ติดเชื้อ แต่ทุกคนที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน เพื่อลดการตีตราจากสังคมที่อาจจะยังไม่เข้าใจว่า เราทุกคนต่างใช้ชีวิตร่วมกันได้ ถ้าเปิดใจและพร้อมที่จะดูแลตัวเองอย่างจริงจัง

      โดยช่องทางการเผยแพร่ของแคมเปญนี้ จะปรากฏอยู่บนเว็บไซต์ สื่อโซเชียลมีเดีย และการโปรโมทในรูปแบบต่าง ๆ

      ข้อมูลจาก https://speakoutthailand.com

      และ https://lovefoundation.or.th/

      https://image.dek-d.com/27/0807/9058/128842571

      ตอบกลับ
เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป